วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561
พระติวเข้ม"CSR"!สู่การวิจัยความรับผิดชอบต่อสังคม
พระติวเข้ม"CSR"!สู่การวิจัยความรับผิดชอบต่อสังคม พบจริยธรรมส่วนบุคคลจะส่งผลต่อพฤติกรรมสากลคนทั้งโลก
วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๑ พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)เปิดเผยว่า รวมประชุมสนทนากลุ่ม (Focus group Discussion) เพื่อเรียนรู้เป็นประสบการณ์ตรงในงานวิจัยระดับปริญญาเอก เรื่อง "การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา" ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้องประชุม ๔๐๙ ชั้น ๔ อาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ บัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งเป็นการตกปลานอกหมู่บ้าน
เพื่อเรียนรู้จากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในมิติของงานวิจัยเพื่อสังคม ซึ่งแนวคิดของ CSR เริ่มจากการประชุมระดับโลก ที่กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิลในปี ๒๕๓๕ เป็นการกล่าวถึง "การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development" โดยเป็นการเรียกร้องให้เกิดการพัฒนาที่เอาใจใส่ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการเรียกร้องเพื่อกดดันองค์กรธุรกิจให้คำนึงถึงปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่คำนึงถึงแต่ผลกำไร โดยไม่ใส่ใจต่อปัญหาสังคม จึงเรียกว่า "Corporate Social Responsibility" เรียกย่อๆ ว่า "CSR"
พระอาจารย์ปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ทำให้ทราบจะต้องร่วมรับผิดชอบต่อสังคม เราไม่จำเป็นต้องเป็นมหาเศรษฐี นักการเมือง ผู้มีอำนาจ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้จากที่เรายืนอยู่ เราอยู่ตรงไหนเรามีทัศนคติที่ดีต่อโลกต่อสังคม มีความรู้ที่ดี มีศักยภาพเราเปลี่ยนได้ทุกจุด แม้ว่าเราจะถูกหยิบไปวางไว้ตรงไหนของโลก เริ่มจากชุมชนของเรา เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งทำในแบบของเราในแบบบริบทของเรา แต่เราต้อง เอาชนะคำคน เอาชนะของสังขาร เอาชนะทั้งปณิธานของตนเอง ใครมีหัวใจนักสู้ไม่มีใครแพ้ ที่เเพ้เพราะเรายอมแพ้เอง หลักเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ด้วยการขยันหา รักษาดี มีกัลยาณมิตร
"สิ่งสำคัญที่สะท้อนสังคมคือ การทำเพื่อคนอื่นของตูน บอดี้แสลม พอลงมือทำมีคนเชื่อและคนแช่ง มีคนด่าและคนชม แต่สิ่งที่ตูนทำเป็นธรรมะ เราจะหาธรรมะข้อใดก็ได้จากสิ่งที่คุณตูนทำ สมาธิ ปัญญา วิริยะ ระหว่างทางผู้ชายคนนี้หว่านโปรยความสุข ถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรมให้เห็น และสร้างรับผิดชอบสังคมจำนวน ๑,๒๐๐ ล้าน จึงถามว่าในฐานะเราเป็นพระสงฆ์หรือคนในสังคมเราจะรับผิดชอบทางสังคมอย่างไร เพราะพื้นฐานของสังคมไทยเป็นพื้นฐานแห่งการให้และแบ่งปัน ซึ่งจริงๆแล้วสิ่งที่สถานศึกษากระทำล้วนแต่เป็น CSR ถ้าเราถอดรหัสและบูรณาการ"พระอาจารย์ปราโมทย์ กล่าวและว่า
สิ่งที่เรียนรู้นิสิตขาดการเชื่อมโยงของงานและบูรณาการสู่การปฏิบัติ ประเด็นจะต้องชัดเจน คำว่า การบริหารสถานศึกษาด้วยการรับผิดชอบต่อสังคมที่แท้จริงคืออะไร? จะต้องมีความชัดเจนจนสามารถนำไปสู่รูปแบบของ CSR และรูปแบบที่สถานศึกษาปฏิบัติมาแล้ว เราต้องศึกษารูปแบบจริงๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นประเด็นหัวใจคือ สร้างเครื่องมือให้เหมาะสมกับงานวิจัยที่เราทำ
..........
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Pramote OD Pantapat)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ขอโอกาสใหม่แก้จน แบบ Ecotive นิเวศสร้างสรรค์ ปฏิรูปเศรษฐกิจฐานราก
การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของการเมืองไทย เมื่อพรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตหนี้ครัวเรือน ...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
พระครูภาวนาภารัติ หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก มีชื่อและสกุลนามเดิมว่า "ทิม งามศรี" เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๒๒ ที่บ้า...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น