เพลง : พรหมเทวสูตรบูชาผู้พ้นโอฆะ
[ท่อนที่ 1]
ใต้ฟ้าเมืองสาวัตถี
มีบุตรพราหมณี ผู้ละโลกออกเดินทาง
น้อมใจเข้าสู่ธรรมกลาง
เพียรจนพบหนทาง สิ้นวัฏแห่งทุกข์ภัย
หลีกเร้นอยู่ผู้เดียว
ไม่ประมาทแม้เสี้ยว ฝึกใจจนสว่างไสว
ชาติสิ้นแล้วไม่มีใด
กิจที่ควรทำไว้ สำเร็จแล้วโดยสมบูรณ์
[ท่อน Pre-Hook]
แต่แม่ยังเฝ้าบูชา
พรหมบนฟ้า ทุกคืนทุกวันเพิ่มพูน
ด้วยศรัทธาที่ค้ำคูณ
ยังไม่เห็นบุญอันแท้จริง
[ท่อน Hook]
โอ้… พรหมแท้ไม่ได้อยู่ไกล
มิใช่เพียงควันไฟ แห่งพิธีที่อ้างอิง
ผู้ชนะกิเลสในใจจริง
คือผู้ควรพึ่งพิง ผู้สงบเหนือโลกา
พระพรหมเทวะผู้ข้ามห้วงน้ำ
หมดตัณหาและความหลงพา
เยือกเย็นดั่งจันทร์กลางฟ้า
ควรค่าแก่ทักษิณา แห่งศรัทธาจากหัวใจ
[ท่อนที่ 2]
สหัมบดีพรหมเสด็จมา
กล่าวแก่มารดาว่า จงตื่นจากความงมงาย
พรหมโลกนั้นแสนห่างไกล
มิใช่อาหารใด จะถึงด้วยเพียงบวงสรวง
ผู้สิ้นอุปธิกิเลส
ผู้ไม่เหลือเหตุ แห่งความเร่าร้อนทั้งปวง
คือเนื้อนาบุญทั้งปวง
ดั่งช้างใหญ่พ้นบ่วง แห่งมารและเครื่องพันธนา
[ท่อน Bridge]
อดีตและอนาคต
ไม่อาจผูกใจท่านไว้ได้อีกหนา
ไร้ควันแห่งความตัณหา
ไร้ความหวังแห่งโลกา สงบเย็นนิรันดร์
[ท่อน Hook ซ้ำ]
โอ้… พรหมแท้ไม่ได้อยู่ไกล
อยู่ในผู้ดับไฟ แห่งกิเลสอันแปรผัน
ผู้ข้ามโอฆะแห่งโลกทัน
คือผู้ควรกราบนั้น ด้วยศรัทธาอันมั่นคง
[ท่อนจบ]
จงวางบูชาบนทางธรรม
เหนือควันไฟและถ้อยคำ ที่ล่องลอยมัวลุ่มหลง
เมื่อใจพบพระอริยองค์
บุญนั้นจักดำรง ส่งสุขสู่ภพหน้าเอย
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
พรหมเทวสูตรที่ ๓ [๕๖๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามแห่ง ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ ก็สมัยนั้นแล บุตรแห่งนางพราหมณีคนหนึ่ง ชื่อพรหมเทวะ ออก บวชในสำนักของพระผู้มีพระภาค ครั้งนั้นแล ท่านพระพรหมเทวะเป็นผู้เดียว หลีกออกแล้ว ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนอันส่งไปแล้ว อยู่ไม่นานเท่าไร ก็ได้กระทำให้แจ้งประโยชน์ที่กุลบุตรทั้งหลายผู้ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตโดย ชอบต้องประสงค์อันนั้นอย่างยอดเยี่ยม เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ เพราะรู้แจ้งชัด เองในปรัตยุบันนี้แหละเข้าถึงอยู่ ท่านได้ทราบว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่ จบแล้ว กิจที่จะต้องทำ ได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกมิได้มี ก็ แหละท่านพรหมเทวะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์แล้ว ฯ [๕๖๔] ครั้งนั้นแล ท่านพระพรหมเทวะ ในเวลารุ่งเช้านุ่งห่มแล้ว ถือ บาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี ท่านเที่ยวบิณฑบาตในพระนคร สาวัตถีตามลำดับตรอก เข้าไปยังนิเวศน์แห่งมารดาของตนแล้ว ฯ ก็สมัยนั้นแล นางพราหมณีผู้มารดาของท่านพระพรหมเทวะถือการบูชา บิณฑะแก่พรหมมั่นคงเป็นนิตย์ ฯ ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหมคิดว่า นางพราหมณีผู้มารดาของท่าน พระพรหมเทวะนี้แล ถือการบูชาบิณฑะแก่พรหมมั่นคงเป็นนิตย์ ไฉนหนอ เราพึง เข้าไปหานางแล้วทำให้สลดใจ ฯ [๕๖๕] ลำดับนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมหายไปในพรหมโลกปรากฏแล้วใน นิเวศน์ของมารดาแห่งท่านพระพรหมเทวะ เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลังพึงเหยียด ออกซึ่งแขนที่คู้เข้าแล้ว หรือพึงคู้เข้าซึ่งแขนที่เหยียดออกแล้ว ฉะนั้น ฯ ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหมลอยอยู่ในอากาศ ได้กล่าวกะนางพราหมณี ผู้มารดาของท่านพระพรหมเทวะด้วยคาถาทั้งหลายว่า ดูกรนางพราหมณี ท่านถือการบูชาด้วยก้อนข้าวแก่พรหมใด มั่นคงเป็นนิตย์ พรหมโลกของพรหมนั้นอยู่ไกลจากที่นี้ ดูกร นางพราหมณี ภักษาของพรหมไม่ใช่เช่นนี้ ท่านไม่รู้จักทางของ พรหม ทำไมจึงบ่นถึงพรหม ฯ ดูกรนางพราหมณี ก็ท่านพระพรหมเทวะของท่านนั้น เป็นผู้ หมดอุปธิกิเลส ถึงความเป็นอติเทพ ไม่มีกิเลสเป็นเครื่อง กังวล มีปรกติขอ ไม่เลี้ยงดูผู้อื่น ท่านพระพรหมเทวะที่เข้าสู่ เรือนของท่านเพื่อบิณฑบาต เป็นผู้สมควรแก่บิณฑะที่บุคคล พึงนำมาบูชา ถึงเวท มีตนอันอบรมแล้ว สมควรแก่ทักษิณา- ทานของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ลอยบาปเสียแล้ว อัน ตัณหาและทิฐิไม่ฉาบทาแล้ว เป็นผู้เยือกเย็นกำลังเที่ยวแสวงหา อาหารอยู่ ฯ อดีตอนาคตไม่มีแก่ท่านพระพรหมเทวะนั้น ท่านพระพรหม เทวะเป็นผู้สงบระงับ ปราศจากควัน ไม่มีทุกข์ ไม่มีความ หวัง วางอาชญาในปุถุชนผู้ยังมีความหวาดหวั่น และ พระขีณาสพผู้มั่นคงแล้ว ขอท่านพระพรหมเทวะนั้นจงบริโภค บิณฑบาตอันเลิศที่สำหรับบูชาพรหมของท่าน ฯ ท่านพระพรหมเทวะซึ่งเป็นผู้มีเสนามารไปปราศแล้ว มีจิต สงบระงับ ฝึกตนแล้ว เที่ยวไปเหมือนช้างตัวประเสริฐ ไม่ หวั่นไหว เป็นภิกษุมีศีลดี มีจิตพ้นวิเศษแล้ว ขอท่านพระ- พรหมเทวะนั้น จงบริโภคบิณฑบาตอันเลิศที่สำหรับบูชาพรหม ของท่าน ฯ ท่านจงเป็นผู้เลื่อมใสในท่านพระพรหมเทวะนั้น เป็นผู้ไม่ หวั่นไหว ตั้งทักษิณาไว้ในท่านผู้เป็นทักษิเณยยบุคคล ดูกร นางพราหมณี ท่านเห็นมุนีผู้มีโอฆะอันข้ามแล้วจงทำบุญ อัน จะนำความสุขต่อไปมาให้ ฯ ท่านจงเป็นผู้เลื่อมใสในท่าน พระพรหมเทวะนั้นเป็นผู้ไม่หวั่น ไหว ตั้งทักษิณาไว้ในท่านผู้เป็นทักษิเณยยบุคคล ดูกร นางพราหมณี ท่านเห็นมุนีผู้มีโอฆะอันข้ามแล้ว ได้ทำบุญอัน จะนำความสุขต่อไปมาให้แล้ว ฯ
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=4535

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น