วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566

"อนุชา" ยันรัฐให้ความเป็นธรรมชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ส่ง "บิ๊กโจ๊ก" ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

 


เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สำนักงาน ก.พ (เดิม) ถนนพิษณุโลก นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมเป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขปัญหาข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ซึ่งสืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ครั้งที่ 1/2566  เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธัชชญาณ์ณัช  เจียรธนัทกานนท์  เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เข้าร่วม


ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวชุมชนหลีเป๊ะ ประกอบกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งติดตามให้ความช่วยเหลือกรณีข้อพิพาทบนเกาะหลีเป๊ะอย่างเร่งด่วน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายหลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.  เป็นประธานคณะกรรมการ มีผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วงอย่างเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎระเบียบ ซึ่งที่ประชุมได้รับมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหารือการขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุก โดยคณะกรรมการจะมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองกรรมสิทธิ์ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ข้อพิพาทอย่างเร่งด่วน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาติดตามเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  จากการศึกษาและตรวจสอบสภาพปัญหา พบว่ามีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงต้องมีการหารือและตรวจสอบโดยละเอียด อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม ต้องตรวจสอบที่มาของการถือครองกรรมสิทธิ์บนที่ดินว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนชาวหลีเป๊ะมั่นใจ ว่ารัฐบาลจะไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นกรณีพิเศษ โดยจะยึดความถูกต้องตามกฎหมายเป็นหลัก


จากนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปพบปะและรับมอบหนังสือจากผู้แทนชุมชนชาวเลหลีเป๊ะ ที่บริเวณโถงแถลงข่าว ชั้น 1 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 พร้อมให้กำลังใจพี่น้องชาวเล ก่อนเดินทางกลับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แก้ PM 2.5 ระยะยาว! สอวช. เตรียมเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรม EV Conversion ดัดแปลงเครื่องยนต์รถเก่า เป็นรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 สืบเนื่องจากผลการศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบสัดส่วนแหล่งที่มาของ PM 2.5 มาจาก 4 แหล่งกำเนิดห...