วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566

"เป้าหมายชัด-ปฏิบัติได้" จีนแก้จน ฉบับที่ 5 สว.พลเดช ปิ่นประทีป



เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566  นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า  "เป้าหมายชัด-ปฏิบัติได้ "  จีนแก้จน ฉบับที่ 5 ส.ว.พลเดช  ปิ่นประทีป / 27 ตุลาคม 2566

 เดิมที จีนมุ่งทำให้บางภูมิภาคและคนส่วนหนึ่งมีความมั่นคั่งขึ้นมาก่อน เพื่อจะช่วยพยุงให้คนที่ยากจนส่วนใหญ่ได้หลุดพ้นจากความยากจน ทำให้ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศจีนได้อย่างมาก แต่ก็พบว่าความมั่งคั่งเหล่านั้น กลับไปทำให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมจีนถ่างขยายออกไปทุกที จึงต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

การลดความยากจนอย่างตรงจุดของประเทศจีน เริ่มนับได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เมื่อเกิดสภาผู้นำการแก้ปัญหาความยากจนและการพัฒนาของจีน (The state council leading group office of poverty alleviation and development: CAPD) มีเป้าหมายการลดความยากจนให้ครอบคลุมทุกครอบครัวและหมู่บ้านที่ยากจน โดยสร้างกลไกลดความยากจนตรงจุดเป็นงานระยะยาว

อย่างไรก็ดี บัดนี้เมื่อผ่านพ้นความยากจนไปแล้วระดับหนึ่งตามที่ประกาศให้โลกได้รับรู้ นโยบายการลดความยากจนของจีนยังคงมีความต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มจะพัฒนาต่อยอดไปใน 5 ด้าน 

คือการปรับปรุงระบบการลดความยากจนอย่างตรงจุดให้ดีขึ้น การพัฒนาแบบสีเขียวและส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อลดความยากจน ออกแบบแผนการส่งเสริมแรงงานเพื่อสร้างอุปทานแรงงานมากขึ้นแก่ครอบครัวที่ยากจน เปลี่ยนแนวทางการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าระบบประกันสังคม และเน้นการตรวจสอบและประเมินในระยะกลางและระยะยาวต่อไป

เป็นที่น่าศึกษาอย่างยิ่งว่า นอกจากการกำหนดเป้าหมาย “ทำจีนพ้นจน” ให้เป็น “ธงนำ”ที่ทรงพลังในการสร้างแรงบันดาลใจคนจีนทั้งประเทศแล้ว จีนยังได้เลือกแนวทางและวิธีการ “แบบจีน” อันเกิดจากประสบการณ์และภูมิปัญญาของจีนเองในการจัดการปัญหา โดยไม่ยึดติดกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์แบบตะวันตก 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมุ่งไปแก้ไขปัญหาของ “คนจน” ในระดับจุลภาคหรือปัจเจก (ครัวเรือน) เป็นด้านหลัก แทนที่จะใช้เส้นแบ่งความยากจนมาเป็นตัววัดความยากจน “ในเชิงพื้นที่” หรือเชิงกลุ่มเป้าหมายในระดับภาพรวม (มหภาค) ตามแบบแนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสหลักอย่างที่ประเทศอื่นๆทำกัน

จีนเริ่มต้นจากวิธีการกำหนดกลุ่มคนจนหรือครัวเรือนยากจนที่เป็นเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถพุ่งเป้าเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาความยากลำบากเฉพาะหน้าได้อย่างแม่นยำ ไม่เหวี่ยงแห และพัฒนาศักยภาพของคนจนกลุ่มเป้าหมายให้สามารถทำการผลิต ทำงาน มีรายได้และนำมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยตนเอง โดยไม่ใช้แนวทางประชานิยมเลย ยกเว้นคนที่ช่วยตนเองไม่ได้ ติดบ้านติดเตียง ก็มีระบบสวัสดิการของรัฐเข้าไปช่วยเหลือตามสถานภาพ

พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนได้กำหนดให้การแก้ปัญหาความยากจนเป็นนโยบายระดับชาติที่ทุกหน่วยงาน องค์กร ต้องร่วมกันดำเนินการให้บรรลุภารกิจตามกำหนดระยะเวลา กล่าวคือมุ่งแก้ปัญหาความยากจนให้หมดสิ้น ภายใน 10 ปี (ปี ค.ศ. 2010 ถึง 2020) 

หลักการพื้นฐาน คุณลักษณะ และเกณฑ์เป้าหมายในการ “พ้นจากความยากจน”  มี 2ประการ คือ สองไม่กังวล และ สามหลักประกัน

สองไม่กังวล คือ 1.ไม่กังวลเรื่องมีอาหารกิน ไม่อดตาย  2.ไม่กังวลเรื่องมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ไม่หนาวตาย ส่วนนี้เป็นภารกิจของตัวผู้เป็นคนจนกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องพึ่งตนเองให้ได้

สามหลักประกัน คือ 1.หลักประกันด้านการศึกษา 2.หลักประกันด้านสาธารณสุข  3.หลักประกันด้านบ้านที่อยู่อาศัย ในส่วนนี้เป็นภารกิจของรัฐจะต้องจัดหาและพัฒนาในลักษณะของสวัสดิการทางสังคม

ในการจัดทำฐานข้อมูลคนจน จีนใช้กรอบประเด็นและเกณฑ์ดังกล่าวมาเป็นแนวทาง  ทำการสำรวจค้นหากลุ่มเป้าหมายคนยากจนในชนบททั่วประเทศ โดยอาศัยกลไกของพรรคและรัฐบาลท้องถิ่น จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เมือง และมณฑล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาถึง 2 ปีโดยเฉลี่ย ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาส่งข้าราชการลงไปในพื้นที่และดำเนินการแก้ไขปัญหา

โดยภาพรวม จีนได้จัดทำข้อมูลคนจนทั้งประเทศ รวม 98.99 ล้านคน มีรายละเอียดอย่างครบถ้วน แม่นยำ มีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบจากภาคสนาม ทำให้รู้ว่าคนจนเป็นใคร อยู่ที่ไหน สามารถทำได้อย่างครอบคลุมทั่วถึงแม้จะมีคนยากคนจนกระจายตัวอยู่ทั่วทั้ง 832 อำเภอ 128,000 หมู่บ้านก็ตาม

จนในปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วและรับการยอมรับในระดับโลกว่า มีวิธีการแก้ปัญหาความยากจนที่ทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทำอย่างตั้งใจ ทำจริง ทำทั้งองคาพยพ และสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...