เพลง : ปมาทสูตรปลุกใจจากพรหมโลก
[อินโทร]
โอ้แสงแห่งพรหมโลก ส่องประกายงามวิไล
วิมานลอยเด่นไกล เหนือฟ้าสูงตระการตา
แต่ใต้แสงอันรุ่งเรือง
ยังมีเงาแห่งความหลงพา
ผู้มัวเมาในฤทธิ์ศักดา
ลืมทางแห่งธรรม
[Verse 1]
เมื่อองค์พระศาสดา
ทรงพักกลางวันเงียบงาม
สองพรหมผู้มีดวงญาณ
มองเห็นความประมาทนั้น
จึงไปยังพรหมโลกใหญ่
หวังเตือนใจผู้หลงฝัน
ให้รู้ว่าฤทธิ์อันอัศจรรย์
มิใช่ที่สุดแห่งทาง
[Pre-Chorus]
พรหมองค์นั้นเนรมิตกาย
เป็นพันร่างอย่างโอฬาร
กล่าวด้วยใจทะนงตน
ว่าไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่า
แต่เสียงธรรมอันอ่อนโยน
กลับสะเทือนทั่วจักรวาล
“พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สูงกว่าฤทธิ์และอำนาจใด”
[Chorus]
อย่าประมาทในชีวิต
อย่าหลงฤทธิ์แห่งตนเอง
วิมานงามอาจดับสิ้น
ดั่งเปลวไฟกลางสายลม
รูปและแสงที่รุ่งโรจน์
ย่อมแปรผันไม่ยั่งยืน
มีเพียงธรรมที่ปลุกให้ตื่น
พ้นคืนแห่งความหลง
[Verse 2]
ครุฑสามร้อยบินรายล้อม
หงส์สี่ร้อยโบยบินไกล
เหยี่ยวตะไกรห้อมวิมานใหญ่
ส่องสว่างทั่วทิศเหนือ
แต่ผู้มีปัญญาเห็น
แม้รูปงามก็แปรเปลี่ยน
หนาว ร้อน เจ็บ และดับสูญ
ไม่มีสิ่งใดยั่งยืนเลย
[Bridge]
ผู้ตื่นแล้วไม่ยึดรูป
ไม่หลงสุขอันฉาบฉวย
แม้พรหมโลกอันเลิศล้ำ
ก็ยังไม่พ้นไตรลักษณ์
เมื่อได้ฟังคำเตือนนั้น
ใจพรหมจึงเริ่มประจักษ์
ละความถือตัวทะนงศักดิ์
แล้วเดินสู่พระธรรม
[Final Chorus]
อย่าประมาทในลมหายใจ
วันคืนผ่านไม่ย้อนคืน
ฤทธิ์ อำนาจ และชื่อเสียง
มิอาจต้านความดับไป
จงนอบน้อมต่อความจริง
ดังพรหมผู้ได้ตื่นใจ
เดินตามองค์พระศาสดาไซร้
สู่ทางแห่งนิพพาน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
ปมาทสูตรที่ ๖ [๕๘๖] สาวัตถีนิทาน ฯ ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ประทับพักกลางวัน หลีกเร้นอยู่ ฯ ครั้งนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหม และสุทธาวาสปัจเจกพรหมเข้าไป ใกล้ที่ประทับของพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้วได้ยืนพิงบานประตูคนละข้าง ฯ ลำดับนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมได้กล่าวกะสุทธาวาสปัจเจกพรหมว่า แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ไม่ใช่กาลอันควรที่จะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคก่อน พระผู้มี พระภาคทรงประทับพักกลางวันหลีกเร้นอยู่ ก็พรหมโลกโน้นบริบูรณ์และเบิกบาน แล้ว แต่พรหมในพรหมโลกนั้น ย่อมอยู่ด้วยความประมาท แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ มาไปด้วยกัน เราทั้งหลายจักเข้าไปยังพรหมโลกนั้น ครั้นแล้วพึงยังพรหมนั้นให้ สลดใจ สุทธาวาสปัจเจกพรหมได้รับคำของสุพรหมปัจเจกพรหมแล้ว ฯ ครั้งนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมและสุทธาวาสปัจเจกพรหม ได้หายไป จากเบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาค ปรากฏแล้วในพรหมโลกนั้น ปานดังบุรุษมี กำลัง ฯลฯ ฉะนั้น ฯ พรหมนั้นได้เห็นแล้วแลซึ่งพรหมทั้งหลายเหล่านั้น ผู้มาอยู่แต่ที่ไกลเทียว ครั้นแล้ว ได้กล่าวคำนี้กะพรหมเหล่านั้นว่า แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย เชิญเถิด พวกท่านมากันแต่ที่ไหนหนอ ฯ พรหมเหล่านั้นกล่าวว่า แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ พวกเรามาแต่สำนักของ พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น แน่ะท่านผู้- *นิรทุกข์ ก็ท่านจะไปสู่ที่บำรุงของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าบ้างหรือ ฯ [๕๘๗] เมื่อพรหมเหล่านั้นกล่าวแล้วเช่นนี้แล พรหมนั้นอดกลั้นคำนั้น ไม่ได้ จึงนิรมิตตนเป็นพันตน แล้วได้กล่าวคำนี้กะสุพรหมปัจเจกพรหมว่า ฯ "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเห็นอิทธานุภาพเห็นปานดังนี้ของเราหรือไม่" ฯ สุพรหมปัจเจกพรหมกล่าวว่า "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ เราเห็นอยู่แลซึ่ง อิทธานุภาพเห็นปานดั่งนี้ของท่าน" ฯ พรหมนั้นกล่าวว่า "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ เรานั้นแลเป็นผู้มีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ จักไปสู่ที่บำรุงของสมณะหรือพราหมณ์อื่นทำไม" ฯ [๕๘๘] ลำดับนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมนิรมิตตนเป็นสองพันตน แล้วได้กล่าวคำนี้กะพรหมว่า "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเห็นอิทธานุภาพ เห็นปานดังนี้ของเราหรือไม่" ฯ พรหมนั้นกล่าวว่า "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ เราเห็นอยู่แลซึ่งอิทธานุภาพ เห็นปานดั่งนี้ของท่าน ฯ สุพรหมปัจเจกพรหมกล่าวว่า "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ พระผู้มีพระภาค พระองค์นั้นเท่านั้นเป็นผู้มีฤทธิ์มากกว่า และมีอานุภาพใหญ่กว่าท่านและเราด้วย ฯ "แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านพึงไปสู่ที่บำรุงของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า" ฯ [๕๘๙] ครั้งนั้นแล พรหมนั้นได้กล่าวกะสุพรหมปัจเจกพรหมด้วย- *คาถาว่า "แน่ะพรหม ครุฑ ๓๐๐ หงส์ ๔๐๐ เหยี่ยวตะไกร ๑- ๕๐๐ และวิมานของเราผู้มีฌานนี้นั้นย่อมรุ่งโรจน์ส่องสว่างอยู่ในทิศ อุดร" ฯ [๕๙๐] สุพรหมปัจเจกพรหมกล่าวว่า "วิมานของท่านนั้นถึงจะรุ่งโรจน์ส่องสว่างอยู่ในทิศอุดรก็จริง ถึงเช่นนั้น เพราะเห็นโทษในรูป [และ] เพราะเห็นรูปอันหวั่นไหวด้วยความหนาวเป็นต้นอยู่ เป็นนิจ ฉะนั้นพระศาสดาผู้มีเมธาดีจึงไม่ยินดีในรูป" [๕๙๑] ครั้งนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมและสุทธาวาสปัจเจกพรหม ยังพรหมนั้นให้สลดใจแล้วหายไปในที่นั้นเอง ฯ ก็พรหมนั้น โดยสมัยต่อมาได้ไปสู่ที่บำรุงของพระผู้มีพระภาคผู้เป็น- *พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วแล ฯ @๑. พยคฺฆีนิสา น่าจะแปลว่า มฤค มีรูปคล้ายพยัคฆ์ (ตามอรรถกถา) ที่อ้างถึง @สัตว์เหล่านี้ น่าจะเป็นรูปสัตว์ประดับวิมาน หรือจะมีสัตว์เหล่านั้นห้อมล้อมเป็น @บริวารอยู่ ฯ
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=4739

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น