เพลง: ปัตตสูตรมารแปลงกายเป็นโคเฝ้าที่เชตวันตรัสอุปาทานขันธ์ 5
[อินโทร]
ใต้ร่มไม้แห่งเชตวัน
เสียงธรรมดังกังวานในใจ
พระผู้มีพระภาคทรงชี้ทาง
ให้ละวาง…อุปาทานทั้งหลาย
[Verse 1]
ขันธ์ห้าล้วนไม่เที่ยงแท้
รูปและแววแห่งเวทนา
สัญญา สังขาร วิญญาณผ่านมา
เกิดแล้วลา…ไม่ช้าก็ดับไป
ภิกษุน้อมใจฟังพระธรรม
สงบล้ำกลางแสงอรุณไหว
มารนั้นคิดจะบังดวงใจ
แปลงกายเป็นโคเข้ามา
[Pre-Chorus]
บาตรมากมายวางกลางแจ้ง
ดั่งใจคนที่ยังหวั่นไหว
แต่ผู้รู้ย่อมเห็นตามจริงได้
ว่านั่นคือมารร้ายแฝงมา
[Chorus]
“เราไม่ใช่นั่น นั่นไม่ใช่ของเรา”
เสียงธรรมบรรเทาความหลงแห่งโลกา
รูป เวทนา สัญญาที่ผ่านมา
ไม่อาจผูกใจผู้เห็นธรรม
แม้มารและเสนามารค้นหา
ก็ไม่พบผู้พ้นเครื่องจองจำ
ผู้เบื่อหน่ายในขันธ์ทั้งห้าอย่างลึกล้ำ
ย่อมก้าวข้าม…สังโยชน์ทั้งปวง
[Verse 2]
เมื่อความจริงส่องกลางหัวใจ
มารก็พ่ายแพ้ไปในบัดดล
เพราะผู้ตื่นไม่หลงมายากล
ไม่เวียนวนในเงาแห่งตัณหา
ทุกสิ่งเป็นเพียงสิ่งผ่านไป
ไม่มีอะไรควรยึดถือมา
วางเสียเถิดความหลงแห่งอัตตา
แล้วปัญญาจะพาใจเป็นสุข
[Bridge]
บาตรอาจแตกได้ในวันหนึ่ง
แต่ธรรมยังตราตรึงไม่เสื่อมสูญ
ผู้รู้แจ้งย่อมเพิ่มพูน
ด้วยใจเกื้อกูลและปล่อยวาง
[Chorus ซ้ำ]
“เราไม่ใช่นั่น นั่นไม่ใช่ของเรา”
เสียงธรรมบรรเทาความหลงแห่งโลกา
แม้มารค้นหาทั่วทุกทิศา
ไม่พบผู้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม
ผู้เห็นไตรลักษณ์ด้วยปัญญา
ย่อมข้ามพ้นทุกข์ที่คอยย่ำ
สู่ความเกษมเหนือโลกอธรรม
ด้วยใจที่นำ…สู่พระนิพพาน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
ปัตตสูตรที่ ๖ [๔๖๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมา- *ทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาเกี่ยวด้วยอุปาทานขันธ์ ๕ ก็ภิกษุ เหล่านั้นทำในใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตลงสดับ ธรรมอยู่ ฯ ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปได้มีความคิดว่า พระสมณโคดมนี้แล ยังภิกษุ ทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาเกี่ยวด้วย อุปาทานขันธ์ ๕ ก็ภิกษุเหล่านั้นทำในใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความ เต็มใจ เงี่ยโสตลงสดับธรรมอยู่ ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปใกล้พระสมณโคดมถึงที่ ประทับ เพื่อการกำบังตาเถิด ฯ ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นได้วางบาตรเป็นอันมากไว้ในที่กลางแจ้ง ฯ [๔๖๒] ลำดับนั้น มารผู้มีบาปแปลงเพศเป็นโคเดินไปยังที่บาตรเหล่า นั้นวางอยู่ ฯ ลำดับนั้น ภิกษุรูปหนึ่งจึงบอกกะภิกษุอีกรูปหนึ่งว่า ภิกษุๆ โคนั้นพึง ทำบาตรทั้งหลายให้แตก ฯ เมื่อภิกษุนั้นพูดอย่างนั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุนั้นว่า ภิกษุ นั่นมิใช่โค นั่นเป็นมารผู้มีบาป มาเพื่อกำบังตาพวกเธอ ฯ [๔๖๓] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า ผู้นี้เป็นมารผู้มีบาป จึงตรัสกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า พระอริยสาวกย่อมเบื่อหน่ายในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ อย่างนี้ว่า เราไม่ใช่นั่น นั่นไม่ใช่ของเรา แม้มารและเสนามารแสวงหาอยู่ในที่ทั้งปวง ก็ไม่พบอริยสาวก ผู้เบื่อหน่ายแล้วอย่างนี้ มีอัตภาพอันเกษมล่วงพ้นสังโยชน์ ทั้งปวงแล้ว ฯ ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคตทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นนั่นเอง ฯ
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=3633

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น