วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567

เพลง : ตุทุพรหมสูตรคมวาจาแห่งกรรม


เพลง : ตุทุพรหมสูตรคมวาจาแห่งกรรม

 [Intro]

ใต้แสงดาวในราตรี
เชตวันเงียบงันดั่งฟังเสียงกรรม
ผู้หนึ่งนอนเจ็บด้วยไฟแห่งใจตน
เพราะคำที่เคยกล่าวร้ายผู้บริสุทธิ์


[Verse 1]
โกกาลิกผู้ทุกข์ทนด้วยโรคร้าย
จิตยังขุ่นมัวไม่คลายจากอคติ
คืนหนึ่งพรหมผู้เรืองรองลงมาจากฟ้าไกล
กล่าวเตือนด้วยเมตตาอันบริสุทธิ์

“จงศรัทธาในพระสารีบุตร
จงเลื่อมใสพระโมคคัลลาน์ผู้ทรงธรรม
ท่านทั้งสองงดงามด้วยศีลและคุณธรรม
อย่าปล่อยใจจมในความมืดมน”


[Pre-Chorus]
แต่คนที่ใจถูกเผาด้วยโทสะ
กลับไม่เห็นแสงแห่งความจริง
ถ้อยคำแข็งกร้าวดุจคมมีด
ย้อนทิ่มแทงตนเองทุกสิ่ง


[Chorus]
วาจาที่เอ่ยร้ายคนดี
คือศัสตราที่ฟันหัวใจตน
คำพูดหนึ่งคำอาจมืดมน
พาชีวิตตกสู่ไฟแห่งกรรม

ผู้ใดติผู้ควรสรรเสริญ
หรือยกย่องผู้ผิดด้วยความหลง
ย่อมสะสมเงามืดในจิตตรง
จนความสุขดับลงไม่เหลือเลย


[Verse 2]
การพนันเสียทรัพย์ยังพอทน
แต่ใจที่คิดร้ายต่อผู้ทรงธรรม
คือบาปหนักเกินกว่าทองคำใดใด
เป็นเปลวไฟเผาใจไม่รู้จบ

พรหมกล่าวเตือนด้วยเสียงอันสงบ
“จงระวังวาจาที่หลุดจากใจ
เพราะนรกเริ่มต้นจากคำพูดง่ายๆ
เมื่อใจเต็มไปด้วยความอาฆาต”


[Bridge]
คนพาลมักเห็นผิดเป็นถูก
เหมือนคนหลงทางกลางราตรี
แต่ผู้มีปัญญาย่อมรู้ทันตนดี
ว่ากรรมทุกอย่างเริ่มที่ใจ

หากใจอ่อนน้อมต่อคนดี
เมตตาจะเปิดทางสว่างไสว
ปล่อยวางริษยาและความโกรธไป
แล้วชีวิตจะพ้นภัยแห่งกรรม


[Final Chorus]
วาจาที่เปี่ยมด้วยเมตตา
คือบุญล้ำค่ากว่าใดไหน
เคารพผู้ทรงธรรมด้วยหัวใจ
คือหนทางแห่งสุขนิรันดร์

อย่าให้คำชั่วเพียงคำเดียว
ทำลายชีวิตจนมืดมน
จงรักษาใจและถ้อยคำของตน
ก่อนผลแห่งกรรมย้อนคืนมา


[Outro]
ใต้แสงธรรมที่ส่องลงมา
ผู้มีปัญญาย่อมเห็นความจริง
คำพูดทุกคำคือเมล็ดแห่งทุกสิ่ง
หว่านเช่นไร… ย่อมได้ผลเช่นนั้น

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]

ตุทุพรหมสูตรที่ ๙
[๕๙๖] สาวัตถีนิทาน ฯ ก็โดยสมัยนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุ เป็นผู้อาพาธ ถึงความลำบาก เป็นไข้หนัก ฯ ครั้งนั้นแล ตุทุปัจเจกพรหม เมื่อราตรีปฐมยามล่วงไปแล้วมีรัศมี อันงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปหาพระโกกาลิกภิกษุจนถึง ที่อยู่ ครั้นแล้วได้ยืนในเวหาส กล่าวคำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า "ข้าแต่ท่านโกกาลิก ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสารีบุตรและ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก" ฯ พระโกกาลิกภิกษุถามว่า "ผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร" ฯ ตุทุปัจเจกพรหมตอบว่า "เราคือตุทุปัจเจกพรหม" ฯ พระโกกาลิกภิกษุกล่าวว่า "ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ท่าน แล้วว่าเป็นพระอนาคามี มิใช่หรือ ไฉนเล่า ท่านจึงยังมาเที่ยวอยู่ในที่นี้ จงเห็น เถิดว่า ก็นี่เป็นความผิดของท่านเพียงไร" ฯ [๕๙๗] ตุทุปัจเจกพรหมได้กล่าวว่า ชนพาลเมื่อกล่าวคำเป็นทุพภาษิต ชื่อว่าย่อมตัดตนด้วย ศัสตราใด ก็ศัสตรานั้นย่อมเกิดในปากของบุรุษผู้เกิดแล้ว ฯ ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรถูกติ หรือติผู้ที่ควรได้รับความสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมโทษด้วยปาก เพราะโทษนั้น เขาย่อมไม่ ประสบความสุข ฯ ความปราชัยด้วยทรัพย์ ในเพราะการพนันทั้งหลาย พร้อม ด้วยสิ่งของของตนทั้งหมดก็ดี พร้อมด้วยตนก็ดี ก็เป็นโทษ เพียงเล็กน้อย ฯ บุคคลใดทำใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ปฏิบัติดีทั้งหลาย ความ ประทุษร้ายแห่งใจของบุคคลนั้นเป็นโทษใหญ่กว่า ฯ บุคคลตั้งวาจาและใจอันลามกไว้ เป็นผู้มักติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรก ซึ่งมีปริมาณแห่งอายุถึงแสนสามสิบหก นิรัพพุท กัปห้าอัพพุท ๑-

https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=4816



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Vatthūpama Sutta Offers Guidance for AI-Era Global Peace: “Purify the Mind Before Advancing Technology”

  Vatthūpama Sutta Offers Guidance for AI-Era Global Peace: “Purify the Mind Before Advancing Technology”  As Artificial Intelligence (AI) a...