เพลง : สีหสูตรมารเฝ้าที่เชตวันทรงเปล่งสีหนาทเหนือมาร
[Intro]
ณ เชตวันอันสงบงาม
ท่ามกลางหมู่ชนผู้เฝ้าถาม
พระศาสดาทรงแสดงธรรม
ส่องโลกมืดดำด้วยแสงนำใจ
[Verse 1]
เสียงธรรมดังก้องในสภา
ดุจสายน้ำเยียวยาประชา
ผู้คนมากมายต่างเลื่อมใส
ในทางแห่งธรรมอันยิ่งใหญ่
แต่มารผู้บาปกลับคิดการ
หวังบดบังแสงแห่งนิพพาน
คิดท้าทายองค์พระชินสีห์
ด้วยถ้อยวจีแห่งอัตตา
[Pre-Chorus]
“ท่านหรือคือผู้ชนะ
ผู้ไร้ผู้ต่อกรในโลกา”
มารเอ่ยถามด้วยความหลง
แต่ธรรมยังคงมั่นคงเหนือใคร
[Chorus]
พระองค์คือมหาวีรบุรุษ
ผู้เปล่งสีหนาทเหนือโลกทั้งหลาย
ข้ามพ้นตัณหาและเครื่องผูกมัดใจ
ดั่งราชสีห์ผู้ไม่หวั่นภัยใด
เสียงธรรมดังก้องไปทั่วฟ้า
ปลุกผู้คนให้ตื่นจากความหลับใหล
ผู้ชนะที่แท้ มิใช่ชนะใคร
แต่คือชนะใจตนเอง
[Verse 2]
ทสพลญาณอันยิ่งใหญ่
ส่องทางชีวิตให้โลกสดใส
ไม่มีมารใดมาบดบัง
แสงแห่งธรรมยังส่องนิรันดร์
ผู้มีปัญญาย่อมเห็นจริง
ว่าทุกสรรพสิ่งล้วนแปรผัน
เมื่อปล่อยวางจากความยึดมั่น
ใจก็พลันเป็นอิสระ
[Bridge]
มารในวันนี้ อาจไม่ใช่เงาดำ
แต่อยู่ในความโลภ ความโกรธ ความหลง
อยู่ในเสียงอัตตาที่ดังมั่นคง
คอยปิดบังแสงธรรมในใจคน
แต่หากเรากล้าฟังเสียงแห่งสติ
ดั่งสีหนาทแห่งองค์พระชินดล
ความกลัวทั้งหลายจะหลุดพ้น
และใจจะพบหนทางเสรี
[Final Chorus]
พระองค์คือมหาวีรบุรุษ
ผู้เปล่งสีหนาทเหนือโลกทั้งหลาย
แม้คลื่นมารจะโหมเพียงใด
ก็ไม่อาจทำลายแสงธรรม
เสียงราชสีห์ยังคงกึกก้อง
ปลุกหัวใจผู้คนทุกค่ำคืน
ให้ลุกขึ้นก้าวพ้นความขมขื่น
ด้วยปัญญาและความจริงภายใน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
สีหสูตรที่ ๒ [๔๔๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ ก็สมัยนั้นแล พระองค์แวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ทรงแสดงธรรมอยู่ ฯ ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปได้มีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมนี้แล แวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ แสดงธรรมอยู่ ถ้ากระไรเราพึงเข้าไปใกล้ ณ ที่พระ สมณโคดมประทับอยู่ เพื่อการกำบังจักษุเถิด ฯ [๔๕๐] ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว กล่าวกะพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ท่านเป็นผู้องอาจในบริษัท บันลือสีหนาท ดุจราชสีห์ ฉะนั้น หรือ ก็ผู้ที่พอจะต่อสู้ท่านยังมี ท่านเข้าใจว่าเป็นผู้ชนะแล้ว หรือ ฯ [๔๕๑] พระผู้มีพระภาค ตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า ตถาคตเป็นมหาวีรบุรุษ องอาจในบริษัท บรรลุทสพลญาณ ข้าม ตัณหาอันเป็นเหตุข้องในโลกเสียได้ บันลืออยู่โดยแท้ ฯ ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคตทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นเอง ฯ
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=3554

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น