เพลง: รัชชสูตรมารเฝ้าที่ป่าหิมวันต์แคว้นโกศลเนรมิตภูเขาทอง
[อินโทร]
กลางป่าลึกแห่งหิมวันต์
สายหมอกนั้นลอยคลุมพนา
พระศาสดาประทับในกระท่อมพฤกษา
พิจารณา…หนทางแห่งมนุษย์
[Verse 1]
หากครองโลกด้วยธรรมได้จริง
โดยไม่ทิ้งใครไว้ในความทุกข์
ไม่เบียดเบียน ไม่สร้างไฟให้ลามลุก
โลกคงสุข…กว่านี้มากมาย
มารนั้นรู้ความคิดในพระทัย
จึงรีบไปกล่าวคำถวาย
“ขอพระองค์ครองแผ่นดินยิ่งใหญ่”
ด้วยอำนาจใด…ก็ทำได้ดังหวัง
[Pre-Chorus]
ด้วยฤทธิ์แห่งอิทธิบาทสี่
แม้ภูเขานี้ก็เปลี่ยนได้ดั่งใจสั่ง
หิมพานต์ทั้งลูกหากเป็นทองคำยัง
คงรุ่งดัง…เหนือโลกทั้งมวล
[Chorus]
แต่ภูเขาทองแม้กองสูงเพียงใด
สองเท่าก็ไม่พอแก่ใจคน
ยิ่งไขว่คว้ายิ่งเวียนวน
ในวังวน…แห่งความอยากไม่สิ้นสุด
ผู้เห็นทุกข์อันเกิดจากกาม
ย่อมไม่ถามหาทรัพย์สูงสุด
เพราะรู้ว่าโลกนี้ไม่เคยหยุด
สร้างพันธนาการมนุษย์…ด้วยความยึดมั่น
[Verse 2]
ราชสมบัติยิ่งใหญ่เพียงไหน
ก็ไม่อาจดับไฟแห่งตัณหา
คนครอบครองโลกทั้งพสุธา
ยังโหยหา…สิ่งใหม่ไม่รู้จบ
ทรัพย์สมบัติเป็นเพียงเงา
ไม่นานเล่าก็ร่วงหล่นกลบ
มีเพียงใจสงบที่ได้ประสบ
จึงลบภพ…แห่งความดิ้นรน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
รัชชสูตรที่ ๑๐ [๔๗๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กระท่อมอันตั้งอยู่ใน ป่า ในประเทศหิมวันต์ แคว้นโกศล ฯ ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับทรงพักผ่อนอยู่ในที่ลับได้ทรงปริวิตก ว่า เราจะสามารถเสวยรัชสมบัติโดยธรรม โดยที่ไม่เบียดเบียนเอง ไม่ใช่ให้ผู้อื่น เบียดเบียน ไม่ทำผู้อื่นให้เสื่อมเอง ไม่ใช้ให้เขาทำผู้อื่นให้เสื่อม ไม่เศร้าโศกเอง ไม่ทำให้ผู้อื่นเศร้าโศกได้หรือไม่ ฯ [๔๗๖] ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปทราบความปริวิตกแห่งพระหฤทัยของ- *พระผู้มีพระภาคด้วยจิตแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึง กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงเสวยรัชสมบัติเถิด พระเจ้าข้า ขอพระสุคตจงเสวยรัชสมบัติโดยธรรม โดยที่ไม่เบียดเบียนเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่น เบียดเบียน ไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเอง ไม่ใช้ให้เขาทำคนอื่นให้เสื่อม ไม่เศร้าโศก เอง ไม่ทำให้ผู้อื่นเศร้าโศก ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมารผู้มีบาป ท่านเห็นอะไรของเรา ทำไมจึงได้ พูดกะเราอย่างนี้ว่า ขอพระผู้มีพระภาคจงเสวยรัชสมบัติเถิด พระเจ้าข้า ขอพระ สุคตจงเสวยรัชสมบัติโดยธรรม โดยที่ไม่เบียดเบียนเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเบียดเบียน ไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเอง ไม่ใช้ให้เขาทำผู้อื่นให้เสื่อม ไม่เศร้าโศกเอง ไม่ทำให้ผู้อื่น เศร้าโศก ฯ มารกราบทูลว่า พระเจ้าข้า อิทธิบาททั้ง ๔ พระองค์ทรงบำเพ็ญให้เจริญ กระทำให้มาก กระทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นวัตถุที่ตั้ง กระทำไม่หยุด สั่งสม ปรารภด้วยดีแล้ว พระเจ้าข้า ก็เมื่อพระองค์ทรงพระประสงค์ ทรงอธิษฐานภูเขา หลวงชื่อหิมพานต์ให้เป็นทองคำล้วน ภูเขานั้นก็พึงเป็นทองคำล้วน ฯ [๔๗๗] พระผู้มีพระภาคตรัสกะมารด้วยพระคาถาว่า ภูเขาทองคำล้วนมีสีสุก ถึงสองเท่าก็ยังไม่พอแก่บุคคลคน หนึ่ง บุคคลทราบดังนี้แล้ว พึงประพฤติสงบ ผู้ใดได้เห็น ทุกข์มีกามเป็นเหตุแล้วไฉนผู้นั้นจะพึงน้อมใจไปในกามเล่า บุคคลทราบอุปธิว่า เป็นเครื่องข้องในโลกแล้ว พึงศึกษาเพื่อ กำจัดอุปธินั้นเสีย ฯ ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคตทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นนั่นเอง ฯ
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=3762

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น