วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567

เพลง : คารวสูตรพระพุทธเจ้าทรงเคารพธรรม


เพลง : คารวสูตรพระพุทธเจ้าทรงเคารพธรรม

 [Intro]

ใต้ร่มไทรริมเนรัญชรา
ผู้ตื่นแล้วนั่งพิจารณา
แม้ชนะโลกทั้งสามมา
ยังทรงค้นหาสิ่งควรเคารพ


[Verse 1]

บุคคลไร้ที่ยำเกรง
ย่อมเหนื่อยล้ากลางทางชีวิต
แม้ผู้รู้แจ้งทุกสิ่ง
ก็ยังถามใจในความเงียบงัน

จะมีใครเหนือศีลบริสุทธิ์
เหนือสมาธิและปัญญา
เหนือวิมุตติอันหลุดพ้น
ให้เรานอบน้อมศรัทธา


[Pre-Chorus]

ทอดพระเนตรทั่วทั้งโลก
ทั้งเทวา มาร พรหม และมนุษย์
ก็ไม่พบผู้ใดยิ่งกว่า
ธรรมที่ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง


[Chorus]

จึงทรงเคารพ “พระธรรม”
แสงสว่างกลางจักรวาล
ธรรมที่พ้นจากกิเลสทั้งปวง
ธรรมที่นำใจข้ามพ้นสังสาร

แม้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์
อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตไกล
ต่างนอบน้อมต่อพระสัทธรรม
เพราะธรรมคือความจริงเหนือสิ่งใด


[Verse 2]

สหัมบดีพรหมลงจากฟ้า
ประนมกราบด้วยความเลื่อมใส
“ข้าแต่พระองค์ผู้ชนะแล้ว
ทางนี้คือทางแห่งพระพุทธเจ้า”

ผู้ดับทุกข์ให้หมู่ชน
ย่อมอาศัยธรรมเป็นใหญ่
มิใช่อำนาจ มิใช่ยศศักดิ์
แต่คือสัจธรรมในหัวใจ


[Bridge]

ผู้รักตนแท้จริง
ต้องเคารพสิ่งที่สูงกว่า
มิใช่หลงในตัวตน
หรือเมามัวในโลกา

เมื่อมีธรรมเป็นดั่งเข็มทิศ
ชีวิตย่อมไม่หลงทาง
แม้โลกจะแปรเปลี่ยนเพียงใด
ใจยังสงบกลางพายุร้าย


[Chorus (ยิ่งใหญ่)]

จงเคารพ “พระธรรม”
ดั่งพระพุทธองค์ทรงทำไว้
เพราะธรรมคือทางแห่งปัญญา
คือแสงเมตตาอันยิ่งใหญ่

ศีล สมาธิ และวิมุตติ
รวมเป็นสายธารแห่งความดี
ผู้ใดยึดธรรมเป็นที่พึ่ง
ชีวิตนั้นย่อมงดงามเสรี


[Outro]

ใต้ต้นไทรวันนั้น
มิใช่เพียงบทสนทนา
แต่คือคำสอนแห่งจักรวาล
ว่าแม้พระพุทธเจ้า…

ยังทรงเคารพธรรมตลอดกาล

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

คารวสูตรที่ ๒

             [๕๕๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-
             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ ประทับอยู่ที่ต้นอชปาลนิโครธ
แถบฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เขตอุรุเวลาประเทศ ฯ
             ครั้งนั้น ความปริวิตกแห่งพระหฤทัยบังเกิดแก่พระผู้มีพระภาคผู้เสด็จเข้า
ที่ลับ ทรงพักผ่อนอยู่อย่างนี้ว่า บุคคลผู้ไม่มีที่เคารพ ไม่มีที่ยำเกรง ย่อมอยู่
เป็นทุกข์ เราจะพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์ใครผู้ใดอยู่หนอ ฯ
             [๕๖๐] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้มีพระดำริว่า เราควรสักการะ
เคารพสมณะหรือพราหมณ์อื่นแล้วอาศัยอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งศีลขันธ์ที่ยังไม่
บริบูรณ์ แต่ว่า เรายังไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่ถึงพร้อมด้วยศีลยิ่งกว่าตน
ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์
เทวดาและมนุษย์ ซึ่งเราควรสักการะเคารพแล้วอาศัยอยู่ เราควรสักการะเคารพ
สมณะหรือพราหมณ์อื่นแล้วอาศัยอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งสมาธิที่ยังไม่บริบูรณ์
แต่ว่าเรายังไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่ถึงพร้อมด้วยสมาธิยิ่งกว่าตนในโลก
พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา
และมนุษย์ซึ่งเราควรสักการะเคารพแล้วอาศัยอยู่ เราควรสักการะเคารพสมณะ-
*หรือพราหมณ์อื่นแล้วอาศัยอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์
แต่ว่า เรายังไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่ถึงพร้อมด้วยปัญญายิ่งกว่าตนในโลก
พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา
และมนุษย์ ซึ่งเราควรสักการะเคารพแล้วอาศัยอยู่ เราควรสักการะเคารพสมณะ-
*หรือพราหมณ์อื่นแล้วอาศัยอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งวิมุตติขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์
แต่ว่าเรายังไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่น ที่ถึงพร้อมด้วยวิมุตติยิ่งกว่าตน ในโลก
พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา
และมนุษย์ ซึ่งเราควรสักการะเคารพแล้วอาศัยอยู่ เราควรสักการะเคารพสมณะ-
*หรือพราหมณ์อื่นแล้วอาศัยอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่ยังไม่
บริบูรณ์ แต่ว่า เรายังไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่ถึงพร้อมด้วยวิมุตติญาณ-
*ทัสสนะ ยิ่งกว่าตน ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์
พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ซึ่งเราควรสักการะเคารพแล้วอาศัยอยู่
อย่ากระนั้นเลย เราควรสักการะเคารพธรรมที่เราตรัสรู้นั้นแหละ แล้วอาศัยอยู่ ฯ
             [๕๖๑] ลำดับนั้น สหัมบดีพรหม ทราบความปริวิตกแห่งพระหฤทัย
ของพระผู้มีพระภาคด้วยใจแล้ว ก็อันตรธานไปในพรหมโลก มาปรากฏเฉพาะ
พระพักตร์พระผู้มีพระภาค เหมือนบุรุษมีกำลัง พึงเหยียดออกซึ่งแขนที่คู้อยู่
หรือพึงคู้เข้าซึ่งแขนที่เหยียดอยู่ ฉะนั้น ฯ
             ครั้นแล้ว สหัมบดีพรหมกระทำผ้าห่มเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี
ไปทางพระผู้มีพระภาค แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค
เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่าใดได้มีมาแล้วตลอดกาลอันล่วงแล้ว แม้พระผู้มี
พระภาคเหล่านั้น ก็ทรงสักการะเคารพธรรมนั่นเองแล้วอาศัยอยู่ ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่าใดจักมีตลอดกาลไกลอันยังไม่มาถึง
แม้พระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็จักทรงสักการะเคารพธรรมนั่นเองแล้วอาศัยอยู่
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้ ก็
ขอจงทรงสักการะเคารพธรรมนั่นแหละ แล้วอาศัยอยู่ ฯ
             [๕๖๒] สหัมบดีพรหม ได้กราบทูลดังนี้แล้ว ครั้นแล้วได้กล่าวนิคม
คาถาอีกว่า
                          พระสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่าใดที่ล่วงไปแล้วก็ดี พระพุทธเจ้า
                          ทั้งหลายเหล่าใดที่ยังไม่มีมาก็ดี และพระสัมพุทธเจ้าพระองค์
                          ใดในบัดนี้ผู้ยังความโศกของชนเป็นอันมากให้เสื่อมหายก็ดี
                          พระพุทธเจ้าเหล่านั้นทุกพระองค์ ทรงเคารพพระสัทธรรม
                          อยู่แล้ว ยังอยู่ และจักอยู่ต่อไป ข้อนี้เป็นธรรมดาของ
                          พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ กุลบุตรผู้รักตน
                          หวังความเป็นผู้ใหญ่ เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า
                          ทั้งหลาย พึงเคารพพระสัทธรรม ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Exploring the Abhidhamma Piṭaka, Volume XII: Paṭṭhāna, Part VI (Volume 45 of the Pāli Canon) — Unveiling the Mechanism of Negative Conditionality (Paccanīya-Paccaya) and Decoding the Negative Relational Structure of Ultimate Realities

  This study examines the Abhidhamma Piṭaka , Volume XII, Paṭṭhāna , Part VI, a profound treatise that analyzes Paccanīya-Paccaya (Negative...