วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ยุค ๔.๐ ยุคพี่มหาเปิดตัว 'พรรคมหาเปรียญ' สู่สังคมไทย?




@ ผมว่ายุคนี้เป็นยุคที่บรรดาพี่มหาทั้งหลายของผมเริ่มออกจากมุมอับของสังคมที่เคยแอบๆอยู่ก็มทยอยๆออกมาแสดงตังเปิดตัวกันเป็นจำนวนมาก ถามว่าเปิดตัวเพื่ออะไร? คำตอบคือเปิดตัวเพื่อ "สมัคร ส.ส." ครับในนามหลายพรรค เช่น พรรคแผ่นดินธรรม พรรรคประชาธิปไตยเพื่อปวงชน พรรคไทยสาธุชน เป็นต้น ผมว่า 3 พรรคนี้เป็นพรรค "มหาเปรียญ" ทั้งนั้น คือ พรรคแผ่นดินธรรม ของ อ.กรณ์ มีดี ป.ธ.๖ พรรคประชาธิปไตยเพื่อปวงชนของ ดร.รักสยาม นามานุภาพอ.ดร.เอกภพ เหล่าลาภะ พรรคไทยสาธุชน ของ อ.มหาดวงใจ เชื้อคำเพ็ง คนนครพนมบ้านเดียวกันกับผม

@ พรรคอดีตพระ..พรรคมหาเปรียญ..สู่ความเป็นพรรคเพื่อพระพุทธศาสนา ?

ผมว่า ทั้ง 3 พรรคนี้ผมก็เคยคุยกับผู้บริหารพรรคมาก่อนหน้านี้มาแล้วก็ในวงการ "มหาเปรียญ" บ้านเรานี้มันแคบ คือใครทำอะไรที่ไหนรู้กันไปหมดประเภทสืบสาวหาประวัติกันค่อนข้างง่ายเพราะแค่ถามว่าตอนบวชอยู่วัดไหนแค่นั้นแหละ อัตชีวประวัติไหลพรืดออกมาเลย

ดังนั้น ความโปร่งใสหรือความเป็นคนดีในฐานะที่เป็นคนสุกหรืออดีตนักบวชเก่านั้นผมว่า "การันตี"ได้ถึงจิตวิญญาณที่ท่านเหล่านั้นจะทำเพื่อพระพุทธศาสนา หรืออาจจะกล่าวได้ว่า พรรคอดีตพระเหล่านี้มีจิตวิญญาณเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงครับ

และผมคิดว่าน่าจะเป็นพรรคทางเลือกของชาวพุทธบ้านเราได้ที่จะเลือกพวกเขาเหล่าชาวพุทธจิตอาสาเหล่านี้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแทนเราได้ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลือกเสี่ย เลือกเจ้าสัว เลือกนักเลงโตเราก้เลือกมาแล้ว ชั่ว ดี อัปปรีย์ จัญไร ก่อนหน้านี้เราก็เลือกมาแล้ว ได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้าง เราก็เลือกกันมาหลายสิบปี

มาปีนี้ยุคนี้ อยากฝากเราชาวพุทธทุกท่าน หากจะมีเลือกตั้งก็เลือก "พรรคมหาเปรียญ" ทั้งหมดนี้เข้าไปทำหน้าที่ที่สภาแทนพวกเราบ้างจะเป็นไร ไม่เสียหายหรอกครับ อย่างน้อยก็ให้เขาไปทำหน้าที่แทนชาวพุทธทั้งประเทศโดยตรง พรระมหาเปรียญเหล่านี้จะดีจะอย่างไรเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ?

@ พรรคแผ่นดิธรรม "พรรคกรณ์ มีดี"?

พรรคนี้ก่อตั้งมาจากการทำงานในนาม สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย เดิมทีผมเป็นเลขาธิการสมาพันธ์นี้เป็นคนแรก แต่ทำหน้าที่ได้แค่สองเดือนผมก็ลาออกเพราะเวลาทำงานมีน้อยเลยให้อ.กรณ์ มีดี เข้ามาทำหน้าที่แทน และในสมาพันธ์นี้ทั้ง อ.ดร.รักสยาม นามานุภาพ อ.ดร.เอกภพ เหล่าลาภะ และอ.แก้ว ชิดตะขบและมหาเปรียญคนอื่นๆก็เป็นสมาชิกอยู่ด้วยก่อนจะแยกไปตั้งพรรคอีกทีในนามพรรคประชาธิปไตยเพื่อปวงชน หรือพรรค สป.๙

พูดถึง อ.กรณ์ มีดีนี่ผมยอมรับว่าท่านเป็นคนดี เป็นคนที่เสียสละอดทนทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงไม่ว่างานประชุมงานเล็กงานน้อยท่านไม่เคยขาดและที่สำคัญท่านเป็นคนมีหลักการในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาค่อนข้างสูง คือหาตัวจับยาก เคยทำงานการเมืองมาจากพรรคใหญ่คือไทยรักไทยมีประสบการณ์ มุมมองทางการเมืองที่ยอดเยี่ยม เสนอตัวผ่านสื่อมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลายครั้งเจอกันผมเห็นแววตาของความมุ่งมั่นของท่านมาก เวลาที่มีปัญหาท่านจะบอกอย่างเดียวว่า สู้ๆและอดทน เท่านั้น อ.กรณ์ในมุมมองผมเป็นคนที่เป็นตัวแทนชาวพุทธในสนามการเมืองได้ครับ

พรรคนี้เริ่มออกพบปะประชาชนและพระสงฆ์มานานแล้วเวลาไปไหนวัดไหนก็เข้ากับวัดได้ง่ายเพราะไปที่ไหนก็ไปหามหาเก่าในถิ่นนั้นๆก่อนเสมอทำให้เข้าถึงวิถีชาวบ้านได้ง่าย ผมว่าพรรคนี้ก็ควรพิจารณาครับ

@ พรรคไทยสาธุชน "พรรคมหาดวงใจ เชื้อคำเพ็ง" ?

อ.มหาดวงใจ เชื้อคำเพ็ง เป็นคนอ.นาแก จ.นครพนม ท่านอ.มหาก็เป็นคนที่ทำเพื่อพระพุทธศาสนาคนหนึ่ง จบ ป.ธ.๘ อดีตเคยเป็นใหญ่เป็นโตทางคณะสงฆ์มาก่อนจะลาสิกขามาเป็นชาวบ้านแต่ก็ยังวนเวียนอยู่กับวัดกับวาไม่ได้ไปไหน ท่านอ.มหาดวงใจ ได้แยกตัวจากสมาพันธ์ชาวพทธแห่งประเทศไทยออกมา ตั้งพรรคไทยสาธุชน จุดตั้งต้นหวังรวบรวมพี่น้องป้องปายแถบอีสานตอนบน นครพนม สกลนคร อุดรธานี อุบลฯ เป็นต้นมาไว้ในพรรคและมีนโยบายเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน ท่านอ.มหาดวงใจเป็นโผงผางเสียงดังฟังชัด คาดว่าชาวพุทธเราคงจะได้ตัดสินใจเลือกพรรคท่านมาทำงานแทนชาวพุทธในอีกไม่ช้าในนามพรรคไทยสาธุชนครับ

@ พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน "พรรครักสยาม นามานุภาพ" ?

ที่จั่วหัวแบบนี้ไม่ใช่ว่าอ.มหารักสยามเป็นหัวหน้าพรรคนะครับ พี่มหารักสยามเป็นเลขาธิการพรรค เดิมก็แยกไปจากสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยอีกพรรคหนึ่ง เพราะพี่รักสยามก็เป็นสมาชิกสมาพันธ์มาก่อน พรรคนี้วางยุทธศาสตร์การทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ ประเภทพรรคเล็กแต่คิดการณ์ใหญ่ วางคนไว้ทำงานทัาวทุกภาค เป็นพรรคที่มีภาพของคนขอนแก่นชูนโยบายสนับสนุนวิปัสสนาธุระในเมืองไทยในฐานะที่เป็นคนขอนแก่น เป็นเกิดของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภมหาเถระ) ดังนั้น จึงเน้นที่ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาที่เน้นด้านวิปัสสนาธุระมากกว่าด้านอื่นๆงานนี้เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายคงจะต้องพิจารณาพรรคนี้กันล่ะ

@ จุดยืนของพรรคมหาเปรียญในสังคมไทย ?

ผมว่าจุดยืนของพรรคชาวพุทธที่เกิดขึ้นเท่าๆที่สัมผัสไอเดียหรือแนวคิดของ หน.พรรคแต่ล่ะพรรคล้วนชูนโยบายเพื่อพระพุทธศาสนาทั้งหมด คือ เพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา เนื่องจากปัจจุบันนี้พระพุทธศาสนาถูกบดบังไปมากจนสังเกตเห็นได้ ดังนั้น การเกิดขึ้นของพรรคเพื่อพระพุทธศาสนาก็จึงถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเพราะความสำนึกรักพระพุทธศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ชาวพุทธเรามีอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว หากยามใดที่พระพุทธศาสนามีภัย ชาวพุทธไม่ออกมาปกป้องแล้วจะให้ใครเล่ามาทำหน้าที่นี้ ดังนั้น พรรคมหาเปรียญจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของชาวพุทธที่คนยุค 4.0 อย่างเราจะต้องพิจารณา

@ มหากับการเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ ?

ผมว่าเรื่องมหากับการเมืองนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมบ้านเรา ในอดีต "อดีต"ก็ได้เป็นถึงพระเจ้าแผ่น เช่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา "พระเจ้าทรงธรรม"ก็เป็นอดีตพระราชาคณะที่ลาสิกขามาครองบัลลังก์ หรือในยุครัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ พระองค์ก็ทรงเป็นมหาเปรียญ ๕ ประโยคที่ทรงลาสิกขามาเพื่อครองราชบัลลังก์

นอกจากนั้นในยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกษม บุญศรี ป.ธ.๘ อดีตส.ส.นครวรรค์ ก็เป็นถึงประธานรัฐสภามาแล้ว หรือหลวงวิจิตรวาทการ ป.ธ.๕ ก็เป็นถึงอธิบดีกรมศิลปากรก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีได้ หรือยุคปัจจุบันนี้ กุเทพ ใสกระจ่าง ป.ธ.๘ ก็เป็นส.ส.ฝีปากกล้าของวงการเมืองไทยมาแล้ว

ดังนั้น การที่พี่มหาอดีตพระทั้งหลายยุคไทยแลนด์ ๔.๐จะก้าวเข้าสู่ถนนการเมืองผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดดอกครับ ผมว่ามันขึ้นอยู่ที่ว่าชาวพุทธบ้านเราจะให้โอกาสเขาเหล่านั้นหรือไม่แค่นั้นเองครับ

ขอบคุณครับ

Cr.FB-Naga King

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...