วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2561

่ว่าด้วยทฤษฎี.."การสร้างสันติภาพโลกถาวร"พลเอกเปรม

่ว่าด้วยทฤษฎี.."การสร้างสันติภาพโลกถาวร"...!!!
(The Establishment of Lasting World Peace Theory)

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้ออกนโยบาย 66/23 ปฏิวัติสันติเอาชนะปฏิวัติรุนแรงของคอมมิวนิสต์ อันลือลั่นไปทั่วโลก  ได้กล่าวเตือนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษว่า.. "เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นมิตร"...!!!

คำว่า.."เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู..แต่เป็นมิตร"...!!!
นี่เป็นระบบความคิดของ..นโยบาย 66/23 ที่มีชัยชนะต่อเผด็จการคอมมิวนิสต์และเผด็จการทุกชนิด..เพราะมาจากสัจธรรม(Truth)ที่เป็นปรัชญาของอุดมการลัทธิประชาธิปไตย ที่จะสร้างสังคมประชาธิปไตยอันเป็นอุดมคติคือ.....
"เอกภาพของความแตกต่าง...!!!
(Unity of Diversity)

และแม้.."เห็นตรงข้ามกันเลย...ก็เป็นมิตร"...!!!
อันเป็นการปฏิบัติสัจธรรมอันเป็นปรัชญาของลัทธิวัตถุนิยมคือ...
"เอกภาพของด้านตรงข้าม"...!!!
(Unity of the Opposite)

และจะทำให้ทั้ง 2 ปรัชญาเป็นมิตรกันอย่างแท้จริงตลอดไป อันเป็นการสร้างสันติภาพโลกถาวร(Lasting World Peace) โดย..ยกระดับทั้งสองปรัชญาขึ้นสู่.. "เอกภาพ"(Unity)อันเดียวกันคือ...
ทำให้เข้าสู่.."สภาวะสุญญตา"(ความว่าง)...!!!
ด้วยการปฏิบัติ.."3 ระบบแห่งพุทธะ"..คือ...
- ระบบความคิดออกจากทุกข์..คือ..อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)
- ระบบจิตวิญญาณ..คือ..ปรมัตถธรรม 4 (จิต เจตสิก รูป นิพพาน)
- ระบบภูมิของจิต..คือ..วัฏสงสาร 31 ภูมิ (อบายภูมิ 4 มนุษย์ 1 เทวดา 6 พรหม 20)

ดังนั้น คำชี้แนะของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อันเป็นปรัชญาทางโลกสังคม(Social World)คือ ทฤษฎีทางปรัชญาของลัทธิประชาธิปไตย..จะปฏิบัติได้จริง...จะต้องปฏิบัติโมกษธรรมสักระดับหนึ่ง โดยการปฏิบัติ 3 ระบบแห่งพุทธะแห่งโลกจิตวิญญาณ(Spiritual World) คือ... อริสัจ 4 ปรมัตถธรรม 4 วัฏสงสาร 31
ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยเสนอไว้แล้วว่า.. "การแก้ปัญหาชาติจะต้องปฏิบัติอริยสัจ 4"...!!!
อันเป็นการเอา.."โลกสังคม..มาประสานเข้ากับ..โลกจิตวิญญาณ"...!!!
นั่นคือ.."ประสานการเมือง..เข้ากับ..โมกษธรรม" นั่นเอง
นี่คือ.."ความสัมพันธ์ของโลกสังคม..กับ..โลกจิตวิญญาณ"...!!!

และ..โลกธรรมชาติ(Natural World)ก็จะมีความสัมพันธ์กับโลกสังคม(Social World)..คือ..เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นพบกฎเกณฑ์ของโลกธรรมชาติแล้ว..ก็จะถูกนำเอามารับใช้โลกสังคมเช่น เครื่องจักรเครื่องกลนำเอามาทำการผลิตทางเศรษฐกิจอันเป็นอุตสาหกรรม จนกลายเป็น.."ลัทธิเศรษฐกำหนด"(Economic Determinism) ซึ่งจะเป็นไปตามระบบสังคม(Social System) ซึ่งประกอบด้วย 3 ด้านคือ...
- การเมืองเป็นส่วนนำ
- เศรษฐกิจเป็นรากฐาน
- วัฒนธรรมเป็นภาพสะท้อน
นั่นคือ..ความสัมพันธ์ของโลกธรรมชาติกับโลกสังคม..คือ..."โลกธรรมชาติขึ้นต่อโลกสังคม" รูปธรรมคือ.. "วิทยาศาสตร์ขึ้นต่อการเมือง"...!!!
และ..ความสัมพันธ์ของโลกจิตวิญญาณกับโลกสังคม..คือ.."โลกสังคมขึ้นต่อโลกจิตวิญญาณ" รูปธรรมคือ.. "การเมืองขึ้นต่อโมกษธรรม"...!!!
นี่คือ..ความสัมพันธ์ตามธรรมชาติที่ถูกต้องของ 3 โลก นั่นคือ...
"โลกธรรมชาติ..ขึ้นต่อ..โลกสังคม..ขึ้นต่อ...โลกจิตวิญญาณ"...!!!

แต่ละโลกมีระบบความคิด(System of Thought)ของตนเอง
ส่วนสำคัญที่สุดของระบบความคิดคือ.. "ทฤษฎี"(Theory)...!!!
เพราะความคิดทั้งหลายจะเริ่มต้นจาก.."ทฤษฎี"..ทั้งสิ้น
ดังนั้น ทฤษฎีโลกธรรมชาติ..ขึ้นต่อ..ทฤษฎีโลกสังคม..ขึ้นต่อ..โลกจิตวิญญาณ

โลกธรรมชาติ(Natural World)...
ทฤษฎีวิทยาศาสตร์..จะถูก..ทฤษฎีการเมืองนำเอาไปใช้ เช่น...
ทฤษฎีระปรมาณู..จะถูก..ทฤษฏีประชาธิปไตย..หรือ..ทฤษฎีคอมมิวนิสต์เอาไปใช้..เป็นระเบิดปรมาณู..ไปทำสงคราม(War)..หรือเป็นอาวุธเพื่อแผ่อิทธิพลเป็นมหาอำนาจของโลก ฝ่ายโลกเสรีนิยม..หรือ..โลกสังคมนิยม
แต่...ในที่สุดแล้วมนุษย์ต้องการความสุขไม่ต้องการความทุกข์ นั่นคือไม่ต้องการสงคราม(War)..แต่..ต้องการสันติภาพ(Peace) 

ความสุข..กับ..ความทุกข์ เกิดขึ้นกับจิตใจ(Mind) ดังนั้น สันติภาพหรือสงครามก็เกิดขึ้นจากจิตใจ หรือเกิดขึ้นในจิตใจ ดังพุทธพจน์ว่า.. "ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน สำเร็จด้วยใจ"...!!!
"จิตใจ"..คือ..โลกจิตวิญญาณ(Spiritual World)..ดังนั้น ทฤษฎีของโลกสังคม..จึงขึ้นต่อ..ทฤษฎีของโลกจิตวิญญาณ นั่นคือ...
"ทฤษฎีโลกสังคม..ขึ้นต่อ..ทฤษฎีโลกจิตวิญญาณ"...!!!

ทฤษฎีโลกสังคม..มาจาก..ระบบความคิดของโลกสังคม นั่นคือ...
ระบบความคิดของโลกสังคม..ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ...
1. จุดยืน(Standpoint)
2. วิธีคิด(Way of Thinking)
จุดยืน..มี 2 จุดยืน..คือ...
- จุดยืนเห็นแก่ตัว
- จุดยืนเห็นแก่ส่วนรวม
เอาจุดยืนไปมองปัญหาสังคม(การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม)ก็จะเกิดเป็น.."วิธีคิด"..ส่วนแรกของวิธีคิดคือ.. "ทฤษฎี"(Theory)...!!!
และแปร.."ทฤษฎี"..ให้เป็น.."แนวทาง"...!!!
และแปร.."แนวทาง"..ให้เป็น..หลักนโยบาย"...!!!
และแปร.."หลักนโยบาย"..ให้เป็น..นโยบาย"...!!!
และแปร.."นโยบาย"..ให้เป็น.."มาตรการ"...!!!
และแปร.."มาตรการ"..ให้เป็น.."วิธีการ"...!!!
และแปร..ให้เป็น.."ยุทธศาสตร์"..และ.."ยุทธวิธี"...!!!
เป็นวิธีคิดของระบบความคิด คือ...
- ทฤษฎี..เช่น ทฤษฎีของประชาธิปไตย ทฤษฎีของคอมมิวนิสต์ 
- แนวทาง
- หลักนโยบาย
- นโยบาย
- มาตรการ
- วิธีการ
- ยุทธศาสตร์
- ยุทธวิธี

ทฤษฎีของลัทธิต่างๆ ก็จะประกอบด้วย 3 ทฤษฎีตามลำดับ คือ...
1. ทฤษฎีทางปรัชญา
2. ทฤษฎีทางการเมือง
3. ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์
โดยทั้ง 3 ทฤษฎีนี้ มีความสัมพันธ์ภายในกัน คือ...
"ทฤษฎีทางปรัชญา..นำ..ทฤษฎีทางการเมือง..นำ..ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์"...!!!

ทฤษฎีทางปรัชญาของ 2 ลัทธิทางสังคมใหญ่คือ...
- ทฤษฎีทางปรัชญาของลัทธิประชาธิปไตย..คือ...
"เอกภาพของความแตกต่าง"
"Unity of Diversity"

- ทฤษฎีทางปรัชญาของลัทธิคอมมิวนิสต์..คือ...
"เอกภาพของด้านตรงข้าม"
"Unity of the Opposite"

ทั้ง 2 ทฤษฎีทางปรัชญาของโลกสังคม(Social World)นี้..ขึ้นต่อ..ทฤษฎีของโลกจิตวิญญาณ(Spiritual World)
และทั้ง 2 ทฤษฎีทางปรัชญานี้ มีจุดร่วมกันคือ.. "เอกภาพ"(Unity)
ดังนั้น เอกภาพ(Unity)จะต้องขึ้นต่อทฤษฎีของโลกจิตวิญญาณ นั่นเอง

"ทฤษฎีในระบบความคิดของโลกจิตวิญญาณ"..คือ.."อริยสัจ 4"...!!!
ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วนคือ...
1. ทุกข์
2. สมุทัย
3. นิโรธ
4. มรรค
โดย..มีความสัมพันธ์ภายในกันคือ.. "ทุกข์..และ..สมุทัย..และ..นิโรธ..ขึ้นต่อ..มรรค"..นั่นเอง
"มรรค"..ประกอบด้วย 8 องค์ คือ...
- ทฤษฎีถูก
- คิดถูก
- พูดถูก
- ทำถูก
- เลี้ยงชีพถูก
- พยายามถูก
- สติถูก
- สมาธิถูก

นั่นคือ.."ทฤษฎีเอกภาพของโลกสังคม..ขึ้นต่อ..ทฤษฎีถูกของโลกจิตวิญญาณ"...!!!

ทฤษฎีเอกภาพของโลกสังคม..คือ...
เอกภาพของความแต่กต่าง
เอกภาพของด้านตรงข้าม
ดังนั้น จึงรวมอยู่ใน.."เอกภาพ"...!!!
นั่นคือ.."ทฤษฎีทางปรัชญาทั้ง 2 ลัทธินี้จะเป็นเอกภาพอันเดียวกันได้ จะต้องใช้ทฤษฎีถูกของอริยสัจ 4"

"เอกภาพ"..คือ..สุญญตา(ความว่าง) หรืออสังขตธรรม หรือความไม่ขัดแย้ง หรือความไม่มี อันเป็นสัจธรรมสัมบูรณ์(Absolute Truth)ซึ่งเป็นความถูกต้องอย่างปราศจากเงื่อนไข หรือผู้ถือดุลสูงสุด

จิตจะเป็นเอกภาพกันได้ หรือจะเข้าสู่สภาวสุญญตา หรือความว่างได้..ก็ต้องเมื่อจะต้องยึดถือและปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ที่เริ่มต้นด้วยมรรคองค์นำองค์แรกที่สำคัญที่สุดคือ.. "ทฤษฎีถูก"...!!!

"ทฤษฎีถูก"(Right Theory)..คือ.."เห็นถูกว่าอริยสัจ 4 จะพาพ้นจากความทุกข์"...!!!
หรือ.."ทฤษฎีอริยสัจ 4 พาจิตมนุษย์ไปสู่ความพ้นทุกข์"...!!!
นั่นคือ.."ทำให้จิตถอนความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ทั้ง 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ"...!!! 
นั่นก็คือ.."จิตเข้าสู่สภาวสุญญตา(ความว่าง)"...!!!
หรือ.."จิตอยู่ในสุญญตาวิหาร"...!!!

"ระบบอริยสัจ 4"..คือ..ระบบความคิดออกจากทุกข์(System of Thought)
เมื่อยึดถือปฏิบัติอริยสัจ 4 แล้ว..ก็จะนำไปสู่กระบวนการของจิตวิญญาณทั้งหมด หรือ.."ระบบจิตวิญญา"(System of Mind)คือ.. "ปรมัตถธรรม 4 คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน"...!!!
และจะนำไปสู่ภพภูมิของจิตทั้งสิ้น หรือ.. "ระบบของภูมิของจิต"(System of State of Mind) คือ.. "วัฏสงสาร 31 ภูมิ"...!!!
ซึ่งประกอบด้วย...
- อบายภูมิ 4
- มนุษย์ภูมิ 1
- เทวภูมิ 6
- พรหมภูมิ 20
อันเป็นภพภูมิของจิตปัจจุบัน ตามทฤษฎีสวรรค์ในอกนรกในใจ หรือทฤษฎีนิพพานที่นี่นิพพานเดี๋ยวนี้ อันเป็นปัจจุบันขณะ เช่น จิตของเราอาจจะอยู่ในภพภูมินรกเป็นสัตว์นรก เปรต อสูรกาย สัตว์เดรัชฉาน หรืออาจจะอยู่ในภพภูมิของเทวดา หรือพรหม ก็ได้ในวันเดียวกัน ในชั่วโมงเดียวกัน ในนาทีเดียวกัน โดยไม่ต้องรอให้ตายไปเสียก่อนแล้วจึงจะได้ไปเวียนวายตายเกิดอยู่ในภพภูมิ 31 ภูมิ หรือวัฏสงสาร 31 ภูมิ  หรืออาจจะบรรลุนิพพาน เพราะปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ประการจนหมดกิเลส เมื่อหมดกิเลสก็จะไม่มีกรรม และจะไปมีวิบาก จึงไม่เกิดอีกต่อไป ปัญหาก็มีข้อยุติแบบดับตลอดกาล หรือมีข้อยุติที่จะต้องไปเวียนว่ายตายเกิด(เกิด-ดับ)อยู่ภพภูมิ 31 ภูมิตามวิบากในจิตดวงนั้นๆ   และหลังจากตายไปแล้วก็จะไปเกิดในภพภูมิ 31 ภูมิตามวิบากในจิตดวงนั้นๆ ไปเป็นอยู่อบายภูมิ 4 หรือมนุษย์ภูมิ 1 หรือเทวภูมิ 6 หรือพรหมภูมิ 20  จึงแบ่งออกเป็น 2 ภพภูมิคือ...
- ภพภูมิของจิตในขณะที่มีชีวิตอยู่
- ภพภูมิของจิตหลังจากที่ตายไปแล้ว
ถ้าเชื่อและปฏิบัติตามอริยสัจ 4 ปรมัตถธรรม 4 และภพภูมิตามวัฏสงสาร 31 ภูมิ อันเป็นปัจจุบันชาติ เช่น ตามทฤษฎีนิพพานเดี๋ยวนี้ นิพพานที่นี่  หรือ.. "สวรรค์ในอก นรกในใจ"..ปัญหาของจิตก็จะมีข้อยุติเพราะเป็นปัจจุบันชาติ  แต่ถ้าเชื่อถือว่า.."ตายแล้วจะไปเกิดในภพภูมิ 31 ภูมิ ก็จะหาข้อยุติไม่ได้" หรือ "หาข้อยุติยากที่สุด" เพราะมันพิสูจน์ในปัจจุบันชาตินี้ไม่ได้ ปัญหาของจิตนี้จึงไม่มีข้อยุติ

นี่คือ..."ความสัมพันธ์ของระบบความคิดของ 3 โลก"...!!!
หรือ.. "3 โลก 6 ระบบ"...!!!
หรือ.. "การสร้างสันติภาพโลกถาวร"...!!!
ที่ไม่เคยมีการค้นพบมาก่อนเลย...!!!

พระอาจารย์สมาน ศรีงาม
ประธานขบวนการศาสนาเพื่อมนุษย์ชาติและสร้างสันติภาพโลกถาวร
สถาบันปฏิวัติสันติพุทธอหิงสาธรรมโลกประเสริฐ ทรัพย์สุนทร
สภาประชาชนปฏิวัติส้นติแห่งชาติ
พรรคการนำใหม่ประชาชนปฏิวัติสันติ
ไร่อรหันต์สถานปฏิบัติโมกษธรรมนานาชาติ
โทร. 089-8860868
วันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2561

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...