วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ฯ มองบวก "เงินดิจิทัล" กระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้อย่ากังวลเกินเหตุ



ขณะที่นักวิชาการด้านวิศวกรรมฯ  นักเศรษฐศาสตร์ มั่นใจช่วยเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลให้คนทั่วประเทศหนุนไทยสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังมีปัญหา เพราะขยายตัวช้ามา และมีอัตราการเติบโตของไทยต่ำที่สุดในอาเซียน นโยบายเงินดิจิทัลของรัฐบาลจะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น  อย่ากังวลเกินเหตุ อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรดำเนินมาตรการอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การส่งเสริมการท่องเที่ยว  การลดหนี้สาธารณะ มาตรการด้านภาษีต่าง ๆ ที่สำคัญต้องเร่งปรับโครงสร้างทางการแข่งขันของประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดึงนักลงทุนเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC เป็นต้น 

ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 ในภาพรวมคงจะฟื้นประมาณร้อยละ 3.2-3.3 แต่ว่าถ้ามีเงินดิจิทัลขึ้นมาอาจจะทำให้มีโอกาสเติบโตถึงร้อยละ 4.5-5 ทั้งนี้แม้ว่าหลายฝ่ายอาจมีความกังวลว่าการออกพระราชบัญญัติเงินกู้ในจำนวนเงินดังกล่าว อาจจะทำให้หนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้น แต่อยากให้มองว่าอย่ากังวลจนเกินเหตุ เพราะเงินดิจิทัลจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอนโดยเฉพาะในระยะสั้นเพราะให้จีดีพีเพิ่มขึ้น   ที่สำคัญยังมีอีกหลายมาตรการที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย อย่างที่เราเห็น เช่น การดึงนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาในประเทศไทย เป็นต้น และหากรัฐเร่งปรับโครงสร้างทางการแข่งขันของประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวพ้นจากปัญหาไปได้

"ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีปัญหา เพราะขยายตัวช้า เราโตต่ำสุดในอาเซียน  เงินดิจิทัลที่รัฐบาลอัดฉีดเข้ามาจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และหากติดตามมาด้วยการปรับโครงสร้างทางการแข่งขันของประเทศ ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เร่งดึงนักลงทุนเข้ามาใน EEC ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น” รศ.ดร.สมชาย กล่าว

รศ.ดร.สมชาย เน้นย้ำว่า รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยต้องมีการดำเนินการแบบองค์รวม และสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความสามารถในการชำระหนี้ผ่านการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ  การพัฒนาทักษะแรงงานด้านดิจิทัล  สนับสนุน SME เกษตรกร และสตาร์ทอัพ การส่งเสริม EV เป็นเรื่องสำคัญคู่ขนานไปกับการลงทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในเชิงโครงสร้างที่ EEC รวมไปถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งหากดำเนินคู่กัน ก็จะทำเศรษฐกิจของไทย มีโอกาสเติบโตได้แข็งแรง และทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นในเสถียรภาพการเงินของประเทศ

ด้านรศ.ดร.พิสิษฐ์ บุญศรีเมือง ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มั่นใจว่านโยบายเงินดิจิทัลไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังจะช่วยเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลให้คนในประเทศด้วย พร้อมกล่าวว่านโยบายเงินดิจิทัล เป็นเรื่องที่แหลมคมมากในการให้ประชาชนมีทักษะด้านดิจิทัลด้วยตนเองผ่านการใช้เงินผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งถือว่าเป็นกุศโลบายในการสอนให้ผู้คนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ซึ่งนโยบายนี้มาส่งเสริมได้ดีและจะยิ่งเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยเกิดสังคมไร้เงินสดมากขึ้น ยกกรณีประเทศจีนที่คนในประเทศใช้โทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางทำการจ่ายเงินแทนการพกเงินสด ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวกสบายให้คนในประเทศ นอกจากนี้ยังมองว่า การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะนำมาใช้ในการดำเนินนโยบายจะช่วยให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“ความพร้อมทางด้านทักษะดิจิทัลเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ความสามารถของประเทศ ซึ่งนโยบายเงินดิจิทัลของรัฐบาลผมมองว่านอกจากจะทำให้เกิดวงรอบในการจับจ่ายใช้สอย และเพิ่มมูลค่าทางจีดีพีแล้ว ยังจะทำให้เกิดการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสารสนเทศทางการเงิน การเพิ่มทักษะของคนในประเทศที่เกี่ยวกับดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลได้ในอนาคต” รศ.ดร.พิสิษฐ์ กล่าว

สอดคล้องกับดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร นักเศรษฐศาสตร์ ในฐานะรองประธานเลขาธิการหอการค้าไทย-จีน  ที่ได้กล่าวว่า เงินดิจิทัลจะช่วยเพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีด้านการเงินอีกให้กับคนไทยเพิ่มมากขึ้น  โดยระบุออกเป็น 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรกมองว่านโยบายเงินดิจิทัลจะทำให้คนไทยมีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้น เพราะตอนนี้ประเทศจีนไปไกลมากไทยยังวิ่งตามหลัง ฉะนั้นโครงการนี้จะเป็นการปรับฐานคนไทยให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะด้านดิจิทัลในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายไปในกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งมองว่าตรงส่วนนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมในการที่จะขยับประเทศเข้าไปสู่โลกอนาคต คนของเราจำเป็นต้องมีเรื่องเหล่านี้ เพราะนี่คือทิศทางของโลกที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ในประเด็นที่สอง เงินดิจิทัลจะทำให้คนไทยมีประสิทธิภาพการจัดการเรื่องการเงินและเป็นการสนับสนุนให้คนไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นในอนาคตเช่นเดียวกับประเทศจีนที่มีการจับจ่ายผ่าน Alipay และ WeChat Pay ดังนั้นไทยเราต้องมีการปรับตัว เดินหน้าที่จะพัฒนาทักษะการใช้เงินดิจิทัลให้กับประชาชนคนไทยมากยิ่งขึ้น


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...