วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

พม. โดย ศรส. รับเด็กหญิง 9 ขวบ เข้าคุ้มครองในบ้านพักเด็กฯ หลังถูกน้าชายทำร้ายร่างกาย



วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 นางสาวซาราห์ บินเยาะ ที่ปรึกษาวิชาการพัฒนาสังคม ในฐานะผู้ประสานงานหลักของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) หรือ HuSEC เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุที่เด็กหญิง อายุ 9 ปี ถูกน้าชายทำร้ายร่างกาย ที่สถานีตำรวจนครบาลประเวศ กรุงเทพฯ ทาง ศรส. ได้ส่งทีมปฏิบัติการหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพบว่าสภาพร่างกายเด็กมีรอยฟกช้ำบริเวณหลายจุด และบริเวณศีรษะมีรอยบวม อีกทั้งจากการพูดคุยสอบข้อเท็จจริงเด็ก พบว่า แต่เดิม เด็กเคยอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ จ.สระบุรี ต่อมาพ่อต้องโทษจำคุก จึงทำให้มาอยู่ในความดูแลของแม่ ซึ่งแม่มีอาชีพเผาถ่านขาย มีรายได้ไม่แน่นอน ดังนั้น แม่จึงได้ส่งลูกให้มาอาศัยอยู่กับน้าชายที่ห้องเช่า ย่านประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งครอบครัวของน้าชายอาศัยอยู่ด้วยกัน 6 คน และน้าชายมีอาชีพรับจ้างส่งของ ส่วนน้าสะใภ้ไม่ได้ประกอบอาชีพ โดยได้บังคับเด็กให้ออกไปตระเวนขอเงินและอาหารตามที่สาธารณะ ถ้าวันไหนเด็กขอไม่ได้ จะถูกทำโทษด้วยการตีด้วยไม้ 

    นางสาวซาราห์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ กระทรวง พม. ได้รับตัวเด็กหญิงเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร เรียบร้อยแล้ว และได้ประสานงานกับทีม ศรส. จ.สระบุรี เพื่อขอความร่วมมือในการเยี่ยมบ้านครอบครัวเด็ก และประเมินสภาวะครอบครัวแม่ของเด็ก พร้อมตรวจสอบประวัติการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากแม่ของเด็กเคยปรากฏเป็นข่าวขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ เมื่อปี 2563 ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

      นางสาวซาราห์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ทีมปฏิบัติการหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ศรส. โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ได้ประสานไปยังครูประจำชั้นของเด็กในเรื่องของการรักษาสิทธิของการเรียน จึงได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังโรงเรียนในการลงเวลาเรียน และการสอบของเด็ก เพื่อดำเนินการไม่ให้เด็กเสียสิทธิในการศึกษาเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งได้ประสานคลินิกส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็ก รพ.รามาธิบดี เพื่อนำเด็กเข้ารับการตรวจประเมินจากทีมสหวิชาชีพ ในวันที่ 23 พ.ย. 66 

      นางสาวซาราห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายงานการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ปีงบประมาณ 2566 (ต.ค. - ก.ย. 66) มีจำนวน 2,312 ราย พบว่า พื้นที่ความรุนแรงสูงสุด คือ กรุงเทพฯ จำนวน 202 ราย ความรุนแรงรายภาคสูงสุด คือ ภาคกลาง 38.2 % ช่วงอายุผู้กระทำมากที่สุด คือ 36 - 59 ปี จำนวน 1,281 ราย เพศผู้ถูกกระทำมากที่สุด คือ เพศหญิง จำนวน 1,931 ราย เป็นความรุนแรงด้านร่างกายสูงสุดถึง 54.5 % (ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ณ วันที่ 5 ต.ค. 66) 

         ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำความรุนแรงในสังคมไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครก็ตาม โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ  สามารถแจ้งเหตุได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 2) Line OA "ESS Help me" เพียงกดเพิ่มเพื่อน @esshelpme 3) สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ  และ 4) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่


ที่มา - https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/74998


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...