วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

เกษตร ฯ ดัน“ทุ่งบางระกำโมเดล” พิษณุโลก เพิ่มมูลค่าฟางข้าวสร้างรายได้ป้องกันเผา



เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ภาคการเกษตรโดยกล่าวว่าที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่ต้นเหตุทั้งข้าว ข้าวโพด และอ้อย โดยได้มีการถอดบทเรียน ปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของปี 2567 พร้อมชี้แจงสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในปัจจุบัน รวมถึงการสรุปสถานการณ์การเผาในพื้นที่การเกษตรทั้งหมดและการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2565/66 ทั้งปัญหาและอุปสรรคของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล

ชณะที่นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำการเกษตรเป็นการทำการเกษตรปลอดการเผา โดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์ โดยในปี 2566 ตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายดังกล่าว คือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรของสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พร้อมนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดพิษณุโลกที่กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM 2.5 เป็นวาระสำคัญ โดยให้ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พร้อมนำไปขยายผลในพื้นที่อื่น

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลกจึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ “ฟางทองคำ”  ที่บางระกำโมเดลขึ้น เพื่อส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าฟางข้าว และลดการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยมีการกระตุ้นการสร้างมูลค่าให้ฟางข้าวเปรียบเหมือนทองคำ โดยภาครัฐทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ ดูแลด้านการตลาด การขายฝาก พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากการเผาในพื้นที่ปลูกข้าว รวมทั้งสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจค้าฟางข้าว ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายให้แก่เกษตรกรในพื้นที่บางระกำโมเดล มีพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2565/66 ในพื้นที่บางระกำโมเดลประมาณ 160,000 ไร่ โดยฟางข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถอัดก้อนได้จำนวน 25 ก้อน ราคาขายก้อนละ 18 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากฟางข้าวไร่ละ 450 บาท ซึ่งในภาพรวมของปีการผลิต 2565/66 ในบางระกำโมเดล สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้จำนวนกว่า 15.77 ล้านบาท  สามารถลดจุด Hotspot ค่าความร้อน และฝุ่น PM 2.5 ลงได้มาก 

นอกจากนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก ยังได้ขยายผลสำเร็จของกิจกรรมรณรงค์ “ฟางทองคำ” ที่บางระกำโมเดลดังกล่าว ไปใช้กับพื้นที่นอกบางระกำโมเดลให้ครบทั้ง 9 อำเภอ ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังนอกบางระกำโมเดล จำนวน 581,840 ไร่ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ถึงกว่า 91.23 ล้านบาท รวมแล้วโครงการดังกล่าวสามารถทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2565/66 ทั้งในบางระกำโมเดลและนอกบางระกำโมเดลในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีรายเพิ่มจากการจำหน่ายฟาง รวมกันกว่า 107 ล้านบาท สำหรับแผนการดำเนินการ “บางระกำโมเดล” ในปีการผลิต 2566/67 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก ได้กำหนดจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนมกราคม 2567

สำหรับการดำเนินการ “บางระกำโมเดล” ของจังหวัดพิษณุโลก  เป็นการดำเนินการในพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2565/66 ประกอบด้วยพื้นที่บางส่วนของ 4 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพิษณุโลก จำนวน 24,764 ไร่ อำเภอพรหมพิราม จำนวน 106,914 ไร่ อำเภอบางระกำ จำนวน 37,766 ไร่ และอำเภอวัดโบสถ์ จำนวน 910 ไร่ ซึ่งจัดเป็นพื้นที่แก้มลิงสำหรับรับน้ำในฤดูน้ำหลากจากภาคเหนือ ทำให้เกษตรกรเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรังแล้วจะต้องเร่งเพาะปลูกข้าวนาปีให้ทันก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อที่จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ทันก่อนวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...