วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ทนเห็นขมขื่นมานาน! "เศรษฐา" ยันสิ้นเดือนนี้แถลงข่าวใหญ่แก้หนี้นอกระบบ



นายกฯปาฐกถาพิเศษงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ยืนยันประเทศไทยมีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนในไทย ย้ำรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หนุนพัฒนาเมืองรอง

 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ ห้องภิรัชฮอลล์ 2-3 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ในโอกาสครบรอบ 91 ปี หอการค้าไทย เรื่อง “The time to act is now พลิกวิกฤต ฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน” และรับข้อเสนอทางเศรษฐกิจจากหอการค้าทั่วประเทศ (สมุดปกขาว) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวมพลังเครือข่ายหอการค้าทุกภาคส่วนตามแนวทาง Connect the dots ในการเชื่อมโยงความร่วมมือและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไปสู่การพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน Connect – Competitive - Sustainable โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ประธานหอการค้าจังหวัดและเลขาธิการหอการค้าจังหวัด ประธานหอการค้าต่างประเทศ นายกสมาคมการค้า ผู้ประกอบการรุนใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

 นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้มากล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ในโอกาสครบรอบ 91 ปี หอการค้าไทยในวันนี้ โดยกล่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) ระหว่างวันที่ 12-19 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และได้พบปะกับผู้นำประเทศต่าง ๆ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำของต่างประเทศ เช่น Facebook Tesla Google Microsoft ทำให้เห็นถึงศักยภาพประเทศไทยในหลายด้านทั้งเรื่องความพร้อมด้านคมนาคม โดยเฉพาะเรื่องของ Clean Energy ซึ่งเป็นนโยบายหลักของประเทศ เรื่อง Health Care โรงเรียน International ฯลฯ และสนใจที่จะมาลงทุนในไทยอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยแม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ก็มีจุดยืนของตนเองด้านการค้าขายมาโดยตลอด โดยนายกฯ ย้ำวัตถุประสงค์การเดินทางไปเยือนต่างประเทศได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่มาเพื่อค้าขายและเชิญชวนให้นักลงทุนมาลงทุนในไทยผ่านการได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่นักลงทุนจะได้รับ เช่น มาตรการสนับสนุนด้านภาษี และมาตรการต่าง ๆ ที่สามารถ Offer นักลงทุนต่างประเทศให้มาลงทุนในไทยได้ อย่างไรก็ตามในเรื่องของ FTA ยังล้าหลังอยู่ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไทยมีการเจรจาเรื่องนี้น้อยมาก ซึ่งเรื่องของ FTA จะเป็นอีกหนึ่งวาระที่สำคัญของรัฐบาลนี้ที่จะเดินหน้าเต็มที่และทำให้เกิดผลโดยเร็ว ซึ่งจากการที่ได้เดินทางไปต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีก็ได้มีการปูทางไว้แล้ว เช่น ที่ออสเตรเลียถึงแม้มีเรื่อง FTA แล้วแต่ก็จะมีการอัปเกรด FTA ขึ้นไปอีก และจะมีการขยายไปในอีกหลายประเทศต่อไปด้วย

 นายกรัฐมนตรีกล่าวแม้หลายคนพูดถึงการเดินทางไปร่วมประชุมเอเปค ครั้งที่ 30 เราประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น นายกฯ ยังไม่มองแบบนั้น แต่มองว่าเรายังสามารถทำได้อีกมาก โดยพรุ่งนี้จะมีการนัดทีมที่ไปทำกันมาว่าแต่ละหน่วยงาน แต่ละกระทรวง กรม ต้องไปทำการบ้านอย่างไรต่อ เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนนั้นเกิดขึ้นได้จริง ๆ รวมไปถึงการพัฒนาเรื่องเมืองรองของไทยซึ่งต่างประเทศก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ด้วย ไม่เฉพาะการท่องเที่ยวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เท่านั้น เพราะต่างประเทศมองว่าหลายจังหวัดของไทยยังมีศักยภาพอยู่มากทั้งเรื่องวัฒนธรรม Soft Power และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ต้องการให้ไทยมีการพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น เรื่องการพัฒนาสนามบินต่าง ๆ ของไทย ทั้งสุวรรณภูมิ ภูเก็ต พังงา เชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นตามแผน ทั้งนี้ หลายเมืองรองต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายมิติเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวให้มากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยสิ่งสำคัญคือระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวมาอยู่ในเมืองไทย ดังนั้นการดึงให้นักท่องเที่ยวให้อยู่นานและไปท่องเที่ยวในเมืองรองด้วย ต้องมีการขยายระยะเวลาให้นักท่องเที่ยวอยู่ได้นานขึ้น ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ในทุกมิติรองรับด้วย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รวมถึงด้านการเดินทางคมนาคมขนส่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ทั้งนี้ เห็นด้วยที่ทางหอการค้าแห่งประเทศไทยจะเริ่มขับเคลื่อนใน 4 เมืองรอง และขยายไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ด้วย เพราะถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้โดยจะพยายามทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจะให้ทีมงานนัดเพื่อหารือกันในเรื่องดังกล่าวต่อไป เช่น เรื่องของ Incentive เมืองรองคืออะไร การสนับสนุนจากรัฐบาลที่ต้องการคืออะไร เป็นต้น

 

สำหรับกรณีเรื่องนโยบายเงิน Digital Wallet ที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเมื่อวานนี้ (18 พ.ย. 66) ที่นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำว่าความจริงแล้วปัจจัยหลักอยู่แค่นี้ คือ เร่งด่วน จำเป็น วิกฤติหรือเปล่า ซึ่งก็มีบางคนเห็นว่า ไม่เร่งด่วน ไม่จำเป็น ไม่วิกฤติ แต่รัฐบาลนี้เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น เร่งด่วน และสภาพเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่วิกฤติ ส่วนที่บอกว่าถ้าจะวิกฤติ ต้อง GDP ติดลบ ท่านพูดถูก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่วิกฤติ แต่เราหรือประเทศไทยไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เราอยู่บนโลกของการแข่งขันที่สูงมาก ถ้าย้อนกลับไปดูประเทศคู่แข่งของไทย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จะพบว่าตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าวขยายตัวไปเท่าไรในปีที่ผ่านมาเมื่อเปรียบเทียบกับไทย ซึ่งเชื่อว่าทุกคนทราบดีว่าไทยสามารถทำได้และไปไกลได้อีก ทั้งนี้ 9-10 ปีที่ผ่านมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยเฉลี่ยต่ำกว่า 2% พักหนี้เกษตรกรไป 13 ครั้ง ซึ่งเกษตรกรเองก็อยากมีความภาคภูมิใจไม่ต้องมาพักหนี้ให้เขา เกษตรกรอยากจะมีตลาดใหม่ ๆ สำหรับนำสินค้าเกษตรไปจำหน่ายได้มากและราคาที่ดีขึ้น รวมถึงความต้องการมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องการเกษตร เพื่อสร้างผลิตผลที่สูงขึ้น เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้ที่เข้ามาอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหา รัฐบาลต้องพยายามทำให้ได้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม เช่น พักหนี้เกษตรกร การลดค่าไฟฟ้า การลดค่าน้ำมันเบนซินและดีเซล การสนับสนุน Short Quick Win  การสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้ดำเนินการแล้ว รวมไปถึงการดำเนินการเรื่องของการยกเว้น ตม.6 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะสามารถเดินทางเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในวันศุกร์-อาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วันละประมาณ 30,000 คน จากเดิมอยู่ที่ 10,000 คนต่อวัน สิ่งที่พูดเหล่านี้เพียงอยากย้ำว่า รัฐบาลนี้และรัฐมนตรีทุกคนทำงานหนัก ลงรายละเอียดทุกเม็ดเพื่อก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งดิจิทัลวอลเล็ตก็เป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาลเช่นกันที่จะทำให้เกิดผลทางเศรษฐกิจด้วย


นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า สิ้นเดือนพ.ย.นี้ รัฐบาลจะเปิดแถลงข่าวใหญ่เกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของประชาชน เนื่องจากปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นเรื่องใหญ่ได้กัดกร่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดปัญหาอาญชกรรม เป็นความขมขื่นของประชาชน ซึ่งรัฐบาลนี้จะต้องเร่งแก้ บางรายเป็นหนี้นอกระบบ ทำงานเพื่อจ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียวก็ยังไม่หมด เบื้องต้นจะให้นายอำเภอ ตำรวจ ผู้กำกับในพื้นที่เป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพราะการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่สูงเกินกฎหมาย และลูกหนี้ต้องรับภาระหนี้จ่ายไม่จบไม่สิ้น

“หนี้ที่รัฐบาลกำลังแก้ไข เราไม่ได้ดูในระบบอย่างเดียว เราดูหนี้นอกระบบเป็นเรื่องสำคัญ ได้ปรึกษากับกระทรวงมหาดไทย จะออกนโยบายมา ที่เคยใช้มาในอดีต คือ ให้นายอำเภอ หรือตำรวจในพื้นที่เรียกเจ้าหนี้ลูกหนี้มาเจรจาไกล่เกลี่ย เพราะหนี้นอกระบบดอกเบี้ยสูงเกิน เช่น เป็นหนี้อยู่หนึ่งแสน แต่เจอดอกเบี้ยเข้าไป ใช้ไป 3 แสนแล้วก็ยังไม่หมด ต้องเรียกมาเจรจา เพราะชาร์จอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด เป็นกากระทำรผิดกฎหมาย หนี้ที่มีอยู่ต้องยกเลิกกันไป เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ ต้องเกิดขึ้นให้ได้ เป็นการทำงานร่วมกันของกระทรวงการคลัง ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายการปกครอง”


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...