วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

"ผอ.สันติศึกษาป.โท มจร"แนะเทคนิคการโค้ช แก่พระสงฆ์นักเผยแผ่ทั่วประเทศ ภายใต้หลักสูตร "Coaching For Peace"



วันที่ ๑๖  พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ที่วัดนครสวรรค์  จ.นครสวรรค์  พระปราโมทย์  วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  เปิดเผยว่า เมื่อคนในสังคมทุกข์ที่สุด พระสงฆ์พระนักเผยแผ่รุ่นใหม่จะออกแบบมรรควิธีอย่างไร? ให้สามารถตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมาย โค้ชเป็นเครื่องมือหนึ่งสามารถออกจากความทุกข์ได้ได้รับนิมนต์เพื่อพัฒนาโค้ชพระสงฆ์นักเผยแผ่จากทั่วประเทศ ภายใต้หลักสูตร "Coaching For Peace" ซึ่งจัดฝึกอบรม ณ วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิจัยของพระวุทธ สุเมโธ PCC ซึ่งเป็นนิสิตระดับปริญญาเอก หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  โดยจัดขึ้นระหว่าง ๑๔ - ๑๘ เดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๖๖  มีประเด็นการโค้ชชีวิต ๔ ประการ ประกอบด้วย 

๑)ทุกข์สุขของชีวิต โดยมองว่าชีวิตมนุษย์มักจะเป็นชีวิตที่ดราม่า โดยมีความทุกข์และสุขสลับกันไปมา แต่เวลามนุษย์มีความทุกข์สามารถหา Choice  ซึ่งเป็นทางเลือกของชีวิตได้  แม้จะเจอยุคที่มีความเปราะบาง สิ่งสำคัญต้องสร้างความตระหนักว่า "รู้ทุกข์แต่ไม่เป็นทุกข์" จึงสามารถบริหารความทุกข์ผ่านการส่งต่อ แปรเปลี่ยน และก้าวข้าม ซึ่งสามารถถอดบทเรียนผู้เผชิญกับความทุกข์ในสมัยพุทธกาล มีทุกข์ที่สุดในชีวิต ประกอบด้วย "การสูญเสีย ใช้ความรุนแรง  มิจฉาทิฐิ และสติหลุดเป็นบ้า" โดยสภาวะจิตหนึ่งทุกคนสามารถฆ่าตนเองและคนอื่นได้  ซึ่งอะไรที่เราไม่สามารถจัดการได้จงจัดการใจของเราเอง 

๒) อริยสัจโมเดล  วิเคราะห์ขั้นทุกข์ซึ่งเป็นปัญหาของแต่ละบุคคล  วิเคราะห์สมุทัยเป็นสาเหตุของความทุกข์ใต้ภูเขาน้ำแข็ง วิเคราะห์นิโรธเป็นการมองเป้าหมายในการโค้ช และวิเคราะห์มรรคเป็นวิธีการที่เป็นสัมมาวิธีการ เป็นวิธีการที่ถูกต้อง โดยมองผ่านอริยสัจโมเดลจะทำให้หา "มรรควิธี" ที่เป็นสัมมาทิฐิ  จึงขอชื่นชมหลวงพี่วุทธในการพัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพตามแนวทางบันได ๙ ขั้น โดยพระสงฆ์และสังคมจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งในงานวิจัยชิ้นนี้  เพราะสามารถนำไปโค้ชบุคคลที่มีความทุกข์มีความเปราะบาง ผ่าน "ธรรมะสะอาด ฉลาดประยุกต์  สนุกมีสาระ"  

๓) เทคนิคการโค้ช โดยการโค้ชเป็นเครื่องมือหนึ่งในการออกจากความทุกข์  โดยไม่มีศาสตร์ใดดีที่สุดมีแต่ศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุด แต่เครื่องมือหนึ่งที่พระนักเผยแผ่รุ่นใหม่จะต้องสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคเปราะบาง คือ เทคนิคการโค้ช เพราะการโค้ชเป็นเครื่องมือที่สร้างการตระหนักรู้ด้วยตนเอง ผ่าน "การฟัง การถาม การสะท้อน และการชื่นชม" สามารถค้นพบและหาคำตอบด้วยตนเอง 

๔)พระนักเผยแผ่  งต้องระดับจากพระสงฆ์นักเผยแผ่เป็นพระสงฆ์โค้ชสติ เป็นการปรับวิธีการที่หลากหลายเพราะกลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลาย ใช้วิธีการเดิมๆ คงไม่ตอบโจทย์ จึงต้องเรียนรู้เครื่องมือที่หลากหลาย จึงย้ำว่า วิธีการสำคัญกว่าเป้าหมาย  


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...