วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567

พระขึ้นศาลอาญา! มุ่งไกล่เกลี่ยชวนโยมออกจากทุกข์



เมื่อวันที่  ๑๘  มีนาคม ๒๕๖๗ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประนีประนอมประจำศาลอาญาพระโขนง ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ (ขึ้นศาล) ภายใต้ความร่วมมือ Mou ระหว่าง หลักสูตรสันติศึกษา มจร ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เป็นความร่วมมือเพื่อการป้องกันความขัดแย้ง แก้ไขความขัดแย้ง เยียวยาความขัดแย้ง ปัจจุบันศาลเป็นที่พึ่งแรกของประชาชนคือไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง  ไม่รอให้ฟ้องร้องกันแล้ว โดยมีคดีความเพื่อการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้อง เป็นการคุยกันก่อนฟ้อง หรือฟ้องแล้วก็สามารถคุยกันได้ ศาลอาญาจึงมุ่งไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยไม่อยากตัดสินให้ฝ่ายใดแพ้หรือชนะ เพราะตัดสินต้องตามหลักฐานแต่การไกล่เกลี่ยจะหาความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายร่วมกัน ประเด็นคือทำอย่างไรจะชนะไปด้วยกัน จึงต้องหาความต้องการที่แท้จริงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ภายใต้คำว่า "ใจจบ ข้อพิพาทจบ คดีความยุติ สังคมสันติสุข" อย่างยั่งยืน 

เพราะในเวลามนุษย์มีความขัดแย้ง มนุษย์มักจะบอกว่า #ปัญหาเกิดจากคนอื่น ทำอย่างไรเราจะทำให้ #ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เราจึงต้อง #เน้นการแก้ปัญหาร่วมกัน เน้นความสัมพันธ์เป็นการร่วมมือการแก้ปัญหาที่เน้นความสัมพันธ์ร่วมกัน จะต้องร่วมกันแก้ปัญหาจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ร่วมกัน ทำให้นึกถึงทฤษฏีการแบ่งเค้ก การที่เด็กต้องการเค้กความต้องการที่แท้จริงต้องการเค้กจริงหรือไม่ ถ้าเราแบ่งเค้กให้เด็ก ๒ คน ถือว่าเป็นการตัดสินไม่ถือว่าเป็นการประนีประนอม ควรจะให้เด็กมีสิทธิ์เลือกเคักด้วยเด็กเอง ให้มีความพึงพอใจ 

จึงมีคำกล่าวว่า #ความยุติธรรมเท่านั้นที่จะแก้ไขความขัดแย้ง ถือว่าไม่เป็นความจริง จะมุ่งเน้นแต่แก้ปัญหาไม่ได้ จะต้องเน้นความสัมพันธ์ของบุคคลที่มีความขัดแย้ง เราต้องเน้นความสัมพันธ์ให้จิตใจคู่ขัดแย้งได้ปลดปล่อยจากความทุกข์ การแก้ไขความขัดแย้งจึงอยู่ ๓ ภายใต้ ประกอบด้วย อำนาจ สิทธิ และความต้องการที่แท้จริง การจัดการความขัดแย้งจะต้อง #ให้สองฝ่ายร่วมแก้ปัญหาด้วยตนเอง ผู้ประนีประนอมจะต้องทำหน้าที่เป็น Fa คือ ผู้อำนวยการให้เกิดการพูดคุยโดยให้คู่ขัดแย้งร่วมแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งเน้นการหาความต้องการที่แท้จริง ผลลัพธ์ของการแก้ไขความขัดแย้ง ประกอด้วย ๑)ไม่แพ้ก็ชนะ ๒)ได้อย่างเสียอย่าง ๓)ยังไม่สามารถยุติปัญหาได้ ๔)ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นการระงับข้อพิพาททางศาล ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐ ไม่ว่าการพิจารณาคดีจะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใด ให้ศาลมีอำนาจไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือ ประนีประนอมยอมความกันในข้อที่พิพาท การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจึงเป็นการยุติหรือระงับข้อพิพาท ด้วยความตกลงยินยอมของคู่พิพาทเอง โดยผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลางคอยช่วยเหลือ แนะนำ เสนอแนวทางในการยุติ การไกล่เกลี่ยจึง สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เป็นธรรม 

ผลของการประนีประนอมในวันนี้ถือว่า คู่กรณีสามารถหาทางออกร่วมกันอย่างพึงพอใจทั้งสองฝ่าย โดยวิเคราะห์ผ่านอริยสัจโมเดลประกอบด้วย ๑)มีความขัดแย้งถือว่ามีความทุกข์ภายในและทุกภายนอก (ทุกข์)  ๒)ต้องวิเคราะห์เชิงลึกว่าขัดแย้งกันเพราะสาเหตุมาจากอะไร อะไรคือรากเหง้าที่แท้จริงของประเด็นความขัดแย้ง (สมุทัย) ๓)เป้าหมายของการประนีประนอมหรือพูดคุยกันในครั้งนี้คือต้องการยุติความขัดแย้งโดยเกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย (นิโรธ) ๔)เป็นวิธีการเป็นกระบวนการเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้ง โดยการไกล่เกลี่ยถือว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่จะสามารถยุติข้อพิพาทได้ ซึ่งในการไกล่เกลี่ยมีหลากหลายเทคนิคซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จ (มรรค) ซึ่งกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมรรควิธีเป็นหัวใจสำคัญที่สุด "จงไกล่เกลี่ยแต่อย่าเกลี้ยงกลอม ตะล่อม ข่มขู่ บังคับ ใช้อำนาจเหนือให้ยอม" 

โดยย้ำเสมอว่าไกล่เกลี่ยเป็นความสมัครใจทั้งสองฝ่าย ถ้าคู่กรณีรู้สึกว่าไม่เป็นกลางสามารถออกจากกระบวนการไกล่เกลี่ยได้ทันที ผู้ประนีประนอมประจำศาลจึงต้องมีความเป็นกลางมากที่สุด จึงขออนุโมทนาบุญกับท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาพระโขนงและคณะทำงาน ในการขับเคลื่อนการประนีประนอมอย่างต่อเนื่อง เป็นที่พึ่งเป็นทางออกของประชาชนที่มีความทุกข์ความขัดแย้ง นับว่าเป็นนโยบายที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดศาลอาญาพระโขนงได้รับรางวัลศาลดีเด่นที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง  

มีโอกาสได้ร่วมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับ ดร.คชาภรณ์ วรวงศ์พิสิฐกุล หัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประนีประนอมประจำศาล และ จบ ดร.สันติศึกษารุ่นแรกรุ่นเดียวกัน โดยวันนี้ร่วมไกล่เกลี่ย ๓ ข้อพิพาท ประกอบด้วย ๑)คดีที่ฟ้องร้องกันแล้ว สามารถไกล่เกลี่ยได้สำเร็จ  ๒)ข้อพิพาทก่อนฟ้อง ไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ นัดอีกครั้ง  ๓)คดีฟ้องร้องกันแล้ว ไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ นัดอีกครั้ง 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: Ma Hug (Come Love)

By Dr. Samran Sompong and AI (Intro) Oh… the full moon shines in the clear sky, Our hearts come to love the Dhamma. (Verse 1) On the ...