
วงวิชาการด้านปรัชญาเปิดประเด็นถกเถียงครั้งสำคัญ เมื่อมีการนำกรอบความคิดของนักปรัชญากรีกโบราณ โดยเฉพาะ โสเครตีส และ เพลโต มาสนทนาเชิงเปรียบเทียบกับระบบความคิดในหนังสือ “พุทธธรรม” ผลงานชิ้นสำคัญของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) เพื่อสำรวจคำถามร่วมสมัยว่าด้วย “ความจริง ความหมายชีวิต และความดีงาม”
นักวิชาการชี้ว่า แม้โลกกรีกโบราณกับพุทธปรัชญาจะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกและคนละยุคสมัย แต่ทั้งสองต่างเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน คือ “ความสงสัย” ต่อสิ่งที่มนุษย์คิดว่าเข้าใจอยู่แล้ว
ปรัชญา: การตื่นจากความเคยชินทางความคิด
ในประวัติศาสตร์กรีก โสเครตีส ใช้วิธีวิภาษวิธี (Dialectic) ตั้งคำถามต่อความเชื่อที่สังคมถือว่า “แน่นอน” ไม่ว่าจะเป็นนิยามของความยุติธรรม ความศรัทธา หรือความดี เป้าหมายไม่ใช่การให้คำตอบสำเร็จรูป แต่เพื่อเปิดโปงความไม่รู้ที่แฝงอยู่ในความมั่นใจของมนุษย์ จนเกิดแนวคิดสำคัญว่า “ปัญญาแท้ คือการรู้ว่าตนไม่รู้”
ในอีกซีกโลกหนึ่ง พุทธปรัชญาเริ่มต้นจากการพิจารณาประสบการณ์ตรงของชีวิต ไม่เน้นการเก็งความจริงเชิงอภิปรัชญาที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อการดับทุกข์ หนังสือ “พุทธธรรม” ได้จัดระบบคำสอนจากพระไตรปิฎกอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำให้สามารถสนทนากับตรรกะตะวันตกได้อย่างร่วมสมัย
วิธีแสวงหาความจริง: วิภาษวิธี vs ภาวนามยปัญญา
นักวิชาการอธิบายว่า จุดต่างสำคัญอยู่ที่ “เครื่องมือ” ในการสืบค้นความจริง
ฝ่ายกรีกใช้ตรรกะและการโต้แย้งเชิงเหตุผลเป็นหลัก แนวคิดนี้ส่งอิทธิพลต่อปรัชญาตะวันตกเรื่อยมาจนถึง เฮเกล
ฝ่ายพุทธเสนอพัฒนาการของปัญญา 3 ขั้น ได้แก่
-
สุตมยปัญญา (ฟัง/ศึกษา)
-
จินตามยปัญญา (ไตร่ตรองด้วยเหตุผล)
-
ภาวนามยปัญญา (ปฏิบัติจนรู้แจ้งด้วยตนเอง)
ความรู้จึงไม่สิ้นสุดที่การคิด แต่ต้องผ่านการฝึกจิตจนประจักษ์ความจริงภายใน
ความจริง: โลกแห่งแบบ หรือ สมมติ–ปรมัตถ์?
ประเด็นที่น่าสนใจคือคำถามเรื่อง “ผัสสะเชื่อถือได้หรือไม่”
เพลโต เสนอทฤษฎีแบบ (Forms) โดยมองว่าโลกที่เห็นเป็นเพียงเงาของความจริงแท้
พุทธธรรมกลับเสนอการแยกความจริงออกเป็น 2 ระดับ
-
สมมติสัจจะ (ความจริงตามข้อตกลงของสังคม)
-
ปรมัตถสัจจะ (ความจริงสูงสุดตามสภาวะธรรม)
จุดเน้นไม่ใช่การหนีโลก แต่คือการ “รู้เท่าทันสมมติ” เพื่อไม่ยึดมั่นจนเกิดทุกข์
ความหมายชีวิต: ยูไดโมเนีย กับ อัตถะ 3 ประการ
ในโลกกรีก คำว่า Eudaimonia หมายถึงความสุขหรือความสำเร็จสูงสุดของชีวิต ซึ่งพัฒนาจากการเป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้า มาสู่การใช้เหตุผลและคุณธรรมตามแนวคิดของ อริสโตเติล
ขณะที่พุทธธรรมจัดระบบเป้าหมายชีวิตเป็น “อัตถะ 3 ประการ” ได้แก่
-
ทิฏฐธัมมิกัตถะ – ความมั่นคงในชีวิตปัจจุบัน
-
สัมปรายิกัตถะ – ความเจริญทางคุณธรรม
-
ปรมัตถะ – การหลุดพ้นจากตัณหา (พระนิพพาน)
โครงสร้างนี้ทำให้ความสำเร็จไม่จำกัดเพียงวัตถุหรือชื่อเสียง แต่รวมถึงอิสรภาพภายในจิตใจ
ความดี: Aretê กับ กุศล
จริยศาสตร์กรีกใช้คำว่า Aretê หมายถึงความเป็นเลิศของมนุษย์ในฐานะพลเมืองหรือวีรบุรุษ
พุทธธรรมใช้คำว่า “กุศล” ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงความดีเชิงสังคม แต่คือสภาวะจิตที่ปราศจากโลภ โกรธ หลง และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างแท้จริง
นักวิชาการมองว่า นี่คือการยกระดับความดีจากหน้าที่พลเมือง สู่ความบริสุทธิ์ของจิตใจ
บทสรุป: จากการตั้งคำถามสู่การฝึกฝนจิต
การสนทนาข้ามสหัสวรรษครั้งนี้สะท้อนว่า ปรัชญาไม่ใช่คำตอบตายตัว แต่คือกระบวนการเคลื่อนไหวของความคิด
โสเครตีส ปลุกมนุษย์ให้ตื่นจากความไม่รู้
พุทธธรรมชี้ทางให้ก้าวพ้นความไม่รู้ด้วยการฝึกจิต
เมื่อวิภาษวิธีพบกับภาวนามยปัญญา โลกตะวันตกและตะวันออกจึงมิได้ขัดแย้งกัน หากแต่เติมเต็มกันในภารกิจเดียวกัน คือการแสวงหาความจริงอย่างลึกซึ้ง และการดำรงชีวิตอย่างมีปัญญา
นักวิชาการสรุปว่า บทสนทนานี้ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบเชิงทฤษฎี แต่คือคำเชื้อเชิญให้มนุษย์ยุคปัจจุบัน “กล้าตั้งคำถาม” และในขณะเดียวกัน “กล้าฝึกฝนตนเอง” เพื่อให้ปัญญาไม่หยุดอยู่แค่ความคิด แต่กลายเป็นความกระจ่างแจ้งภายในอย่างแท้จริง.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น