วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

"มจร"จัดบวชเณรและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน366หน่วยทั่วไทย



"มจร"จัดบวชเณรและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน ประจำปี 2561 จำนวน 366 หน่วยทั่วประเทศ  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตแนะเผยแผ่ธรรมะต้องเข้าใจคน Gen ต่างๆ  ยุคนี้ท้าทาย"

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม2561 ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระราชวรมุนี,ดร.(พล อาภากโร ป.ธ.9) รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร และรองเจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานเปิดสัมมนาและบรรยายพิเศษ หัวข้อ เรื่อง"บทบาท มจร กับการพัฒนาเด็กและเยาวชน"แก่หัวหน้าหน่วยโครงการบรรพชาและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน จำนวน 366 หน่วยทั่วประเทศ ความว่า 



การเผยแผ่ธรรมะกับเด็กและเยาวชนโดยการจัดโครงการบรรพชาและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อนในยุคนี้ ท่านทั้งหลายต้องรู้และทำความเข้าใจ Generation ของคนแต่ละยุค ซึ่งเขาแบ่งออกเป็น 8  Generation ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งคนในแต่ละยุคก็มีลักษณะเฉพาะ เช่น คน Generation Y หรือยุค Millennials คือคนที่เกิดอยู่ในช่วงปีพ.ศ.2523-2540 คนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และค่านิยมที่แตกต่างระหว่างรุ่นปู่ย่าตายาย กับ รุ่นพ่อแม่ แต่ก็รับเอาความเจริญรุดหน้าของเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตเข้ามาแทรกอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวัน  เด็กยุคนี้จึงมักจะถูกตามใจตั้งแต่เด็กชอบการแสดงออก กล้าถาม กล้าแสดงออก 



ส่วนคนที่ท่านทั้งหลายต้องเขาไปเกี่ยวข้องให้การอบรมเป็นสามเณร เด็ก หรือเยาวชน โดยส่วนใหญ่เป็นพวก Generation Z "Gen-Z" คนที่เกิดหลัง พ.ศ.2540 ขึ้นไป กลุ่ม Gen-Z นี้ จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อม มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ และเรียนรู้ได้เร็ว ยังอาจหมายรวมถึงกลุ่ม "Gen-C" กลุ่มคนยุคใหม่ที่ไม่ได้แบ่งตามอายุเหมือน 7 เจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ แต่จัดกลุ่มตามพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพิ่มเติมอีกเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง



"การอบรมเด็กและเยาวชนยุคนี้ ต้องดูยุคของเขาเป็นอย่างไร ลักษณะนิสัยต่างๆ รวมถึงความเป็นอยู่ของเขาย่อมมีผลต่อการจัดกิจกรรม การเลือกเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสมกับยุคสมัยและบุคคล"   



พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต กล่าวรายงานว่า การดำเนินการโครงการบรรพชาและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 ในปี พ.ศ.2561 นี้เป็นปีที่39เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ บัณฑิตและนิสิต มจร ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ออกไปบริการวิชาการแก่สังคมตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยในช่วงปิดภาคการศึกษาโดยปีนี้มีหน่วยอบรมทั้งสิ้น จำนวน 366 หน่วยในประเทศ และ 4 หน่วยอบรมในต่างประเทศ คือ ประเทศกัมพูชา 2 หน่วย และสาธารณรัฐประชาชนลาว 2 หน่วย



การจัดสัมมนาหัวหน้าหน่วยอบรมดังกล่าวนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกท่านได้เพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการระดมความคิดเห็น เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนในเรื่อง (1) เทคนิคการบริหารโครงการ (2) เทคนิคการทำงานเป็นทีม (3) การจัดกิจกรรมและการใช้สื่ออบรม (4) การสอนวิปัสสนากัมมัฏฐานสำหรับเด็กและเยาวชนแล้ว โดยส่วนตัวนอกจากกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งท่านจะได้แลกเปลี่ยนจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การประชุมกลุ่มย่อย และพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับยุคสมัยแล้ว ขอฝาก 3 เรื่อง สำคัญที่ควรต้องมี กิจกรรม ต่อไปนี้ (1) การทำวัตร (2) การบิณฑบาต (3) การปัดกวาดวิหารเจดีย์ โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้บูรณาการด้วยการลงมือทำ ท่านกล่าวย้ำในตอนท้าย

ช่วงบ่ายเป็นการประชุมย่อย 4 กลุ่ม คือ (1)กลุ่มที่ 1 เทคนิคการบริหารโครงการ มีพระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต หัวหน้าภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเป็นวิทยากร (2)กลุ่มที่ 2 เทคนิคและวิธีการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ มีพระมหายุทธนา นรเชฏโฐ,ดร.,ป.ธ.9 อาจารย์ประจำคณะพุทธศาสตร์เป็นวิทยากร (3) กลุ่มที่ 3 การจัดกิจกรรมและการใช้สื่ออบรม มีพระมหาชำนาญ มหาชาโน,ดร.ป.ธ.9 ผู้อำนวยการส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิทยากร (4) กลุ่มที่ 4 การสอนวิปัสสนากัมมัฏฐานสำหรับเด็กและเยาวชน มีพระมหาธีรเพชร ธีรเวที,ดร. ป.ธ.9 เป็นวิทยากร

การประชุมกลุ่มย่อยที่ประชุมได้ร่วมระดมความคิดเห็นใน 3 ประเด็น คือ(1) เทคนิคและวิธีการที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินการ (2)การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยสนับสนุนการทำงานงาน (3) การสร้างเครือข่ายและการขยายผลการดำเนินงาน  นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้ช่วยระดมความคิดเห็นใน 4 โจทย์สำคัญ คือ (1) สภาพปัญหาการจัดบรรพชาและอบรมเยาวชนในปัจจุบัน (3) การจัดบรรพชาและอบรมเยาวชนในอนาคตที่อยากเห็น (3) วิธีการที่จะทำให้การจัดบรรพชาและอบรมเยาวชนในอนาคตประสบความสำเร็จ (4) กิจกรรมอะไรที่ควรทำในการจัดบรรพชาและอบรมเยาวชน โดยมีการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยของแต่ละกลุ่มด้วย มีดร.แสวง นิลนามะ หัวหน้าภาคศาสนาและปรัชญา คณะพุทธศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

1 ความคิดเห็น:

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...