วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

"พระนักวิชาการ มจร" แนะใช้สติเยียวยารักษาใจสู่ความสุขภายในที่แท้จริง



เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ที่สวนธรรมศรีปทุม  จังหวัดปทุมธานี พระปราโมทย์  วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  เปิดเผยว่า หลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท มจร ได้รับความเมตตาอย่างยิ่งจาก อาจารย์เจ้าคุณ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศาสตราจารย์ ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษาและผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มจร  เป็นวิทยากรพัฒนาผู้เข้าอบรมหลักสูตรเยียวยารักษาใจสู่ความสุขภายในที่แท้จริง โดยมองว่ามนุษย์มีความทุกข์จึงแสวงหาหนทางในพ้นทุกข์จากความทุกข์จึงต้องอาศัยโยนิโสมนสิการ จึงนำไปสู่การพ้นทุกข์เพราะเป็นปัญญา เพื่อเข้าใจรูปนาม ซึ่งปัญญาจะเกิดจะต้องอาศัยสติ "สติเป็นมารดานำไปสู่การเกิดพระพุทธเจ้า" สติเป็นการเบิกงานให้เกิดสัมปชัญญะ เป็นตัวรู้และนำไปสู่การรู้ตัวทุกขณะจิต  

เพราะเราหลงรักหลงเกลียด ยึดมั่นถือว่า จึงนำไปสู่ความทุกข์ จึงต้องฝึกเพื่อให้รู้เท่าทัน "ทันอารมณ์" ถ้ารู้ไม่เท่าทันจะมีกิเลสเข้ามาจัดการใจของเรา ทำให้ใจเราขาดพลัง ไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง  จงอย่าสงสัยในศักยภาพในตนเอง จึงต้องฝึกตนเองให้นิ่งเพื่อเห็นตนเองให้ชัด "ไม่ใช่นิ่งเพื่อนิ่ง" แต่นิ่งเพื่อเกิดสติปัญญา ซึ่งคนที่มีสติจะต้องตื่นรู้ในนิโรธซึ่งเป็นเป้าหมาย  ซึ่งสติเป็นตัวคลอดทั้งหมดสติจะทำให้เกิดพลัง โดยพระพุทธเจ้าตาย 2 ครั้งคือ ตายจากกิเลส และตายจากเนื้อหนัง  โดยเกิดสองครั้งคือ เกิดจากท้องพระมารดา และเกิดจากต้นพระศรีมหาโพธิ์   ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงมากคือ อายุ 50 ปีแล้วยังไม่รู้ว่าตนเองเกิดมาทำไม ทั้งการเกิดเป็นมนุษย์มันยากอย่างมาก ซึ่งมนุษย์อ่อนแอเกินไปที่ไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง  จึงต้องมุ่งศรัทธาในตนเอง วิริยะ สติ  สมาธิ  ปัญญา  


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพลง: คะแนนเสียงไม่ควรถูกลืม

(ท่อนที่ 1) สิบกุมภา เสียงหนึ่งดังขึ้นมา จากหัวใจคนที่ยังศรัทธา การเลือกตั้งควรเป็นความหวัง ไม่ใช่รอยร้าวกลางศรัทธาประชา เมื่อความผิดปกติปรา...