[Verse 1]
กิเลสดั่งพราน แอบหว่านหญ้าล่อใจ
ให้เราหลงไปในโลกที่หอมหวาน
รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสชั่วกาล
เหมือนม่านบาง ๆ บังตาให้มัวเมา
เราวิ่งไล่ตามสิ่งที่ใจต้องการ
ไม่ทันรู้ว่ามันคือบ่วงที่เขาวางเอา
ยิ่งไขว่คว้ายิ่งเหมือนยิ่งยึดเงา
สุดท้ายก็เหลือเพียงความว่างเปล่าในใจ
[Verse 2]
โลกนี้คือป่า ที่ดูเหมือนสวยงาม
แต่ซ่อนหนามไว้ในทางที่ก้าวไป
กับดักความสุขที่ล่อให้หลงใหล
พอเผลอใจ…ก็ยากจะถอนตัว
เมื่อเราลิ้มรสหญ้าที่พรานโปรยไว้
ความทุกข์ค่อย ๆ ซึมลึกโดยไม่รู้ตัว
ติดในกามคุณวนซ้ำไม่รู้กลัว
เหมือนคนเมามัวที่ลืมทางกลับคืน
[Verse 3]
หญ้าที่เห็น อาจไม่จริงอย่างที่คิด
เป็นเพียงภาพมายาที่ใจไปยึดฝืน
กิเลสกระซิบเบา ๆ ทุกวันทุกคืน
ให้เรายืนอยู่ในวงล้อมของความหลง
ต้องมีสติ คอยรู้ทันทุกการเคลื่อนไหว
ฟังเสียงใจให้ชัดไม่ไหลหลง
ใช้ปัญญาแยกแยะให้มั่นคง
แล้วเราจะพ้นวงจรแห่งพันธนา
[Chorus]
จงตื่นขึ้นมา พี่น้องทั้งหลาย
อย่าให้กิเลสครอบงำหัวใจ
ฝึกสติให้รู้เท่าทันภายใน
แล้วทางพ้นภัยจะเปิดออกเอง
อย่าหลงหญ้าพรานที่หวานลวง
อย่ายึดภาพลวงว่าเป็นของเราเอง
เมื่อเห็นความจริง ใจจะไม่หวั่นเกรง
หลุดจากวังเวงแห่งทุกข์ทันที
[Bridge]
ความสุขลวงตา…แค่ผ่านมาแล้วก็ไป
แต่ความเข้าใจ…จะอยู่กับใจเรานาน
แค่รู้ทันหนึ่งครั้งในปัจจุบัน
ก็เหมือนตัดบ่วงพรานขาดลง
[Outro]
กิเลสคือพราน แต่เราไม่จำเป็นต้องแพ้
หากใจแน่วแน่และมองเห็นตรง
สติเป็นแสง ปัญญาเป็นธง
นำชีวิตให้พ้นจากทางมืดมน
เมื่อใจบริสุทธิ์ ไม่หลง ไม่วน
ไม่ตกเป็นคนของภาพลวง
เส้นทางพ้นทุกข์ไม่ไกลเกินดวง
อยู่ที่ใจรู้ทัน…ในวันนี้เอง
คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น