[Verse 1]
กิเลสเป็นบ่วง ที่คล้องใจเรา
ล่อลวงด้วยเงาแห่งสุขที่ว่างเปล่า
รูป เสียง กลิ่น รส ที่แวววาว
เหมือนแสงดาว…ที่หลอกให้ไขว่คว้า
เราหลงคิดว่ามันคือความจริง
แต่ทุกสิ่งแค่ภาพที่ผ่านตา
ยิ่งยึดไว้ ใจยิ่งอ่อนล้า
เหมือนเดินหลงป่า…ไม่เห็นทางออกไป
[Verse 2]
ชีวิตเหมือนสัตว์ ที่ติดในบ่วง
ยิ่งดิ้นรน ยิ่งถูกพันไว้แน่นหนา
อยากจะหลุด แต่กลับยิ่งผูกชะตา
ด้วยตัณหา…ที่ไม่เคยพอ
กิเลสเหมือนคมบ่วงที่มองไม่เห็น
แต่บาดลึกเกินกว่าจะร้องขอ
เรายึดมันไว้เหมือนสิ่งที่รอ
ทั้งที่จริงหนอ…มันพาเราจมลง
[Verse 3]
กองบ่วงทุกข์ ถาโถมเข้ามา
ไม่มีทางหนี ถ้ายังยึดมั่นคง
ยิ่งฝืนยิ่งแน่น ยิ่งดิ้นยิ่งหลง
อยู่ในวง…ที่ไม่มีวันจาง
เพียงแค่ปล่อยวาง ด้วยใจที่รู้
เห็นตามความจริง ไม่ยึดไม่ขวาง
ใช้ปัญญาเป็นแสงนำทาง
ใจก็สว่าง…หลุดพ้นทันที
[Chorus]
จงปล่อยวางเถิดหนา พี่น้องทั้งหลาย
อย่าให้กิเลสครอบงำหัวใจ
ฝึกสติให้รู้ความจริงภายใน
แล้วบ่วงใด ๆ จะคลายจากเรา
อย่าหลงเงาแห่งสุขที่ลวง
อย่ายึดภาพลวงว่าเป็นของเรา
เมื่อใจรู้ทัน ไม่หลงมัวเมา
ก็หลุดจากเงาแห่งทุกข์ทันที
[Bridge]
บ่วงไม่ได้อยู่ที่โลกภายนอก
แต่ผูกอยู่ในใจเรานี้
ถ้าใจยังยึด ก็ไม่มีวันหนี
แต่ถ้าใจวาง…ทุกอย่างก็คลาย
[Outro]
เมื่อเราปล่อยวาง บ่วงก็เลือนหาย
ทางสว่างเปิดคล้ายฟ้าใหม่
ไม่มีพันธนาการใด ๆ
เหลือเพียงใจ…ที่เบาและเป็นอิสระ
ปัญญานำทาง ไม่หลงกลับมา
ในวังวนแห่งทุกข์อีกครั้ง
จิตสงบงาม…อย่างยั่งยืนมั่น
ก้าวข้ามบ่วงนั้น…สู่ทางนิพพาน
คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น