เพลง: อภินิเวสสูตรขันธ์ไม่เที่ยง จึงไม่ควรยึด
บทที่ 1
รูปที่เห็น เปลี่ยนแปรทุกเวลา
เวทนา เกิดขึ้นแล้วเลือนหาย
สัญญา ความจำ ไม่เที่ยงทั้งหลาย
สังขารทั้งหลาย เปลี่ยนไปทุกคราว
บทที่ 2
วิญญาณรับรู้ แล้วก็แปรเปลี่ยน
ไม่มีสิ่งใด เที่ยงแท้ยืนยาว
เมื่อยึดก็ผูก เมื่อผูกก็ปวดร้าว
เมื่อเห็นเรื่องราว จึงค่อยปล่อยวาง
ท่อนฮุก
ขันธ์ห้าไม่เที่ยง อย่ายึดเป็นเรา
อย่าถือเป็นเขา อย่าถือเป็นของ
รูป เวทนา สัญญา สังขารครอง
วิญญาณทั้งผอง ล้วนเกิดแล้วดับไป
เมื่อเห็นความจริง จิตจึงคลายยึด
เมื่อไม่หลงคิด จิตจึงเบาสบาย
ปล่อยความหมกมุ่น ปล่อยความผูกพันไป
เปิดทางหัวใจ สู่ความสงบเย็น
บทที่ 3
สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์
มีความแปรปรวน ไม่มีสิ่งคงมั่น
เมื่อรู้ความจริง ไม่หลงผูกพัน
ปัญญานำจิตนั้น สู่ทางหลุดพ้น
ท่อนจบ
ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตน
เพียงเป็นเหตุผล แห่งธรรมเกิดดับ
เมื่อความยึดมั่น ค่อย ๆ ระงับ
ใจย่อมพบกับ ความสงบภายใน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๘. อภินิเวสสูตรที่ ๑ ว่าด้วยเหตุแห่งความยึดมั่น [๓๖๐] พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออะไรมีอยู่ เพราะอาศัยอะไร เพราะยึดมั่นอะไร จึงเกิดความพัวพันด้วยสังโยชน์และความยึดมั่น? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลาย มีพระผู้มีพระภาค เป็นรากฐาน ฯลฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อรูปมีอยู่ เพราะอาศัยรูป จึงเกิดความพัวพันด้วยสังโยชน์และ ความยึดมั่น. เมื่อเวทนามีอยู่ ... เมื่อสัญญามีอยู่ ... เมื่อสังขารมีอยู่ ... เมื่อวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยวิญญาณ เพราะยึดมั่นวิญญาณ จึงเกิดความพัวพันด้วยสังโยชน์และความยึดมั่น. [๓๖๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่- *เที่ยง? ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า? ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา พึงเกิดความพัวพันด้วย สังโยชน์และความยึดมั่น เพราะไม่อาศัยสิ่งนั้นบ้างหรือ? ภิ. ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า. พ. เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง? ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า? ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา พึงเกิดความพัวพันด้วย สังโยชน์และความยึดมั่น เพราะไม่อาศัยสิ่งนั้นบ้างหรือ? ภิ. ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า. พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความ เป็นอย่างนี้มิได้มี.๙. อภินิเวสสูตรที่ ๒ ว่าด้วยเหตุแห่งความยึดมั่น [๓๖๒] พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออะไรมีอยู่ เพราะอาศัยอะไร เพราะยึดมั่นอะไร จึงเกิดความพัวพันและความหมกมุ่นด้วยสังโยชน์ และ ความยึดมั่น? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลาย มีพระผู้มีพระภาคเป็นรากฐาน ฯลฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อรูปมีอยู่ เพราะอาศัยรูป เพราะยึดมั่นรูป จึงเกิดความพัวพัน และความหมกมุ่นด้วยสังโยชน์และความยึดมั่น. เมื่อเวทนามีอยู่ ... เมื่อสัญญามีอยู่ ... เมื่อ สังขารมีอยู่ ... เมื่อวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยวิญญาณ เพราะยึดมั่นวิญญาณ จึงเกิดความพัวพัน และความหมกมุ่นด้วยสังโยชน์และความยึดมั่น. [๓๖๓] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยง หรือไม่เที่ยง? ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า? ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา พึงเกิดความพัวพันและ ความหมกมุ่นด้วยสังโยชน์ และความยึดมั่น เพราะไม่อาศัยสิ่งนั้นบ้างหรือ? ภิ. ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า. พ. เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง? ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า? ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา พึงเกิดความพัวพันและ ความหมกมุ่นด้วยสังโยชน์และความยึดมั่น เพราะไม่อาศัยสิ่งนั้นบ้างหรือ? ภิ. ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า. พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความ เป็นอย่างนี้มิได้มี.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น