วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"วุฒิสาร"แนะประชารัฐต้องระเบิดจากภายใน




เทศกาลวันมาฆบูชา "มจร" จัดถก"คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพโลก" "วุฒิสาร"ชี้หลักพุทธไม่ขัดหลักปกครอบแนะผู้เผยแผ่ต้องวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ได้จริง แนะประชารัฐต้องระเบิดจากภายใน ขณะที่โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรมยันคำพิพากษาที่ดีที่สุดจะเคารพกติกาเพื่อให้ประเทศไทยอยู่เย็นเป็นสุข



วันที่ 28 ก.พ.2561  ตามที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) สำนักงานศาลยุติธรรม และสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกันจัดการสัมมนาวิชาการ "มาฆบูชา : วันเมตตาสากลโลก" พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส) อธิการบดี มจร เป็นประธานเปิด ที่ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยานั้น โดยมีการอภิปรายร่วมเรื่อง "คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพโลก"




มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ที่นำเสนอประเด็นเรื่อง"คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพด้านยุติธรรมทางสังคม"  และศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่นำเสนอประเด็นเรื่อง"คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพด้านการเมืองการปกครอง" ดำเนินรายการโดย พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) และหลักสูตรสันติศึกษา  มจร



พระมหาหรรษา  ได้เกริ่นนำว่า วันเมตตาสากลโลกมีความสำคัญมาก เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้สร้างสันติภาพ ถือว่าเป็นแนวทางในการสร้างสันติภาพ ด้วยหลักการ อุดมการณ์ วิธีการ จึงถือวันนี้เป็นวันเปิดมูลนิธิพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพโลกพระพุทธเจ้าสนับสนุนคนทำงานด้านสันติภาพ บุคคลใดก็ตามที่มุ่งทำงานด้านสันติภาพและการวิจัยด้านสันติภาพเราจะสนับสนุนให้คนเหล่านี้ทำงานอย่างสะดวกสบาย เรามีเครือข่ายคือ สถาบันพระปกเกล้าและศาลยุติธรรม ซึ่งวันนี้เรามีเลขาธิการพระปกเกล้า และผู้แทนเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมถือว่ามีบทบาทด้านสันติภาพ จึงเริ่มประเด็นว่าศาสนาพุทธมีส่วนช่วยให้การเมืองการปกครองเกิดสันติสุขอย่างไร?





ศาสตราจารย์วุฒิสาร  กล่าวว่า การมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนมี  2 ประการ คือ 1)การทำให้สังคมมีสันติสุข  เราจะหาสันติภาพเชิงบวกหรือสันติภาพเชิงลบ มีเค้ก ๑ ชิ้น จะต้องแบ่งด้วยความยุติธรรมคือได้เท่ากัน ส่วนเป็นธรรม คือ ใครมีปัญหามากกว่าจะได้มาก ประชารัฐต้องระเบิดจากภายใน เราบอกว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่มีบางกลุ่มยังมาไม่ถึงสถานีเลย เราจะพัฒนา 4.0 ต้องมีการระเบิดมาจากภายใน



2)การพัฒนาคุณภาพสังคม อดีตเราพัฒนาเฉพาะชีวิต ปัจจุบันเรามาพัฒนาคุณภาพสังคม อดีตวัดเป็นสถานที่จัดการความขัดแย้งที่ดีที่สุดในสังคม คนที่เรียนจบจากสถาบันพระพุทธศาสนาเราจะได้คนดีของสังคม เพราะการหล่อหลอมของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามีการกระจายอำนาจด้วยพระสงฆ์ออกไปทำงานเพื่อสังคม ในระบบการศึกษาใครคือกลุ่มเสี่ยง เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องเป็นสังคมมีความสามัคคีธรรม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข





"ปัจจุบันเราออกแบบ อำนาจในการบังคับขู่เข็ญ (Hard power) เป็นการออกแบบกติกามากมายแต่ความจริงเราต้องกลับมาใช้อำนาจในการโน้มน้าวจูงใจ. (soft power)เอาธรรมาธิปไตยเป็นตัวนำ หลักในพระพุทธศาสนาคือ"ขันติธรรม" ประชาธิไตยต้องอาศัยความอดทน ด้วยการฟังกันด้วยการสามารถ "ควบคุมตนเองให้อยู่ในธรรม"เรามักจะอ้างความชอบธรรมแบบส่วนตัวลืมนึกถึงส่วนรวม การควบคุมตนเองต้องอาศัยไตรสิกขา ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ด้วยการควบคุมตนเอง ด้วยการมีศีล 5 เป็นฐานของพื้นฐานชีวิตและสังคม ในสังคมเรามีคนประเภท "ปัญญาเกินสติ" การอยู่ร่วมกันเราต้องมีพรหมวิหาร จึงมีคำกล่าวว่า "ขี่ความตายข้ามความตาย"เหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 เรียกว่า "ขาดทุนคือกำไร" เราต้องทำความเข้าใจแก่นของพระพุทธศาสนา ปฏิบัติกับปริยัติต้องไปด้วยกัน พระพุทธศาสนามิใช่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเมืองการปกครอง แต่ผู้เผยแผ่ต้องประยุกต์หลักการคำสอน สามารถไปประยุกต์ใช้อย่างแท้จริง ผู้เผยแผ่ต้องมีการวิเคราะห์" ศาสตราจารย์วุฒิสาร  กล่าว


นายสุริยัณห์ กล่าวว่า ประชาธิไตยจะเกิดขึ้นต้องมีศรัทธาและปัญญา เราเป็นเมืองพุทธที่เข้มแข็งแต่เรามีความอดทนน้อยที่สุดในการอยู่ร่วมกัน ในศาลยุติธรรมต้องการเห็นคนไทยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข "คำพิพากษาที่ดีที่สุด คือ คู่กรณียอมกันเอง" เราจะเรียกร้องสันติเมื่อเรามีความขัดแย้ง เมื่อเราวุ่นวายเราจึงต้องเรียกร้องหาสันติภาพ มาถึงศาลยุติธรรมคือ บุคคลที่มีควาทุกข์ เราทำงานกับคนทุกข์ คนที่ทำงานในศาลเป็นเกิดมะเร็งมาก เพราะเราเจอปัญหาตลอดการทำงาน คนมีทุกข์ล้วนมาศาล ทำให้คนในศาลต้องหันมาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้ามากขึ้น เป็นธรรมมิใช่เท่ากัน เรามีกำแพงสูง 160 เมตร มี 3 คน คนที่ 1  สูง 180 คนที่สองสูง 150  คนที่สามสูง 140  ถามว่า 3 คนนี้ต้องการที่เหยียบต่างกันแน่นอน





"ศาลจึงใช้หลักฐานในการตัดสิน มีคนไปถามท่านพุทธทาสว่า การตัดสินประหารชีวิต จะบาปไหม? ท่านตอบว่า เราเป็นเพียงผู้ชี้กรรม ขณะที่ตัดสินจิตที่บริสุทธิ์ใจแล้วไม่ต้องกังวล แต่เพียงระวังการปราศจากอคติ เพราะชอบ กลัว รัก หลง ไม่มีทางเที่ยงธรรมใดๆ อคติมิใช่ทำลายเฉพาะเราแต่อคติทำลายคนอื่นอย่างมาก อคติเป็นหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ศาลยึดแนวปฏิบัติมาตลอด สังคมเราท้อแท้เพราะคนดีแท้ๆ มิใช่คนดีท้อแท้ เราทำงานเรามีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ" โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวและว่า



พระพุทธศาสนาจะมีบทบาทอย่างไรในการเข้ามามีบทบาทในศาลยุติธรรม ด้วยการตระหนักให้ปราศจากอคติในการตัดสินใจคดีและมีสติในการดำเนินชีวิต พระพุทธศาสนาจึงเป็นสายธารแห่งความร่มเย็นในชีวิต แม้แต่ประเด็นหวย 30 ล้านบาท สังคมไทยเราได้อะไร? เราดูจากสื่อจึงไม่ทราบเลย รู้สึกอย่างไรที่มีครูเข้ามาเกี่ยวข้อง ธรรมะไม่สามารถเข้าสู่จิตใจได้เลย ครูสอนพระพุทธศาสนาแต่อาจจะลืมสอนตนเอง ศาลคือดุจพินิจของการเป็นธรรม จึงต้องไม่มีอคติ เป็นทางที่ไม่ควรเดินเด็ดขาด ธรรมาธิปไตยจะคุ้มครองเราทุกคน



"สังคมสันติภาพ สังคมคุณภาพ ประชาชาธิปไตยเป็นอุดมคติ ต้องมีความพยายามมีความอดทน ต้องทำร่วมกัน เหมือนการเผยแผ่ศาสนามิใช่หน้าที่ของพระอย่างเดียว แต่ต้องเป็นหน้าที่ของทุกคน เราทำงานอย่างมีสติอย่างปล่อยวาง สุดท้ายทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด จากนั้นพระอาจารย์หรรษาย้ำว่า เราจัดงานครั้งนี้ เราต้องการสร้างแรงบันดาลใจ คนที่ทำงานด้านสันติภาพอย่างท้ออย่าเหนื่อย เพราะมีคนอีกมากมายรอเราอยู่ เราจึงพูดเรื่องสันติภาพเพราะสังคมเรายังขัดเเย้งกันอยู่" นายสุริยัณห์ กล่าว



............

(หมายเหตุ : ข้อมูลจากPramote OD Pantapat พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโวิโท นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...