วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เสนอแนวการสื่อสารมวลชนเป็นทางรอดพุทธศาสนาในยุค AI ฝ่าวิกฤติ “สีกากอล์ฟ”

 


เสนอวิชาการสื่อสารมวลชนเป็นทางรอดพุทธศาสนาในยุค AI ฝ่าวิกฤติ “สีกากอล์ฟ”


วิชาการสื่อสารมวลชนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูศรัทธาและภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา เมื่อมหาเถรสมาคมเปิดทางให้พระภิกษุสามเณรศึกษาวิชาเหล่านี้ ดร.สำราญ สมพงษ์ วิเคราะห์ลึกถึงพลังการสื่อสารในยุค AI ที่อาจเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส


เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ดร.สำราญ สมพงษ์ นักข่าวอาวุโสและนักวิชาการด้านพุทธสื่อสารมวลชน ได้แสดงความเห็นต่อกรณีวิชาการสื่อสารมวลชนที่เอื้อประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุค AI โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คณะสงฆ์เผชิญกับวิกฤติศรัทธา จากกรณี “สีกากอล์ฟ” ซึ่งสะเทือนวงการสงฆ์และศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ

ดร.สำราญระบุว่า ท่ามกลางยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก การสื่อสารมวลชนไม่ใช่เพียงวิชาการให้ข่าวหรือประชาสัมพันธ์ แต่เป็นศาสตร์การบริหารความเข้าใจของสังคม ที่สามารถช่วย “พลิกฟื้นศรัทธา” ต่อพระพุทธศาสนา หากถูกนำมาใช้ร่วมกับหลักธรรมวินัยและแนวทางเชิงจริยธรรมอย่างลุ่มลึก

ทั้งนี้ ความเห็นของ ดร.สำราญ สอดคล้องกับนโยบายของมหาเถรสมาคม (มส.) ที่เพิ่งประกาศให้ “การสื่อสารมวลชน” เป็นหนึ่งในแขนงวิชาที่พระภิกษุและสามเณรสามารถศึกษาได้โดยไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย ตามนโยบายด้านการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณร พ.ศ. 2568 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการธำรงพระธรรมวินัย การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการเสริมทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่

ดร.สำราญ ชี้ว่าในยุค AI การเผยแผ่ธรรมะสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้แชทบอทสนทนาธรรม การนำเสนอพระไตรปิฎกด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือการสร้างเนื้อหา VR/AR ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการพระนักสื่อสารที่มีความเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและธรรมะ

ในกรณี “สีกากอล์ฟ” ซึ่งสะท้อนปัญหาด้านภาพลักษณ์และการจัดการข่าวของคณะสงฆ์ ดร.สำราญมองว่า หากมีระบบการสื่อสารภายในที่เข้มแข็ง โปร่งใส และตั้งอยู่บนหลักเมตตาและสติปัญญา ก็จะสามารถลดแรงกระแทกของข่าวลบได้มาก อีกทั้งยังสามารถใช้วิกฤติเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาแนวทางการสื่อสารในอนาคต

นักวิชาการท่านนี้ยังเสนอแนวทางสำคัญ เช่น การอบรมพระนักสื่อสารในระดับมหาวิทยาลัย การส่งเสริมการผลิตสื่อธรรมะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล การสร้าง “อินฟลูเอนเซอร์พุทธ” สำหรับเยาวชน และการจัดตั้ง “หอสมุดสื่อธรรมะ AI” ที่ทั้งพระและฆราวาสสามารถเข้าถึงเนื้อหาคุณภาพได้อย่างเสรี

สุดท้าย ดร.สำราญเน้นว่า วิชาการสื่อสารมวลชนควรถูกบูรณาการเป็น “ยุทธศาสตร์ชาติด้านพระพุทธศาสนา” โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นสื่อกลางหลักในการเข้าถึงจิตใจมนุษย์

“วิกฤติคือบททดสอบ และการสื่อสารคือสะพานฟื้นคืนความศรัทธา” ดร.สำราญกล่าวย้ำ พร้อมชี้ว่าการมี “พระนักสื่อสารมืออาชีพ” คือกุญแจสู่พุทธศาสนายุคใหม่ ที่ยังคงมั่นในธรรมวินัย แต่ก้าวทันโลก

บทความวิชาการ

วิเคราะห์วิชาการสื่อสารมวลชนที่เอื้อประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคเอไอ: ฝ่าวิกฤติ “สีกากอล์ฟ”


บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งวิเคราะห์บทบาทของวิชาการสื่อสารมวลชนในการเอื้อประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในบริบทของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาวะวิกฤติศรัทธาในคณะสงฆ์ที่เกิดขึ้นในกรณี “สีกากอล์ฟ” โดยใช้กรอบแนวคิดเชิงวิชาการด้านพุทธสื่อสารศึกษา ผนวกกับแนวทางจากประกาศมหาเถรสมาคมที่ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรศึกษา “วิชาการสื่อสารมวลชน” เป็นหนึ่งในแขนงวิชาที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย การวิเคราะห์เสนอให้เห็นว่าวิชาการสื่อสารสมัยใหม่ โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นศรัทธา ฟื้นฟูภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา และประสานสังคมให้เข้าใจแก่นแท้ของธรรมวินัยอย่างลุ่มลึกและถูกต้อง


1. บทนำ

พระพุทธศาสนาในประเทศไทยเผชิญความท้าทายทั้งในมิติภายในและภายนอก หนึ่งในนั้นคือวิกฤติศรัทธาที่เกิดจากพฤติกรรมของบุคคลในสมณเพศ เช่นกรณี “สีกากอล์ฟ” ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในสื่อมวลชน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์อย่างรุนแรง ในขณะเดียวกัน กระแสเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การสื่อสารอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้พระพุทธศาสนาจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ในการเผยแผ่ธรรมะให้ทันยุคทันสมัย

ด้วยเหตุนี้ มหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีประกาศนโยบายด้านการศึกษาใหม่ที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสามเณรสามารถเรียนวิชาการสื่อสารมวลชน โดยถือว่าเป็นวิชาที่เอื้อประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ควรถูกวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ เพื่อกำหนดแนวทางสื่อสารพุทธศาสนาให้เหมาะสมในยุควิกฤติศรัทธาและปัญญาประดิษฐ์


2. วิชาการสื่อสารมวลชนในบริบทพระพุทธศาสนา

2.1 ความหมายและศักยภาพของวิชาการสื่อสารมวลชน

สื่อสารมวลชนคือการใช้สื่อ (ทั้งดั้งเดิมและดิจิทัล) ในการส่งสารไปยังประชาชนจำนวนมาก เพื่อโน้มน้าว ให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจ หรือปลุกเร้าเจตคติ ในบริบทของพระพุทธศาสนา การสื่อสารมวลชนจึงไม่ใช่เพียงการ “เผยแพร่ธรรมะ” แบบเดิม แต่ยังรวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของคณะสงฆ์ การชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข่าวเสียหาย และการตอบสนองต่อกระแสสังคมด้วยเมตตา ปัญญา และหลักธรรม

2.2 การยอมรับจากมหาเถรสมาคม

ในปี 2568 มหาเถรสมาคมได้มีมติให้ “การสื่อสารมวลชน” เป็นหนึ่งในวิชาที่พระภิกษุสามเณรสามารถเรียนได้โดยไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย ซึ่งสะท้อนความตระหนักถึงศักยภาพของวิชานี้ในการขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ตอบโจทย์ยุคสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


3. ยุคเอไอกับการเผยแผ่ธรรมะ

3.1 สื่อใหม่: โอกาสของพุทธศาสนา

AI ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสาร เช่น การใช้บอทแชทธรรมะ การสรุปพระไตรปิฎกด้วยเทคโนโลยี NLP หรือการสร้างสื่อธรรมะโดยใช้ Deepfake อย่างเหมาะสม พระสงฆ์ผู้มีความรู้ด้านสื่อสารและจริยธรรมสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อคำสอนและคุณค่าของพระธรรม

3.2 การจัดการข่าวเชิงลบ: กรณี “สีกากอล์ฟ”

ข่าวอื้อฉาวที่เกิดขึ้น เช่น กรณีพระมีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับฆราวาสหญิง ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ศรัทธาสาธารณชนลดลง หากคณะสงฆ์สามารถสื่อสารต่อสังคมอย่างมีระบบ ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และแสดงให้เห็นกระบวนการตรวจสอบตามพระธรรมวินัย ก็จะช่วยบรรเทาความเสื่อมศรัทธาได้อย่างมีนัยสำคัญ


4. แนวทางพัฒนาการสื่อสารพุทธศาสนา

4.1 หลักวิชาการสื่อสารที่ควรนำมาใช้

  • ทฤษฎีการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม (Participatory Communication): ให้ชุมชนพุทธมีส่วนร่วมในการผลิตและตีความเนื้อหา

  • กรอบวาทกรรมพุทธ (Buddhist Discourse): เน้นการสื่อสารที่ยึดหลักสติ สมาธิ ปัญญา เมตตา

  • การบริหารวิกฤตข่าว (Crisis Communication): พระสงฆ์ต้องเข้าใจหลักการแถลงข่าว การสื่อสารในยามเกิดกรณีอื้อฉาว

4.2 การผลิตสื่อธรรมะในยุคดิจิทัล

  • สร้างแพลตฟอร์ม AI Chatbot ธรรมะที่พูดได้หลายภาษา

  • สร้างอินฟลูเอนเซอร์พุทธเพื่อกลุ่มเยาวชน

  • อบรมพระนักสื่อสารในระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์

  • ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AR/VR ถ่ายทอดพุทธประวัติและคำสอน


5. ข้อเสนอเชิงนโยบาย

  • คณะสงฆ์ควรจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้าน “พุทธสื่อสารศึกษา”

  • สนับสนุนทุนการศึกษาให้พระภิกษุเรียนวิชาสื่อสารมวลชนในระดับปริญญา

  • พัฒนา "หอสมุดสื่อธรรมะ AI" ที่เปิดให้ทั้งพระและฆราวาสเข้าถึงเนื้อหาคุณภาพ

  • กำหนดจริยธรรมวิชาชีพสำหรับ “พระนักสื่อสาร” โดยอิงหลักสมณสารูปและธรรมวินัย


6. บทสรุป

การอนุญาตให้พระภิกษุสามเณรศึกษาวิชาสื่อสารมวลชนเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของคณะสงฆ์ไทยในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือเผยแผ่พระธรรมวินัยอย่างสอดคล้องกับบริบทโลก โดยเฉพาะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเปลี่ยนวิถีการสื่อสารของมนุษย์ทั้งหมด บทเรียนจากวิกฤติ “สีกากอล์ฟ” ยิ่งตอกย้ำว่าพระพุทธศาสนาจำเป็นต้องมีพระนักสื่อสารมืออาชีพ ที่สามารถบริหารความเข้าใจของสาธารณชน ฟื้นฟูศรัทธา และสร้างบทสนทนาแห่งปัญญากับสังคมได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อไทยงัด “ประชานิยมเชิงโครงสร้าง” สู้ศึกเลือกตั้ง 2569 วิเคราะห์ยุทธศาสตร์พัฒนาร้อยเอ็ด จากทุ่งกุลาร้องไห้สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมเกษตรอีสาน

การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญที่กำหนดทิศทางการเมืองและการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ท่ามกลางบริบทโลกที่ผันผวน เศรษฐกิจฐ...