วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ศรีลังกายินดีหมูป่าปลอดภัย มอบหน่อโพธิ์"บิ๊กตู่"ปลูกกรุงเก่า ร่วมพัฒนาชุมชนพอเพียง



วันที่ 13ก.ค.2561  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ระหว่างวันที่ 12-13 ก.ค.  โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. เวลา 18.00 น ตามเวลาท้องถิ่น ที่สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา จัดขึ้นอย่างสมเกียรติและอบอุ่น ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงโคลัมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา หลังจากนั้น เวลา 18.30 น. นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เข้าหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะระหว่างไทย – ศรีลังกา

ประธานาธิบดีศรีลังกาได้กล่าวเปิดการหารือด้วยการแสดงความชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จของไทยในการช่วยชีวิตเยาวชนไทยทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอบว่า ความสำเร็จมาจากความพยายามและแรงสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ช่วยกันจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี
          
นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีศรีลังกาต่างยินดีที่ไทยและศรีลังกามีความร่วมมือและความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ทางศาสนา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความร่วมมือในด้านต่าง ๆ  
ประธานาธิบดีศรีลังกาได้กล่าวชื่นชมหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและจะนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนของศรีลังกาด้วย
          
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและสนับสนุนความร่วมมือเชิงวัฒนธรรม โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจัดทำ แพคเกจ การท่องเที่ยวให้น่าสนใจ มีกิจกรรมหลายรูปแบบเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งศรีลังกาพร้อมดำเนินการ 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณศรีลังกาที่จะมอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่รัฐบาลไทย สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาที่มีมายาวนานและเป็นรากฐานของความสำคัญของไทยและศรีลังกา ทั้งนี้ ไทยพิจารณาให้วัดวชิรธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับประดิษฐานหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ฯ ของศรีลังกา โดยไทยได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดเตรียมพิธีรับมอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ฯ จากรัฐบาลศรีลังกาอย่างสมเกียรติ

ช่วงท้าย ผู้นำทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องความร่วมมือระดับพหุภาคี โดยยินดีสนับสนุนกันและกันในเวทีพหุภาคีที่ไทยและศรีลังกาเป็นสมาชิก และพร้อมร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งสองฝ่ายสามารถเป็นประตูเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงและคมนาคมในภูมิภาคภายใต้แผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงในกรอบภูมิภาคที่ทั้งสองฝ่ายเป็นสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบ BIMSTEC ซึ่งศรีลังกามีศักยภาพและสามารถมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาท่าเรือและความเชื่อมโยงทางทะเลภายใต้แผนแม่บทด้านการคมนาคม BIMSTEC ได้
          
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีศรีลังการ่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือต่าง ๆ จำนวน 4 ฉบับ ดังนี้
          1) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ
          2) สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญาระหว่างไทยและศรีลังกา
          3) แผนการดำเนินโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาชุมชนต้นแบบอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในศรีลังกา
          4) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าพื้นฐานระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานศรีลังกากับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

...........
(หมายเหตุ : ที่มา http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/13826)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“มหานิยม” ชูแก้ปัญหาที่ดินวัดป่า

  เลือกตั้ง 2569 สกลนคร เขต 2 จับตา “มหานิยม” ชูแก้ปัญหาที่ดินวัดป่า เดิมพันการเมืองบนฐานศรัทธาและนิเวศพุทธ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎ...