Communication & Mass Media Complete เป็นฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ การสื่อสารมวลชนและภาษาศาสตร์ ประกอบด้วยเนื้อหาของ CommSearch (เดิมผลิตโดย the National Communication Association) และ Mass Media Article Index (เดิมผลิตโดย Penn State) พร้อมกับวารสารอื่นๆ อีกมากมายในสาขาสื่อสารมวลชนและที่เกี่ยวข้องอื่นๆ CMMC ยังครอบคลุมดัชนีและบทคัดย่อของวารสารจำนวนมากกว่า 820 ชื่อเรื่อง และข้อมูลฉบับเต็มจากวารสารจำนวนมากกว่า 500 ชื่อเรื่อง ข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ. 1915 CMMC รวบรวมคำศัพท์ด้านการสื่อสารจำนวนมากมายและการเรียกดูข้อมูลอ้างอิงที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังรวบรวมประวัติผู้เขียนจำนวนมากกว่า 5,400 โปรไฟล์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวประวัติและข้อมูลบรรณานุกรมที่ครอบคลุมมากที่สุด อ้างถึงมากที่สุดและการสืบค้นที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้เขียนในฐานข้อมูลสามารถสืบค้นได้ที่
ThaiLIS หรือ Thai Digital Collection (TDC) เป็นฐานข้อมูลที่ให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งได้รวบรวม วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ บทความ จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการเข้าใช้บริการนั้นจะต้องเข้าใช้งานภายในห้องสมุดสมาชิก เน้นการให้บริการข้อมูลฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้สำหรับสนับสนุนการศึกษา การค้นคว้า วิจัย และการเผยแพร่ผลงานของ นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และเจ้าของผลงานต่างๆ
Repository เป็นคลังฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดเก็บและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ซึ่งได้รวบรวม วิทยานิพนธ์ งานวิจัย บทความ ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา อาจารย์ และนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อเป็นประโยชน์ในการให้บริการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบเอกสารดิจิทัลฉบับเต็ม
http://www.library.rmutt.ac.th/reference-database/
eBook Academic Collection เป็นฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมสาขาวิชา ทุกคณะทางการศึกษา ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงข้อมูลวิชาการที่มีเกี่ยวข้องกับความต้องการในการทำงานวิจัยของผู้ใช้อันเนื่องมาจากขนาดและความครอบคลุมของข้อมูลที่มีในคอลเลคชั่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ การศึกษา ศิลปะภาษา วรรณคดีวิจารณ์ การแพทย์ ศิลปะการแสดง ปรัชญา บทกวี รัฐศาสตร์ ศาสนา สังคมศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมและอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถเข้าใช้งานได้ที่ http://search.ebscohost.com/
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เปิดช่องทางสืบค้นและเผยแพร่งานวิจัย สำหรับหน่วยงาน นักวิจัย นิสิต และบุคคลทั่วไป สามารถเข้าไปสืบค้น หรือเผยแพร่งานวิจัยของตนเองได้แล้วที่ www.thaiedresearch.org
ฐานข้อมูลและเครือข่ายงานวิจัยที่เกี่ยวกับศาลยุติธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้วยสถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ สานักงาน ศาลยุติธรรมได้จัดทาศูนย์ข้อมูลผลงานวิจัยเป็นรูปเล่มและสามารถสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลงานวิจัย จานวน ๑๐,๐๑๗ เรื่องในเครื่องคอมพิวเตอร์ของสถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ด้วยโปรแกรม ในการจัดการระบบงานข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลประกอบไปด้วยชื่องานวิจัย ชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ และได้ทาการจัดเก็บประเภทงานวิจัยออกเป็น ๗ ประเภท ได้แก่ ความยุติธรรมทางด้านสังคม ด้านพัฒนากฎหมาย ด้านพัฒนาบุคลากร (ข้าราชการตุลาการ) ด้านพัฒนาบุคลากร (ข้าราชการศาลยุติธรรม) ด้านพัฒนาระบบงานกระบวนการยุติธรรม ด้านพัฒนาระบบงานศาล และด้านพัฒนาระบบงาน (หน่วยงานภายนอก) ทั้งนี้ บุคลากรในศาลยุติธรรม และผู้สนใจสามารถเข้ามาสืบค้นได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ สานักงานศาลยุติธรรม http://www.rabi.coj.go.th/doc/data/rabi/rabi_1535966896.pdf
นักวิจัยสายดาต้ามีเฮ!
อากู๋เปิดเสิร์ชเอ็นจิ้นใหม่ Google Dataset Search ให้เริ่มใช้งาน โดยในระยะเริ่มแรกนี้ ดาต้าจากเสิร์ชจะมาจากหน่วยงานของรัฐ สำนักข่าว หน่วยงานทางสิ่งแวดล้อมและสังคมศาสตร์ โดยดาต้าเหล่านี้จะมีคำอธิบายชัดเจน มีผู้เก็บข้อมูล รวมถึงเวลา และวิธีเก็บ เรียกว่าน่าเชื่อถือ โดยหวังว่าต่อไปหน่วยงานต่างๆจะหันมาอัพโหลดดาต้ามากขึ้น ทำให้เกิดการกระจายข้อมูลอย่างทั่วถึง และหาได้ง่ายขึ้น
ลองเปิดดูก็มีดาต้าน่าสนใจเยอะเลยเชียว
https://toolbox.google.com/datasetsearch
https://toolbox.google.com/datasetsearch
1. การนำปัญหาหรือหัวข้อที่ได้มาแยกแยะเป็นส่วนๆ ว่าเราต้องการเรื่องอะไรบ้าง เช่น เรื่องที่ต้องการคือ เรื่อง “พฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัลของผู้บริโภคต่อก่ารตัดสินใจซื้อเป็นอย่างไร”
2. วิเคราะห์ปัญหาหรือโจทย์: วิเคราะห์ว่าใคร (ผู้บริโภค นักเรียน นักศึกษา) วิธีการอย่างไร (มีพฤติกรรมส่งผลต่อต่อการตัอสินใจออย่างไร) เพื่ออะไร/ผลคืออะไร (ไม่มีในโจทย์ เราต้องไปหาในผลลัพธ์เอง)
3. คัดแยก Keyword ออกจากโจทย์: ควรเป็นคำนาม คำเหมือนหรือคำคล้ายหรือคำที่มาจากศัพท์เดียวกัน เช่น การจัดการความรู้ การจัดการองค์ความรู้ Knowledge management องค์การแห่งการเรียนรู้ องค์กรแห่งการเรียนรู้
4.แปล Keyword ให้เป็นภาษาที่ใช้ในการสืบค้น: แปลงจาก Keywordภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ตัวช่วย คือ Google Translate (จะให้คำนามและคำวิเศษ) Lexitron (www.thaitux.info/dict) (จะให้รากศัพท์และคำเหมือน) Google Web (จะให้คำ
เฉพาะ)
5.การสืบค้นให้ใส่ "*" ละอักษรตั้งแต่ 0 ตัวอักษรเป็นต้นไป และวางตรงไหนของคำก็ได้ เช่น manage* จะได้ผลทั้ง Manage, manager, management
6. “…” ค้นกลุ่มคำ หรือ วลี เพื่อให้ค้นตรงตามที่พิมพ์ เช่น “alcohol dependence”
7.(…) จัดลำดับคำค้นจะใช้เมื่อมีการใช้ AND, OR, NOT ใช้กำหนดลำดับการ
ค้นให้ค้นคำในวงเล็บก่อน เช่น rabies AND (cat OR dog) ระบบจะค้นคำในวงเล็บก่อน แต่ถ้าไม่
ใส่วงเล็บ ระบบจะค้นค าจาก AND ก่อน
8.NEAR/n ก าหนดให้คำ 2 คำที่ค้นอยู่ใกล้กันภายในจำนวนตัวอักษรที่กำหนด
เช่น computer NEAR/1 instruction ผลที่ได้คือ computer assisted instruction และ
computer aids instruction
9. สร้างรูปแบบและวิธีการในการค้น: ได้แก่การกำหนดว่าจะค้นโดยใช้ Basic search ค้นทุกเขตข้ออมูล ผลลัพธ์การสบค้นจะมีปริมาณมากและกว้าง หรือ Advanced search เลือกกําหนดเขตข้อมูลได ้ สร้างเงือนไขที่ซับซอนได้ ้ดี ปริมาณผลการสืบค้นไม่่มากและแคบกว่า Basic search และจะค้นอย่างไร
10. เลือกแหล่งข้อมูลที่ Online Database: มีคณะกรรมการพิจารณา มีการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอ
มีเลข DOI ที่จะท าให้แน่ใจว่าไม่เป็น Dead Link
9.2 Web Search Engine: เช่น Google Web อาจจะมีหรือไม่มีคณะกรรมการ
พิจารณาก็ได้ เป็นเว็บวิชาการหรือไม่ก็ได้ การปรับปรุงข้อมูลไม่มีความแน่นอน และบ่อยครั้งที่เป็น
Dead Link
11. การคัดกรองผลการสบสืบค้นหรือจํากัดผลการสืบค้นให ้แคบลงได ้โดยการใส่ keyword ที่ต้องการเพิ่ม เช่น ความต้องการ กับแรงจูงใจ
12. การเลือกหัวเรืองที่ต้องการ (Choosing your subjects)
13. การกําหนดปีที่พิมพ์ (Limiting a search by publication year)
14. การกําหนดเขตข้อมูล (Specifying fields)
15. ประเภทสิ่งพิมพ์ (Publication types)
16. การวิเคราะห์ผลการสบค้นด้วยการจัดเรียงผลลัพธ์ (Sort results by)
17. รูปแบบการจัดเรียงผลลัพธ์ของฐานข้อมูล: เรียงผลตามปี (ใช้ในกรณีที่
ต้องการงานที่ทันสมัย) เรียงผลตามความเกี่ยวข้อง (ใช้ในกรณีที่ต้องการผลที่ตรงกับ Keyword)
18.วิเคราะห์ผลลัพท์ Relevance (จัดเรียงตามความเกี่ยวเนื่่องเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด)
19. การจัดผลการสบค้น อันได ้แก่ ข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic info ื rmation) และเอกสารฉบับเต็ม (Full Text)
20.การสิั่งพิมพ์ การเซฟ ควรเก็บไว้เป็น Folder และทำสารบัญของข้อมูลไว้ด้วยนะคะ ว่าเก็บไว้่ชื่ออะไร เวลาเรียกดูจะได้หาง่ายคะ หรือเก็บไว้ในอีเมลล์ ปูแนะนำฝ่ากไว้ใน Google drive ก็ดีนะคะ
21. การนําขอมูลบรรณานุกรมออก (Exporting citation)
โปรแกรม EndNote
Text file
การเขียนวิทยาพนธ์ต้องใช้การจัดการบริหารเวลาที่ดี เราจึงต้องใช้ดิจิตอลปฏิทินมาเป็นตัวช่วยในการวางแผนการทำงานและคอยเตือนว่าเราลุล่วงไปถึงไหนแล้ว ลองมาวางแผนกันคร่าวๆนะคะ
...ถ้าลิมิตจำนวนคำที่ให้เขียนเป็น 15,000 คำ
...ถ้าเราต้องใช้เวลาเขียน 3 เดือนก็เท่ากับว่า เขียนประมาณเดือนละ 5,000 คำ
...ถ้าใช้เวลา 6 เดือน ก็จะเหลือแค่เดือนละ 2,500 คำเอง คิดแบบนี้ก็ชิวกว่าเดิมเยอะ
ดั่งคำโบราณว่าไว้ “ลำบากก่อนสบายทีหลัง” รีบเริ่มทำก็จะไม่เหนื่อยมากเกินไป ถ้าจะดีมากขึ้น อาจจะแบ่งเขียนตามส่วนต่างๆในเล่มค่ะ ก็แจกแจงออกมาเลย ว่าควรจะมีจำนวนคำในแต่ละส่วนเท่าไหร่ เราจะได้รู้ไว้ว่าจะไปเผื่อเวลาให้กับส่วนไหนมากกว่ากัน
ยกตัวอย่าง ให้เวลาในการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมเขียน 7 วัน จากนั้นจึงเริ่มเขียน Introduction 1,200 คำ โดยแบ่งเขียนสบายๆวันละ 300 คำค่ะ ถ้าวันไหนรู้สึกมีอารมณ์ขยัน หรือหัวสมองแล่น ก็จะเขียนต่อไปถึงแม้ว่าจะเกินจำนวน 300 ที่กำหนดไปแล้ว ส่วนถ้าวันไหน นึกไม่ค่อยออก เขียนได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ก็จะยกยอดจำนวนคำไปเขียนในวันถัดไปค่ะ แน่นอนว่า การจัดปฏิทินแบบนี้เป็นแค่ Guideline พอถึงเวลาบางทีต้องเพิ่มวันในการอ่านหนังสือค้นคว้าขึ้นอีกค่ะ เพราะรู้สึกว่าของที่หามาแล้วยังไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่
สรุปคือ ท่านสามารถใช้ Google Calendar ในการลงปฏิทินสิ่งที่เราต้องทำไว้ แล้วตั้ง Notification ให้มันเตือนในมือถือด้วยว่าวันนี้ต้องเขียนเรื่องอะไร จำนวนคำเท่าไหร่ ที่สำคัญ! อย่าลืมว่าก่อนจะส่งเล่มสุดท้าย ต้องมีการปรับแก้ระหว่างทางตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำ พร้อมทั้งเผื่อเวลาในการให้คนพิสูจน์อักษร จัดพิมพ์และจัดส่งเล่มอีกด้วย อย่างเรื่องการพิมพ์เล่ม ควรจะไปคุยกับทางโรงพิมพ์ให้ดีว่าใช้เวลาเท่าไหร่ให้การพิมพ์และเย็บเล่ม ท่านจะได้รับรูปเล่มและส่งงานได้ตามกำหนดค่ะ ว่าแล้ว ก็ไปเริ่มวางแผนการทำงานกันเลยดีกว่า https://calendar.google.com/
คือ ตัวช่วยเรื่องความปลอดภัย ให้เรารู้สึกอุ่นใจ ไม่ว่าคอมพิวเตอร์จะพังหรือเครื่องถูกขโมยไปตอนไปนั่งทำงานที่สตาร์บัค ถึงแม้จะต้องมานั่งเสียใจ เสียดายเงินที่ของสูญหาย อย่างน้อย ก็ยังยิ้มได้ที่ไฟล์วิทยานิพนธ์ที่อุตส่าห์ใช้น้ำพักน้ำแรงเขียนมาตลอดเวลาหลายเดือนยังไม่สูญหายไป เพราะท่าน save ไฟล์ ไว้ใน Dropbox
หากใครยังไม่เคยใช้บริการของ Dropbox จะอธิบายให้ฟังง่ายๆว่า Dropbox คือโฟลเดอร์พิเศษที่พอดาว์โหลดมาไว้ในคอมพิวเตอร์เราแล้ว เวลาเราใส่อะไรลงไปในโฟลเดอร์นี้ ข้อมูลก็จะไปถูกบันทึกไว้บนอินเตอร์เน็ตด้วย ทำให้สามารถเรียกใช้ไฟล์ได้ผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์สมาร์ทโฟนผ่าน account ส่วนตัว นอกจากนี้น้องๆยังสามารถส่ง link แชร์ไฟล์ให้กับผู้อื่น เหมาะอย่างยิ่งกับการทำงานเป็นกลุ่ม
แต่ฟังก์ชั่นที่ชอบที่สุดของ Dropbox ที่ช่วยในการเขียนวิทยานิพนธ์คือ การเรียกคืนไฟล์เวอร์ชั่นก่อนหน้าได้ย้อนหลังถึง 30 วัน เวลาทำงานอาจจะเผลอลบรายละเอียดบางส่วนไปแล้วเซฟทับไฟล์ปัจจุบัน หรือไม่ถูกใจลบข้อความบางส่วนออกไป แต่ตอนหลังรู้สึกว่าน่าจะนำกลับมาใช้อีกแต่ดันเซฟทับไป ซึ่งทำให้หงุดหงิดมานั่งเขียนใหม่ทั้งย่อหน้า รู้สึกน้ำตาจะไหล แต่ถ้าท่านบันทึกไฟล์ไว้บน Dropbox ท่านสามารถ Recovery Previous Versions ได้โดยการไปที่เว็บไซต์แล้วคลิกขวาที่ชื่อไฟล์ ถ้าใครยังไม่เคยโหลด Dropbox มาใช้ สามารถเข้าไปโหลดที่ https://www.dropbox.com/ ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ไม่เป็นนะคะ ในเว็บมีวิดิโอสอนและ e-book อธิบายวิธีใช้แล้ว โดย Dropbox ให้ท่านใช้บริการฝากไฟล์ไว้ได้ฟรีในพื้นที่การจัดเก็บ 2G ค่ะ ถ้าใครอยากได้พื้นที่เยอะกว่านี้ก็สามารถซื้อแพจเกจเพิ่มเติมได้ แต่แค่เขียนวิทยานิพนธ์ 2G ว่าเอาอยู่ ท่านคงไม่ต้องถึงกับเสียเงินซื้อพื้นที่เพิ่มหรอก
สิ่งที่ต้องทำในการเขียนวิทยานิพนธ์ก็คือ การอ่านๆๆๆแล้วก็ประมวลความคิดมาเขียนในคำพูดของตัวเอง ที่เรียกว่าการ Paraphrase เพื่อหลีกเลี่ยง Plagiarism การลอกเลียนผลงานผู้อื่นเอามาเขียน ซึ่งมหาวิทยาลัยในต่างประเทศซีเรียสกับเรื่องนี้มาก ลืมการทำรายงานแบบ Copy & Paste ของไทยไปได้เลย เราต้องเขียนด้วยภาษาของเราเอง อย่างสถาบันของพี่ก็ใช้ Turnitin ในการเช็คว่างานเขียนของเรามี Originality Percentage เท่าไหร่ ถ้าเปอร์เซ็นต์ออกมาว่างานเขียนของเราเหมือนกับคนอื่นมากเกินไป อาจารย์เขาก็ไม่รับตรวจเลย หนึ่งในเทคนิคการ Paraphrase ประโยคและแปลงคำพูดมาเป็นของเราเอง คือ การใช้คำเหมือนมาเขียน http://www.thesaurus.com/ จึงเป็นเว็บที่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
ขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยาก ะ แค่กรอกคำศัพท์ที่ท่านต้องการหาคำเหมือนลงไป เว็บไซต์ก็จะแสดงรายชื่อคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำศัพท์ที่เราค้นหาขึ้นมา โดยมีแถบสีแสดงความใกล้เคียง หากใกล้เคียงมากก็จะแสดงสีเหลืองเข้มถ้าลดหลั่นลงไปจนเป็นสีเหลืองจางจนกระทั่งกลายสีเทาอ่อนและเทาเข้มที่แสดงคำตรงข้าม
นอกจากจะใช้คำเหมือนในการแปลงประโยคแล้ว เราจำเป็นต้องเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมเพื่อแสดงถึงที่มาของความคิดที่นำมามาเรียบเรียง ซึ่งการเขียนอ้างอิงก็เป็นเรื่องที่น่ารำคาญไม่ใช่น้อยค่ะ รูปแบบการเขียนก็แตกต่างกันไปแล้วแต่มหาวิทยาลัยกำหนด ไม่ว่าจำเป็น Harvard, APA, หรือ MLA การอ้างอิงที่มาของสื่อแต่ละประเภทก็แตกต่างกันออกไปด้วย ถ้าเขียนเองนี่ต้องมาเปิดคู่มือดูกันเลยที่เดียว แน่นอน ว่าเรามีตัวช่วย https://www.citethisforme.com/ เป็นเว็บที่ช่วยจดบันทึกรายการอ้างอิงของเราไว้ วิธีการใส่ข้อมูลก็ง่ายดาย แค่เลือกประเภทของที่มาแล้วกรอกรายละเอียดต่างๆลงในแบบฟอร์ม จากนั้นเว็บไซด์ก็แปลงข้อมูลที่เรากรอกในอยู่ในรูปแบบการเขียนอ้างอิงให้ค่ะ พร้อมทั้งเรียงลำดับอักษรให้ด้วย พอถึงเวลาทำบรรณานุกรม ก็สามารถ กด Download to Word ออกมาได้เลย Citethisforme ให้ท่านใช้บริการได้ฟรี แต่ข้อมูลจะเก็บไว้ได้แค่ 7 วัน ถ้าท่านอยากเซฟข้อมูลไว้ระยะที่ยาวกว่า ต้องสมัครสมาชิกเดือน ราคาเดือนละ 6.99 ปอนด์ แถมเช็ค Plagiarism ให้เดือนละ 5 ครั้ง ถ้ากลัวแพงท่านก็รวมกลุ่มกับเพื่อนแล้วใช้ account ร่วมกันได้ ลดราคาเข้าไปอีก สิ่งสำคัญ! เมื่อท่านเจอบทความต้นแบบจาก Database หรือหนังสือเล่มไหนแล้ว ก็ควรบันทึกรายการอ้างอิงที่ต้องใช้ไว้เสียเลย จะได้ไม่มาลืมทีหลังว่าหามาจากไหน หรือผิดพลาดจนกระทั่งลืมใส่การอ้างอิงแบบแทรกลงไปหลังประโยคจนทำให้กลายเป็น Plagiarism
ตัวช่วยตัวสุดท้ายคืออะไรที่มหัศจรรย์มาก Grammarly เป็นเว็บไซด์ที่ช่วยพิสูจน์อักษร เช็ค Grammar และ Plagiarism ได้อีกด้วย อีกทั้งยังมี Microsoft Office และ Chrome Add-on ให้ท่านสามารถเช็คการเขียนที่ถูกไวยากรณ์ได้ทั้งตอนพิมพ์วิทยานิพนธ์หรือเขียนอีเมลติดต่อกับอาจารย์ เมื่อเปิดการใช้งาน Grammarly ก็จะขีดเส้นใต้คำที่มีปัญหา พร้อมทั้งอธิบายว่า คำนี้ผิดและควรแก้ไขอย่างไร สำหรับคนที่พื้นฐานไวยากรณ์ดีอยู่แล้วอาจจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่อย่างน้อย Grammarly ก็ช่วยตรวจเรื่องการสะกดคำผิด หรือการไม่สอดคล้องกันกับพจน์ของประธานและกริยา เวลาเราพิมพ์งานจนตาล้าแล้วมองไม่ทันค่ะ
จะใช้งาน Grammarly ให้ได้ครบครันก็ต้องซื้อ Premium Package ถ้าจะให้คุ้มต้องสมัครรายปีค่ะเพราะราคาต่อเดือนหารแล้วถูกสุด ถ้าสมัครตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนป.โท ก็คุ้มสุดๆเพราะสามารถใช้พิสูจน์อักษร งานเดี่ยว งานกลุ่ม ระหว่างปีได้ด้วย
อ้างอิง https://www.hotcourses.in.th/study-in-france/once-you-arrive




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น