วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561

พระโค้ชเอกเข้ากราบถวายสักการะพระพรหมวชิรญาณก.ก.มส.




วันที่ 5 ก.ย.2561 พระรัตนมุนี,ผศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ผู้รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย และพระสุธีรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม นำพระเอกพล วิสารโท (หลวงพี่โค้ชเอก) เข้ากราบถวายสักการะพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา



ทั้งนี้พระเอกพลได้ผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในชีวิต แต่รอดปลอดมาได้ด้วยการใช้เครื่องมือของพระพุทธเจ้าคือ สติและสมาธิ หลวงพี่โค้ชเอกเคยบวชเรียนจนสำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นเอก จึงนำวิชาความรู้สมัยที่เคยบวชเรียนและเคยจำศีลในถ้ำ ไปปรับใช้สอนน้องๆ ในขณะที่ติดอยู่ในถ้ำ ไม่ให้ตื่นตกใจ โดยการนั่งสมาธินิ่งๆ จะช่วยให้ร่างกายไม่หิวมาก จิตนิ่งสงบ ไม่ทุกข์ร้อน การฝึกทำสมาธิไม่เพียงแค่จะช่วยให้จิตสงบ มีสติ แต่ยังช่วยให้เราได้ผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้ละจากกิเลสทั้งปวง ไม่ทุกข์ร้อนกับความทุกข์รอบกาย 



หลวงพี่โค้ชเอกสอนให้เด็กๆ ฝึกนั่งทำสมาธิ และให้กินน้ำที่หยดจากหินงอกหินย้อยตลอดเวลาที่ติดอยู่ในถ้ำ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำหลักคำสอนทางพุทธศาสนามาใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่ชีวิตคับขัน จนนำพาให้ทุกชีวิตรอดปลอดภัยมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ต้องบอกว่า"สติสมาธิ"เป็นบ่อเกิดของปัญญา ผลของการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ พบว่าการฝึกนั่งสมาธิจะทำให้ร่างกายมนุษย์ ต้องการออกซิเจนน้อยลงถึง 15 % เพราะเมื่อจิตนิ่งสงบ การหายใจก็จะแผ่วเบา ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยลงตามไปด้วยจึงไม่หิว และไม่ทุกข์ หรือกังวลใจใดๆ สะท้อนว่า การมีสมาธิไม่ได้ช่วยให้จิตสงบและเกิดปัญญาเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรามีสติ คิดหาทางออกให้ชีวิตอยู่รอด 

................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก พระมหาวีรพล ธรรมะอารมณ์ดี)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“โอมสวาทสิกขาบท” สะท้อนวิกฤตวาจารุนแรง นักวิชาการชี้พระวินัยพุทธเตือนภัย “บูลลี่-ไซเบอร์บูลลี่” มากว่า 2,500 ปี

เปิดนิติปรัชญาพระวินัย ว่าด้วย “การกล่าวเสียดสี” ชี้วาจาทำลายศักดิ์ศรีมนุษย์ไม่ต่างอาวุธร้ายแรง พร้อมเตือนสังคมยุคดิจิทัลให้ตระหนักถึงผลกระท...