วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566

“นลินี ทวีสิน” ต่อยอดเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ดึงนักลงทุนตะวันออกกลางเข้าไทย


“นลินี ทวีสิน” เล็งผลักดันธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ดึงนักลงทุน ผู้ป่วย ตะวันออกกลางเข้าไทย รักษา 4 กลุ่มโรค ต่อยอดเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566  นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะผู้บริหาร Panacee Group ประกอบด้วย นายวิษณุและนางศิริญา เทพเจริญ และแพทย์หญิง จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขยายตลาดการรักษาผู้ป่วยต่างประเทศจากตะวันออกกลาง และการลงทุนก่อสร้างศูนย์การแพทย์ร่วมกับนักลงทุนซาอุดิอาระเบีย ว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลสร้างความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขซาอุดิอาระเบียเพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ คือ กลุ่มโรคมะเร็ง กลุ่มโรคเบาหวานที่ต้องตัดขา กลุ่มโรคไตวาย และกลุ่มโรคหัวใจจากเบาหวาน เดินทางเข้ามารักษาตัวในประเทศไทย โดยทางการซาอุดิอาระเบียเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย รวมทั้งประสานงานเพื่อจัดเวทีเจรจาธุรกิจระหว่างกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ของไทยกับกลุ่มนักลงทุนซาอุดิอาระเบีย กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Public Investment Fund) และหอการค้าซาอุดิอาระเบีย ในงาน THAILAND MEGA FAIR 2023 ระหว่างวันที่ 13 – 16 ธันวาคม 2566 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย



ผู้แทนการค้าไทยกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยจากซาอุดิอาระเบียและตะวันออกกลาง เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาอาการป่วย 4 โรคสำคัญ ในรูปแบบ Complementary Medicine หรือการแพทย์ทางเลือกที่นำไปใช้เสริมหรือใช้ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ ช่วยรักษาอาการและส่งเสริมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า 96% นอกจากนี้ Panacee Medical Center ยังให้บริการรักษาด้วย Intravenous Therapy, Cell Therapy, Royal Court Pharmacopeia สมุนไพรไทย และตำรับกัญชา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภาคเอกชนด้านการแพทย์ไทยที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการแพทย์ หรือ Medical hub ของภูมิภาคและโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากลมากกว่า 50 แห่ง ถือเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นที่ 1 ของอาเซียน มีจำนวนลูกค้าที่เป็นผู้ป่วยและมีกำลังซื้อสูงเข้ามาใช้บริการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในช่วงก่อนโควิดมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี โดยในปี 2565 สร้างรายได้มากกว่า 300,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกราว 8 – 10% ในปีนี้

“รัฐบาลพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารับการรักษาอาการป่วยในประเทศไทย และดึงดูดการลงทุนด้านการแพทย์และสุขภาพจากนักลงทุนในตะวันออกกลางและซาอุดิอาระเบีย หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้เปิดประตูเชื่อมความสัมพันธ์ในทุกมิติ และขณะนี้นายกรัฐมนตรีก็อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยือนซาอุดิอาระเบียด้วย โดยตนเชื่อว่าจะได้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ หรือบีโอไอ เป็นต้น” นางนลินี กล่าว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...