วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

พระพรหมสิทธิร่วมสร้างสรรค์ประชาคมพุทธที่เซินเจิ้นอย่างมีอนาคตร่วมกัน

 


ผลการประชุมโต๊ะกลมพระพุทธศาสนาหนานไห่ ครั้งที่ 10: การสร้างสรรค์ประชาคมพุทธที่มีอนาคตร่วมกัน


บทคัดย่อ

@siampongsnews

พระพรหมสิทธิร่วมสร้างสรรค์ประชาคมพุทธที่เซินเจิ้นอย่างมีอนาคตร่วมกัน สื่อถึงบทวิเคราะห์ผลการประชุม “Nanhai Buddhism Roundtable ครั้งที่ 10” ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 23–24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมระดับนานาชาตินี้ในฐานะเวทีที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้นำคณะสงฆ์จากนิกายต่าง ๆ ทั่วโลก การวิเคราะห์ดังกล่าวระบุว่าสาระสำคัญคือการลงนามในปฏิญญาร่วมกันเพื่อสร้าง “ประชาคมพุทธศาสนาที่มีอนาคตร่วมกัน” ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนหลักการของ มัชฌิมาปฏิปทา ความเมตตา และปัญญา นอกจากนี้ บทความยังให้ความสำคัญกับรูปแบบของการประชุมโต๊ะกลมที่เน้นความเสมอภาคและส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม เพื่อให้พระพุทธศาสนาเป็นพลังในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในยุคโลกาภิวัตน์.

♬ เสียงต้นฉบับ - siampongsnews
การประชุมนานาชาติ “Nanhai Buddhism Roundtable ครั้งที่ 10” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23–24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็นเวทีประชุมระดับนานาชาติที่ส่งเสริมความร่วมมือของผู้นำคณะสงฆ์และชาวพุทธจากหลากหลายนิกายทั่วโลก การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษในฐานะเวทีสรุปองค์ความรู้จากการประชุมครั้งก่อน ๆ และกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของประชาคมพุทธในอนาคต โดยสาระสำคัญคือการลงนามปฏิญญาร่วมกันภายใต้ปณิธาน “ประชาคมพุทธศาสนาที่มีอนาคตร่วมกัน” อันตั้งอยู่บนหลักมัชฌิมาปฏิปทา ความเมตตา และปัญญา บทความนี้มุ่งวิเคราะห์รูปแบบการประชุมโต๊ะกลม ลักษณะสำคัญของการหารือ ตลอดจนความหมายเชิงพุทธสันติวิธีที่ปรากฏในปณิธานร่วมของคณะสงฆ์นานาชาติ


1. บทนำ

ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีส่งผลต่อทุกศาสนา การสร้างเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการธำรงพระพุทธศาสนาในเชิงสันติภาพและปัญญา การประชุม “Nanhai Buddhism Roundtable” จึงเป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการกำหนดทิศทางร่วมของพระพุทธศาสนาโลก

การประชุมครั้งที่ 10 ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญ เนื่องจากมีผู้นำคณะสงฆ์ประมุขสงฆ์ และชาวพุทธฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วมมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเวทีนี้ จึงสะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันที่จะผนึกพลังพระพุทธศาสนาเพื่อสันติสุขของมนุษยชาติ


2. รูปแบบและลักษณะของการประชุมโต๊ะกลม

การประชุมโต๊ะกลม (Round Table Meeting) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ส่งเสริมการสนทนาอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักความเสมอภาค ซึ่งสอดคล้องกับธรรมะว่าด้วย “สัปปุริสธรรม” และการสื่อสารบนฐานของเมตตาและปัญญา

2.1 หลักการสำคัญของการประชุมโต๊ะกลม

  1. ความเท่าเทียม (Equality)
    การจัดที่นั่งแบบวงกลมทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นกันครบถ้วน และมีสิทธิเท่าเทียมในการแสดงความคิดเห็น ลดลำดับชั้นและอำนาจเชิงสัญลักษณ์ที่อาจถ่วงทิศทางของการเสวนา

  2. การสื่อสารที่ทั่วถึง (Visibility and Interaction)
    รูปแบบวงกลมสร้างบรรยากาศการสื่อสารแบบเปิด เปิดโอกาสให้มองเห็นท่าที น้ำเสียง และความตั้งใจของทุกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

  3. การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม (Inclusive Participation)
    ส่งเสริมให้ทุกกลุ่ม—ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมหายาน เถรวาท วัชรยาน หรือองค์กรพุทธในชุมชน—มีพื้นที่เท่าเทียมในการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายทางพระพุทธศาสนา

  4. ขนาดผู้เข้าร่วมที่เหมาะสม
    โดยหลักแล้วการประชุมโต๊ะกลมควรมีไม่เกิน 20 คนเพื่อให้การสื่อสารลื่นไหล แต่ครั้งนี้มีประมุขสงฆ์และผู้นำจำนวนมากเข้าร่วม จึงถือเป็นการประชุมโต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของเวทีพระพุทธศาสนา


3. สารัตถะสำคัญและการลงนามปฏิญญาร่วม

3.1 การสรุปผลการประชุมครั้งก่อน

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 11 เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้เป็นตัวแทนคณะสงฆ์ไทยในการสรุปผลการประชุมตลอดระยะที่ผ่านมา อันเป็นการทบทวนความก้าวหน้าและปัญหาในความร่วมมือระหว่างประเทศ

3.2 การลงนามปฏิญญาร่วม

ผู้นำคณะสงฆ์จากแต่ละประเทศได้ร่วมลงนามในปฏิญญานานาชาติ ซึ่งเป็นพันธสัญญาที่จะนำเข้าสู่การประชุมใหญ่ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ปฏิญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานสำคัญของ “ความมุ่งมั่นร่วมกัน” ในการผลักดันพระพุทธศาสนาให้เป็นพลังสร้างสันติภาพโลก


4. ปณิธานร่วมของการประชุม: มัชฌิมาปฏิปทา ความเมตตา และปัญญา

พระพรหมสิทธิได้สรุป “ปณิธานของการประชุมโต๊ะกลมหนานไห่ ครั้งที่ 10” ไว้อย่างเด่นชัด 3 ประการ คือ

  1. การก้าวเดินบนหนทางแห่งมัชฌิมาปฏิปทา (Middle Path)
    เป็นหลักการร่วมที่สามารถประสานความหลากหลายของนิกายและชาติพันธุ์ภายใต้ภาษากลางเดียวกัน

  2. การใช้การแลกเปลี่ยนเป็นพลัง (Exchange as Energy)
    การเสวนาอย่างสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจ ลดอคติ และเสริมพลังเครือข่ายพุทธศาสนาโลก

  3. การสร้างคุณธรรมสองประการ: ความเมตตา และปัญญา
    ทั้งสองอย่างเป็นฐานของพุทธสันติวิธี และเป็นเครื่องมือรับมือปัญหาซับซ้อนของโลกยุคใหม่ เช่น ความขัดแย้งทางสังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

4.1 เป้าหมายสูงสุดของปณิธานร่วม

ข้อความสำคัญที่มีการประกาศคือ:

“นำพาแสงแห่งธรรมไปสู่โลก ร่วมกันสร้างสรรค์ประชาคมพุทธศาสนาที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองของมนุษยชาติ”

ข้อความนี้สะท้อนแนวคิด “พุทธภูมิสากล” และวิสัยทัศน์เชิงสันติภาพที่สอดคล้องกับแนวคิด Chinese Buddhist Community of Shared Future และอุดมการณ์ของเถรวาท มหายาน และวัชรยานที่ต่างเน้นการพัฒนาจิตเพื่อสังคม


5. ความหมายเชิงพุทธสันติวิธีและนัยสำคัญของเวทีนี้

การประชุมโต๊ะกลมหนานไห่ไม่ใช่เพียงการประชุมทางวิชาการ แต่ยังมีนัยสำคัญเชิงสันติภาพ ดังนี้

  1. ส่งเสริมสันติภาพผ่านการสื่อสารอย่างไม่รุนแรง (Nonviolent Communication)

  2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ (Transnational Buddhist Network)

  3. ผสานความหลากหลายทางนิกาย (Inter-sectarian Harmony)

  4. ผลักดันบทบาทศาสนาในปัญหาสมัยใหม่ เช่น AI, สิ่งแวดล้อม, ความขัดแย้งโลก เป็นต้น

เวทีลักษณะนี้จึงเป็นทั้ง พื้นที่ทางวิชาการ และ พื้นที่สันติภาพ ที่มีพลังต่อการกำหนดทิศทางสังคมโลก


6. บทสรุป

ผลการประชุมโต๊ะกลมพระพุทธศาสนาหนานไห่ ครั้งที่ 10 ขยายพรมแดนของความร่วมมือระหว่างชาวพุทธนานาชาติ และเป็นหลักฐานสำคัญของความตั้งใจร่วมกันในการสร้างประชาคมพุทธที่มีอนาคตร่วมกัน การยึดหลักมัชฌิมาปฏิปทาใช้การแลกเปลี่ยนเป็นพลัง และยืนบนหลักเมตตาและปัญญา คือแกนกลางที่เชื่อมโลกพุทธเข้าด้วยกัน

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นทั้ง “สรุปของความตั้งใจอันบริสุทธิ์” และ “จุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงลึก” เพื่อให้พระพุทธศาสนาเป็นพลังสร้างสันติสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความเข้าใจร่วมของมนุษยชาติ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยเดินเกม “ดิจิทัล–เอไอ” สอดรับยุค AI Plus จีน ท่ามกลางโจทย์อธิปไตยเทคโนโลยี

รายงานวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแ...