วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

พุทธสันติวิธียุค AI ยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล



 
วิเคราะห์การยุติความรุนแรงต่อสตรีตามแนวพุทธสันติวิธียุคเอไอ

(An Academic Analysis of Ending Violence Against Women through Buddhist Peace Methods in the Age of AI)


บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งวิเคราะห์แนวทางยุติความรุนแรงต่อสตรีโดยประยุกต์หลักพุทธสันติวิธีเข้ากับโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องในวาระ 25 พฤศจิกายน – วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดเพื่อสร้างการตระหนักรู้ต่อปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง และความเป็นเพศที่ไม่เท่าเทียม บทความนำเสนอการวิเคราะห์เชิงพุทธที่เน้นการขจัดเหตุแห่งความรุนแรงภายในจิตใจ การสร้างสังคมสันติ และการใช้เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือเสริมเพื่อการคุ้มครองสตรี ลดความเสี่ยง และส่งเสริมความปลอดภัยเชิงรุก


1. บทนำ

ปัญหาความรุนแรงต่อสตรี (Violence Against Women: VAW) ยังคงเป็นประเด็นสำคัญของสังคมโลก ทั้งในมิติร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และดิจิทัล ความรุนแรงรูปแบบใหม่ เช่น Cyber-harassment, Deepfake Sexual Violence, Stalking ด้วยเทคโนโลยี เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย จึงจำเป็นต้องมีกรอบคิดใหม่ที่ผสานจริยธรรม ความเห็นอกเห็นใจ และระบบเทคโนโลยี

ในบริบทนี้ พุทธสันติวิธี (Buddhist Peace Approach) ซึ่งเน้นความไม่เบียดเบียน (อหิงสา) การรู้เท่าทันตนเอง (สติ) และการคลี่คลายความขัดแย้งโดยสันติ (สันติปฏิบัติ) สามารถเป็นกรอบคิดสำคัญร่วมกับ AI เพื่อสันติภาพ (AI for Peace)


2. ความหมายและลักษณะของความรุนแรงต่อสตรี

ความรุนแรงต่อสตรีแบ่งออกเป็นหลายมิติ ได้แก่:

2.1 ความรุนแรงทางร่างกาย (Physical)

ทำร้ายร่างกาย บังคับขืนใจ กักขัง

2.2 ความรุนแรงทางจิตใจ (Psychological)

การคุมคาม ข่มขู่ บงการ ควบคุม

2.3 ความรุนแรงทางเศรษฐกิจ (Economic)

จำกัดการเข้าถึงทรัพยากร กีดกันโอกาสในการทำงาน

2.4 ความรุนแรงทางดิจิทัล (Digital Violence)

  • การตามล่าออนไลน์ (Cyberstalking)

  • เผยแพร่ภาพลับ (Non-consensual porn)

  • Deepfake ล่วงละเมิดทางเพศ

  • Hate speech ต่อผู้หญิง

ความท้าทายเหล่านี้ต้องใช้กรอบคิดที่ไม่เน้นแต่ “การลงโทษ” แต่ต้องสร้าง วัฒนธรรมไม่เบียดเบียน (Non-violence Culture) ตามแนวพุทธสันติวิธีควบคู่ไปด้วย


3. พุทธสันติวิธี: แนวคิดเพื่อการยุติความรุนแรง

พุทธสันติวิธีเป็นการใช้หลักพุทธธรรมเพื่อป้องกัน–คลี่คลาย–แก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้:

3.1 อหิงสา (Ahimsa – ไม่เบียดเบียน)

ไม่ใช้กำลัง ไม่ทำร้าย ไม่ล่วงละเมิด
เป็นฐานจริยธรรมที่ตรงกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล

3.2 สติ (Mindfulness)

รู้เท่าทันอารมณ์ ความโกรธ ความหึงหวง—ซึ่งเป็นต้นตอของความรุนแรงในครอบครัว

3.3 เมตตา–กรุณา (Loving-kindness & Compassion)

การฝึกเมตตาช่วยลด “ความเป็นเจ้าของ” หรือ “ความเป็นอัตตา” ที่นำไปสู่การกดขี่สตรี

3.4 ปัญญา (Wisdom)

เข้าใจปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น บทบาททางเพศ (gender roles) ที่ไม่เท่าเทียม

3.5 สันติปฏิบัติ (Peaceful Action)

สื่อสารสันติ การเจรจา การรับฟังอย่างลึกซึ้ง
ช่วยป้องกันการระเบิดของความรุนแรงเรื้อรัง


4. การประยุกต์พุทธสันติวิธีกับ “ยุคเอไอ”

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สามารถเป็น “เครื่องมือสันติภาพ” (Peace Technology) ได้ ดังนี้:


4.1 AI เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันความรุนแรง

  • ระบบ AI วิเคราะห์สัญญาณความเสี่ยงในครอบครัว

  • Chatbot ให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่ผู้หญิงที่ถูกคุกคาม

  • ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติในกรณีความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำๆ


4.2 AI เพื่อการคุ้มครองสตรีจากความรุนแรงดิจิทัล

  • AI ตรวจจับและลบ deepfake ผิดกฎหมาย

  • AI จัดการ cyberbullying และ hate speech

  • ระบบยืนยันว่าเนื้อหาใดเป็น real หรือ fake เพื่อป้องกันการทำลายชื่อเสียงผู้หญิง


4.3 AI เพื่อการศึกษาและสร้างวัฒนธรรมไม่เบียดเบียน

  • สื่อการสอนออนไลน์ตามหลักเมตตา–สติ–กรุณา

  • Metaverse ที่จำลองสถานการณ์ช่วยฝึกการจัดการอารมณ์

  • AI วิเคราะห์ความเสี่ยงของเด็ก–สตรีในชุมชนเพื่อออกแบบนโยบาย


4.4 AI เพื่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ

รัฐบาลสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลระดับชาติ เช่น

  • พื้นที่ที่ความรุนแรงต่อสตรีเกิดซ้ำ

  • สาเหตุเชิงสังคม–เศรษฐกิจ

  • ประสิทธิภาพของมาตรการของรัฐ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้รัฐกำหนดนโยบายที่ “ตรงจุดและมีเมตตา” (Compassion-informed Policy)


5. การผสานพุทธสันติวิธีกับ AI: กรอบปฏิบัติ

เสนอ “โมเดล 5 มิติ” ดังนี้:

มิติที่ 1 – ป้องกัน (Prevention)

ด้วยสติ เมตตา และการศึกษาเรื่องเพศ

มิติที่ 2 – คุ้มครอง (Protection)

AI ตรวจจับความเสี่ยง / ระบบแจ้งเตือนภัย

มิติที่ 3 – ฟื้นฟู (Healing)

การบำบัดทางจิตตามหลักเมตตาภาวนา
ควบคู่ระบบสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

มิติที่ 4 – การมีส่วนร่วม (Participation)

ชุมชน สถาบันสงฆ์ หน่วยงานรัฐ และเทคโนโลยีต้องทำงานร่วมกัน

มิติที่ 5 – การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง (Transformation)

ท้าทายค่านิยมชายเป็นใหญ่
สร้างนโยบายใหม่บนพื้นฐานเมตตาธรรมและข้อมูลจาก AI


6. บทสรุป

การยุติความรุนแรงต่อสตรีในโลกยุคใหม่ต้องใช้ทั้ง
ปัญญาแห่งพุทธธรรม และ พลังของปัญญาประดิษฐ์
ในการแก้ปัญหาที่ทั้งลึกและเชื่อมโยงหลายมิติ

พุทธสันติวิธีช่วยขจัดเหตุแห่งความรุนแรงในจิตใจมนุษย์
ขณะที่ AI ช่วยขจัดความเสี่ยงที่เกิดจากโครงสร้างสังคมยุคดิจิทัล

โอกาสของ 25 พฤศจิกายน – วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล
จึงไม่ใช่เพียงการรณรงค์ แต่คือการตระหนักว่า
ความไม่เบียดเบียน + เทคโนโลยีเพื่อสันติ = สังคมที่เคารพศักดิ์ศรีของสตรีอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยเดินเกม “ดิจิทัล–เอไอ” สอดรับยุค AI Plus จีน ท่ามกลางโจทย์อธิปไตยเทคโนโลยี

รายงานวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแ...