วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

แฉยุทธวิธีรวมบ้านใหญ่เพื่อเลือกตั้ง ส.ส. 2569


วิเคราะห์ยุทธวิธีรวมบ้านใหญ่ของพรรคการเมืองไทยเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569

บทนำ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 มีแนวโน้มเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใหม่ เนื่องจากภูมิทัศน์ทางการเมืองกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “การเมืองแบบอำนาจนำส่วนกลาง” ไปสู่ “การเมืองฐานเสียงท้องถิ่นแบบเครือข่ายผสม” ซึ่งครอบคลุมทั้งพรรคการเมืองระดับชาติ กลุ่มทุนท้องถิ่น และตระกูลการเมืองเก่าแก่ที่รู้จักในชื่อ “บ้านใหญ่” การกลับมาของยุทธวิธี “รวบ–รวม–ดึง–ผูกพันธมิตรบ้านใหญ่” จึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่พรรคการเมืองใช้เพื่อเสริมกำลังภาคสนามรองรับการเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง การแบ่งเขต และการแข่งขันกับกระแสพรรคใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

งานศึกษานี้มีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง แนวคิด และผลกระทบของยุทธวิธี “รวมบ้านใหญ่” โดยใช้กรอบคิดด้านการเมืองเชิงเครือข่าย (Network Politics) การเมืองฐานเสียง (Patron–Client Relations) และยุทธศาสตร์พรรคการเมือง (Party Strategy) เพื่อทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมทางการเมืองในระดับจังหวัดและประเทศ


กรอบแนวคิดในการวิเคราะห์

1. การเมืองเชิงเครือข่าย (Network Politics)

บ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัดถือเป็นเครือข่ายอุปถัมภ์ที่ผสานการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกัน มีบทบาทใน

  • การระดมทรัพยากร

  • การรักษาฐานคะแนน

  • ความสามารถในการสั่งการระดับหมู่บ้าน–ตำบล

  • อิทธิพลต่อราชการส่วนภูมิภาค

2. ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ (Patron–Client)

บ้านใหญ่ทำงานผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้นำท้องถิ่น–ผู้แทน–ประชาชน” ซึ่งสร้างความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์ ความไว้วางใจ และความต่อเนื่องทางการเมืองมายาวนาน

3. ยุทธศาสตร์พรรคการเมือง (Party Strategy)

พรรคการเมืองต้องสร้างสมดุลระหว่าง

  • กระแสระดับชาติ (national narrative)

  • พลังภาคสนามจากบ้านใหญ่

  • ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนหรือบัตรคู่

  • ความต้องการแย่งชิงพื้นที่เดิมของคู่แข่ง


การวิเคราะห์ยุทธวิธี “รวมบ้านใหญ่” ในการเลือกตั้งปี 2569

1. แรงจูงใจของพรรคการเมือง

มีปัจจัยหลัก 4 ประการที่ผลักดันให้พรรคการเมืองต้องรวมบ้านใหญ่:

  1. แลนด์สไลด์ยากขึ้น
    การกระจายตัวของพรรคใหม่และฐานเสียงของประชาชนที่หลากหลาย ทำให้การชนะขาดแบบเลือกตั้งปี 2566 เกิดขึ้นยาก พรรคจึงต้องพึ่งพาหลักประกันคะแนนเสียงจากบ้านใหญ่

  2. เขตเลือกตั้งใหม่ – ความไม่แน่นอนสูง
    การแบ่งเขตใหม่ในหลายจังหวัด เช่น สงขลา นครราชสีมา เชียงใหม่ ปทุมธานี ทำให้พรรคต้องขยายพันธมิตรเพื่อรักษาพื้นที่เดิม

  3. การแข่งขันของพรรคใหม่/พรรคกระแส
    การเมืองไทยมีพรรคที่เติบโตด้วยกระแสออนไลน์ เช่น พรรคคนรุ่นใหม่ ทำให้พรรคดั้งเดิมต้องเพิ่มความแข็งแรงของหน่วยรบภาคสนาม

  4. โครงสร้างการเมืองท้องถิ่นยังทรงพลัง
    แม้กระแสออนไลน์จะสำคัญ แต่การระดมคะแนนในระดับหมู่บ้านยังคงต้องอาศัยเครือข่ายบ้านใหญ่ที่มีอิทธิพลเชิงโครงสร้าง


2. รูปแบบของยุทธวิธีรวมบ้านใหญ่ที่ปรากฏชัด

2.1 การดึงตระกูลการเมืองกลับเข้าพรรคแม่ (Reintegration Strategy)

เช่น หลายพรรคการเมืองดึงอดีตส.ส.หรืออดีตนายก อบจ. ที่เคยออกไปเข้าพรรคอื่นกลับสู่พรรคเดิม เพื่อฟื้นฐานเสียงที่เคยแข็งแรง

2.2 การสร้างพันธมิตรแนวราบกับบ้านใหญ่ท้องถิ่น (Horizontal Alliance)

คือไม่ดึงเข้าพรรค แต่ตกลงทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ เช่น

  • สนับสนุนผู้สมัครที่บ้านใหญ่ต้องการ

  • แลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างพรรคกับท้องถิ่น

  • ร่วมเปิดเวทีหาเสียงและทำกิจกรรมพื้นที่

2.3 ยุทธวิธี “จับชุดใหญ่” ของจังหวัดยุทธศาสตร์

ตัวอย่าง เช่น

  • นครราชสีมา 14 เขต

  • สงขลา 9 เขต

  • อุบลราชธานี 11 เขต
    พรรคมักรวบผู้สมัครทั้งจังหวัดเพื่อควบคุมเกมแข่งขันแบบ “ปิดเกาะเลือกตั้ง”

2.4 การใช้บ้านใหญ่เป็นศูนย์ปฏิบัติการหาเสียง (Local Command Center)

บ้านใหญ่เป็นเสมือน War Room ระดับจังหวัด ทำหน้าที่

  • จัดทีมลงพื้นที่

  • บริหารกลุ่ม อสม. ผู้นำท้องถิ่น อปพร.

  • ช่วยบริหารงบหาเสียง

  • ประสานงานราชการระดับจังหวัด–อำเภอ

2.5 การต่อรองแบบแลกผลประโยชน์เชิงนโยบาย (Policy–Exchange Bargaining)

บ้านใหญ่มักให้การสนับสนุนพรรคที่รับรองนโยบายพัฒนาจังหวัด เช่น

  • ถนน วงแหวน

  • โรงพยาบาล

  • การจัดการน้ำ

  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
    รูปแบบนี้กลายเป็น “ดีลการเมืองแบบผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit Deal)”


3. ผลกระทบของยุทธวิธีรวมบ้านใหญ่ต่อการเลือกตั้งปี 2569

3.1 ความเป็นพรรคใหญ่กลับมาเด่นชัด

พรรคที่สามารถรวมบ้านใหญ่ได้มากมีแนวโน้มได้เปรียบ ทั้งในมิติคะแนนเขตและความสามารถต่อรองจัดตั้งรัฐบาล

3.2 ผู้สมัครเดี่ยว–อิสระจะเสียเปรียบ

เพราะการแข่งขันยุค 2569 ต้องการ

  • ทีมภาคสนาม

  • ทรัพยากร

  • ความเป็นที่รู้จักในพื้นที่
    ผู้สมัครที่ไม่มีเครือข่ายจึงยืนลำบาก

3.3 ความสัมพันธ์พรรค–บ้านใหญ่ซับซ้อนขึ้น

พรรคต้องบริหารความขัดแย้งระหว่างบ้านใหญ่ในจังหวัดเดียวกัน เช่น การแบ่งเขตผลประโยชน์ การวางผู้สมัครชนกันเอง

3.4 อาจลดการเติบโตของการเมืองแบบนโยบาย (Policy-based Politics)

เพราะความสำคัญของฐานคะแนนอาจบดบังการถกเถียงเชิงนโยบายในระดับประเทศ

3.5 แต่ก็มีผลบวกต่อเสถียรภาพการเมืองท้องถิ่น

บ้านใหญ่ช่วยให้เกิดการระดมทรัพยากรอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นที่มีการพัฒนาต่อเนื่องและลดความขัดแย้งระดับล่าง


อภิปรายผล

1. ยุทธวิธีรวมบ้านใหญ่ยังเป็นกลไกหลักของการเมืองไทย

แม้สังคมออนไลน์จะเติบโต แต่พฤติกรรมการเลือกตั้งในจังหวัดส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเครือข่ายผู้นำท้องถิ่นอย่างยิ่ง นี่สะท้อนการเมืองไทยแบบ “ลูกผสม” คือผสมการเมืองสมัยใหม่กับอุปถัมภ์แบบดั้งเดิม

2. ความสามารถของพรรคขึ้นกับการบริหารความหลากหลายของบ้านใหญ่

ไม่ใช่ทุกบ้านใหญ่สามารถทำงานร่วมกันได้ การเลือกผู้ประสานงานที่เหมาะสมจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ

3. พรรคที่ชนะปี 2569 ต้องรวม 3 พลัง

  1. กระแสระดับชาติ

  2. นโยบายที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและความมั่นคงมนุษย์

  3. ฐานสนามรบจากบ้านใหญ่

หากพรรคขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง โอกาสชนะจะลดลงทันที


ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางวิจัยในอนาคต

1. เพิ่มความโปร่งใสการทำงานระหว่างพรรค–บ้านใหญ่

เช่น การเปิดเผยนโยบายระดับจังหวัดและข้อตกลงผลประโยชน์ร่วมกับท้องถิ่น

2. ศึกษาเชิงเปรียบเทียบระหว่างจังหวัด

เพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยใดทำให้บางจังหวัดบ้านใหญ่ทรงพลัง แต่บางจังหวัดลดบทบาทลง

3. สร้างข้อมูล Open Local Politics Data

ช่วยให้การวิเคราะห์พฤติกรรมการเมืองท้องถิ่นมีหลักฐานเชิงประจักษ์มากขึ้น

4. ส่งเสริมการเมืองเชิงนโยบายควบคู่ไปกับการเมืองเชิงเครือข่าย

พรรคต้องใช้บ้านใหญ่เป็น “ช่องทางเข้าถึงประชาชน” แต่คงคุณภาพนโยบายเป็น “สารหลัก” ของการหาเสียง


สรุป

ยุทธวิธี “รวมบ้านใหญ่” เป็นทั้งกลไกสร้างพลังทางการเมืองและเสาหลักในการระดมคะแนนเสียงทั่วประเทศ แม้ภาพลักษณ์บ้านใหญ่จะถูกมองว่าเป็นระบบอุปถัมภ์แบบเก่า แต่ในบริบทการเลือกตั้งปี 2569 มันยังเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ไม่มีพรรคการเมืองใดมองข้ามได้ การเข้าใจบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของบ้านใหญ่จึงเป็นกุญแจสำคัญในการอธิบายผลการเลือกตั้งและแนวโน้มการเมืองไทยในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยเดินเกม “ดิจิทัล–เอไอ” สอดรับยุค AI Plus จีน ท่ามกลางโจทย์อธิปไตยเทคโนโลยี

รายงานวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแ...