วิเคราะห์วิธีการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ของพรรคโอกาสใหม่
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์วิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ของ “พรรคโอกาสใหม่” ในช่วงมหาวิบัติอุทกภัยหาดใหญ่ พ.ศ. 2568 โดยใช้กรอบคิดด้านการจัดการภัยพิบัติ การมีส่วนร่วมของภาคการเมือง และการบริหารจัดการทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน ผลการวิเคราะห์พบว่า พรรคโอกาสใหม่มีบทบาทสำคัญในมิติการสนับสนุนภาคประชาชน การเสริมรัฐ และการสร้างพลังเครือข่ายอาสาสมัคร ถือเป็นรูปแบบการช่วยเหลือที่เชื่อมโยงทั้งด้านวัตถุ แรงงาน และสัญญลักษณ์ทางการเมืองที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมของพรรคการเมืองยุคใหม่
1. บทนำ
อุทกภัยภาคใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นับเป็นหนึ่งในมหาวิบัติที่ส่งผลกระทบต่อจังหวัดสงขลาและพื้นที่หาดใหญ่เป็นวงกว้าง เมืองถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน ระบบสาธารณูปโภคหยุดชะงัก และประชาชนหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบ ทั้งในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ในสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว พรรคการเมืองหลายพรรคได้ขยับบทบาทลงสู่ภาคสนามมากขึ้น รวมถึง “พรรคโอกาสใหม่” ซึ่งมีการจัดคาราวานช่วยเหลือ ลงพื้นที่ และเสริมกำลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นบทบาทเชิงสังคมของพรรคการเมืองที่เกินกว่าเพียงการทำงานในรัฐสภา
2. กรอบแนวคิดการวิเคราะห์
การวิเคราะห์บทความนี้พิจารณาตามกรอบแนวคิด 3 ประการ ได้แก่
2.1 การจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management Framework)
ประกอบด้วยการเตรียมความพร้อม การบรรเทา การตอบสนอง และการฟื้นฟู
2.2 การมีส่วนร่วมขององค์กรการเมือง (Political Participation in Crisis)
พรรคการเมืองทำหน้าที่สนับสนุนสังคมผ่าน 3 มิติคือ
-
การระดมทรัพยากร
-
การสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่น
-
การสนับสนุนระบบรัฐในการช่วยเหลือ
2.3 เครือข่ายอาสาสมัครและทุนทางสังคม (Social Capital & Civil Networks)
บทบาทของเครือข่ายอาสาสมัครทำให้การช่วยเหลือรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. วิเคราะห์วิธีการช่วยเหลือของพรรคโอกาสใหม่
การช่วยเหลือของพรรคโอกาสใหม่ในเหตุการณ์นี้สามารถแยกวิเคราะห์ได้เป็น 4 มิติหลัก คือ มิติทรัพยากร มิติการจัดการ มิติเชิงสัญลักษณ์ และมิติความร่วมมือ ดังนี้
3.1 มิติด้านทรัพยากร: การระดมสิ่งของและอุปกรณ์กู้ภัยอย่างเป็นระบบ
พรรคโอกาสใหม่ระดมทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการกู้ภัยชุดใหญ่ ประกอบด้วย
-
วิทยุทรานซิสเตอร์ 2,000 เครื่อง
-
ถุงยังชีพ 2,000 ชุด
-
น้ำดื่ม 1,000 แพ็ค
-
เรือท้องแบน 8 ลำ
-
เครื่องปั่นไฟ 2 ชุด
-
เสื้อชูชีพ 100 ชุด
-
รถยกสูง 10 คัน
-
อาสาสมัครกว่า 30 คน
การจัดสรรอุปกรณ์เหล่านี้แสดงถึงการวิเคราะห์ความต้องการในพื้นที่อย่างถูกต้อง เช่น วิทยุทรานซิสเตอร์เหมาะกับพื้นที่ไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ล่ม หรือสัญญาณสื่อสารไม่เสถียร นับเป็นการบริจาคที่ตอบโจทย์ภัยพิบัติจริง ไม่ใช่เพียงการ “แจกแบบทั่วไป”
3.2 มิติด้านการจัดการ: คาราวานช่วยเหลือแบบบูรณาการ
การปล่อยคาราวานช่วยเหลือจากส่วนกลางเป็นระบบที่มีลักษณะกึ่งกู้ภัย (semi-rescue) ทำให้สามารถเคลื่อนที่เข้าพื้นที่น้ำท่วมได้รวดเร็ว และรองรับการทำงานของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม ผ่านกิจกรรม เช่น
-
ลำเลียงสิ่งของ
-
อพยพประชาชนจุดเสี่ยง
-
กระจายอุปกรณ์สื่อสาร
-
แจกถุงยังชีพในจุดที่เข้าถึงยาก
การมีรถยกสูงและเรือท้องแบน ช่วยแก้ปัญหา “พื้นที่น้ำลึก–พื้นที่ตัดขาด” ที่เป็นข้อจำกัดสำคัญของอุทกภัยหาดใหญ่
3.3 มิติเชิงสัญลักษณ์และความเชื่อมั่นทางการเมือง
ถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรค นายจตุพร บรุษพัฒน์ มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ 3 ประการ ได้แก่
-
บทบาทพรรคการเมืองในฐานะผู้รับผิดชอบต่อสังคม
เน้นว่าพรรคพร้อมสนับสนุนเสริมภาครัฐ ไม่ใช่แข่งขัน -
สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน
มีการย้ำว่าพรรคจะเคียงข้างผู้ประสบภัยทุกจังหวัด -
เสริมความน่าเชื่อถือด้านการบริหารจัดการวิกฤตของพรรค
สะท้อนภาพพรรคการเมืองที่มีศักยภาพในยามฉุกเฉิน
การใช้ถ้อยคำส่งกำลังใจยังช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีหน่วยงานที่ “เห็น” ความเดือดร้อนของเขา
3.4 มิติด้านความร่วมมือและทุนทางสังคม
การประสานงานระหว่าง “พรรค–คณะกรรมการบริหาร–เครือข่ายอาสาสมัคร” ทำให้เกิดโครงสร้างการช่วยเหลือที่คล่องตัวและมีฐานจากชุมชนจริง ส่งผลให้
-
ระบุพื้นที่เสี่ยงได้แม่นยำ
-
เข้าถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง
-
ช่วยเหลือซ้ำซ้อนน้อยลง
-
กระจายสิ่งของได้ตรงตามความต้องการ
ทุนทางสังคมที่พรรคสร้างมาก่อนหน้า ทำให้เครือข่ายอาสาสมัครมีประสิทธิภาพในภาคสนามอย่างเด่นชัด
4. ผลการวิเคราะห์
จากการประมวลข้อมูล พบว่า รูปแบบการช่วยเหลือของพรรคโอกาสใหม่สามารถสรุปได้ดังนี้
4.1 เป็นความช่วยเหลือเชิงปฏิบัติ (Practical Support) ที่ตอบสนองวิกฤตจริง
การเลือกอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น วิทยุทรานซิสเตอร์ เรือ เครื่องปั่นไฟ ชี้ว่ามีการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ
4.2 เป็นการเสริมรัฐ มากกว่าการแทนที่รัฐ
พรรคไม่ได้กล่าวโทษภาครัฐ แต่ย้ำการร่วมมือ ถือเป็นแนวทาง “การเมืองเชิงบวก”
4.3 ใช้กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นทางสังคมและการเมืองควบคู่กัน
การให้กำลังใจ การลงพื้นที่ และการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างภาพลักษณ์พรรคที่ใกล้ชิดประชาชน
4.4 มีลักษณะเป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างพรรคการเมือง–ภาคประชาชน
เป็นบทเรียนที่สามารถพัฒนาเป็นระบบกู้ภัยของพรรคการเมืองไทยในอนาคต
5. ข้อเสนอแนะ
5.1 ควรพัฒนาระบบ “ฐานข้อมูลภัยพิบัติของพรรค”
เพื่อให้การช่วยเหลือครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
5.2 ควรตั้งทีมตอบสนองภัยพิบัติถาวร
ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ อุปกรณ์กู้ภัย และสื่อสารฉุกเฉิน
5.3 ควรประสานกับองค์กรท้องถิ่นและชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น
เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ซ้ำซ้อนและพื้นที่ตัดขาดได้มากขึ้น
5.4 ควรวิเคราะห์บทเรียนและสื่อสารสู่สาธารณะ
เพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติในระดับพรรคการเมือง
6. บทสรุป
วิธีการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ของพรรคโอกาสใหม่ ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทของพรรคการเมืองยุคใหม่ที่ลงพื้นที่จริง ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานด้านมนุษยธรรมควบคู่กับนโยบายเชิงรัฐศาสตร์เช่นนี้ ช่วยสร้างต้นแบบการบริหารวิกฤตที่มีความเป็นมืออาชีพ และเป็นประโยชน์ต่อการรับมือภัยพิบัติในระยะยาวของประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น