วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ต้นแบบการจัดการภัยพิบัติของพรรคโอกาสใหม่

วิเคราะห์วิธีการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ของพรรคโอกาสใหม่

บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งวิเคราะห์วิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ของ “พรรคโอกาสใหม่” ในช่วงมหาวิบัติอุทกภัยหาดใหญ่ พ.ศ. 2568 โดยใช้กรอบคิดด้านการจัดการภัยพิบัติ การมีส่วนร่วมของภาคการเมือง และการบริหารจัดการทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน ผลการวิเคราะห์พบว่า พรรคโอกาสใหม่มีบทบาทสำคัญในมิติการสนับสนุนภาคประชาชน การเสริมรัฐ และการสร้างพลังเครือข่ายอาสาสมัคร ถือเป็นรูปแบบการช่วยเหลือที่เชื่อมโยงทั้งด้านวัตถุ แรงงาน และสัญญลักษณ์ทางการเมืองที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมของพรรคการเมืองยุคใหม่


1. บทนำ

อุทกภัยภาคใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นับเป็นหนึ่งในมหาวิบัติที่ส่งผลกระทบต่อจังหวัดสงขลาและพื้นที่หาดใหญ่เป็นวงกว้าง เมืองถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน ระบบสาธารณูปโภคหยุดชะงัก และประชาชนหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบ ทั้งในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ในสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว พรรคการเมืองหลายพรรคได้ขยับบทบาทลงสู่ภาคสนามมากขึ้น รวมถึง “พรรคโอกาสใหม่” ซึ่งมีการจัดคาราวานช่วยเหลือ ลงพื้นที่ และเสริมกำลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นบทบาทเชิงสังคมของพรรคการเมืองที่เกินกว่าเพียงการทำงานในรัฐสภา


2. กรอบแนวคิดการวิเคราะห์

การวิเคราะห์บทความนี้พิจารณาตามกรอบแนวคิด 3 ประการ ได้แก่

2.1 การจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management Framework)

ประกอบด้วยการเตรียมความพร้อม การบรรเทา การตอบสนอง และการฟื้นฟู

2.2 การมีส่วนร่วมขององค์กรการเมือง (Political Participation in Crisis)

พรรคการเมืองทำหน้าที่สนับสนุนสังคมผ่าน 3 มิติคือ

  1. การระดมทรัพยากร

  2. การสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่น

  3. การสนับสนุนระบบรัฐในการช่วยเหลือ

2.3 เครือข่ายอาสาสมัครและทุนทางสังคม (Social Capital & Civil Networks)

บทบาทของเครือข่ายอาสาสมัครทำให้การช่วยเหลือรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น


3. วิเคราะห์วิธีการช่วยเหลือของพรรคโอกาสใหม่

การช่วยเหลือของพรรคโอกาสใหม่ในเหตุการณ์นี้สามารถแยกวิเคราะห์ได้เป็น 4 มิติหลัก คือ มิติทรัพยากร มิติการจัดการ มิติเชิงสัญลักษณ์ และมิติความร่วมมือ ดังนี้


3.1 มิติด้านทรัพยากร: การระดมสิ่งของและอุปกรณ์กู้ภัยอย่างเป็นระบบ

พรรคโอกาสใหม่ระดมทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการกู้ภัยชุดใหญ่ ประกอบด้วย

  • วิทยุทรานซิสเตอร์ 2,000 เครื่อง

  • ถุงยังชีพ 2,000 ชุด

  • น้ำดื่ม 1,000 แพ็ค

  • เรือท้องแบน 8 ลำ

  • เครื่องปั่นไฟ 2 ชุด

  • เสื้อชูชีพ 100 ชุด

  • รถยกสูง 10 คัน

  • อาสาสมัครกว่า 30 คน

การจัดสรรอุปกรณ์เหล่านี้แสดงถึงการวิเคราะห์ความต้องการในพื้นที่อย่างถูกต้อง เช่น วิทยุทรานซิสเตอร์เหมาะกับพื้นที่ไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ล่ม หรือสัญญาณสื่อสารไม่เสถียร นับเป็นการบริจาคที่ตอบโจทย์ภัยพิบัติจริง ไม่ใช่เพียงการ “แจกแบบทั่วไป”


3.2 มิติด้านการจัดการ: คาราวานช่วยเหลือแบบบูรณาการ

การปล่อยคาราวานช่วยเหลือจากส่วนกลางเป็นระบบที่มีลักษณะกึ่งกู้ภัย (semi-rescue) ทำให้สามารถเคลื่อนที่เข้าพื้นที่น้ำท่วมได้รวดเร็ว และรองรับการทำงานของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม ผ่านกิจกรรม เช่น

  • ลำเลียงสิ่งของ

  • อพยพประชาชนจุดเสี่ยง

  • กระจายอุปกรณ์สื่อสาร

  • แจกถุงยังชีพในจุดที่เข้าถึงยาก

การมีรถยกสูงและเรือท้องแบน ช่วยแก้ปัญหา “พื้นที่น้ำลึก–พื้นที่ตัดขาด” ที่เป็นข้อจำกัดสำคัญของอุทกภัยหาดใหญ่


3.3 มิติเชิงสัญลักษณ์และความเชื่อมั่นทางการเมือง

ถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรค นายจตุพร บรุษพัฒน์ มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ 3 ประการ ได้แก่

  1. บทบาทพรรคการเมืองในฐานะผู้รับผิดชอบต่อสังคม
    เน้นว่าพรรคพร้อมสนับสนุนเสริมภาครัฐ ไม่ใช่แข่งขัน

  2. สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน
    มีการย้ำว่าพรรคจะเคียงข้างผู้ประสบภัยทุกจังหวัด

  3. เสริมความน่าเชื่อถือด้านการบริหารจัดการวิกฤตของพรรค
    สะท้อนภาพพรรคการเมืองที่มีศักยภาพในยามฉุกเฉิน

การใช้ถ้อยคำส่งกำลังใจยังช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีหน่วยงานที่ “เห็น” ความเดือดร้อนของเขา


3.4 มิติด้านความร่วมมือและทุนทางสังคม

การประสานงานระหว่าง “พรรค–คณะกรรมการบริหาร–เครือข่ายอาสาสมัคร” ทำให้เกิดโครงสร้างการช่วยเหลือที่คล่องตัวและมีฐานจากชุมชนจริง ส่งผลให้

  • ระบุพื้นที่เสี่ยงได้แม่นยำ

  • เข้าถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง

  • ช่วยเหลือซ้ำซ้อนน้อยลง

  • กระจายสิ่งของได้ตรงตามความต้องการ

ทุนทางสังคมที่พรรคสร้างมาก่อนหน้า ทำให้เครือข่ายอาสาสมัครมีประสิทธิภาพในภาคสนามอย่างเด่นชัด


4. ผลการวิเคราะห์

จากการประมวลข้อมูล พบว่า รูปแบบการช่วยเหลือของพรรคโอกาสใหม่สามารถสรุปได้ดังนี้

4.1 เป็นความช่วยเหลือเชิงปฏิบัติ (Practical Support) ที่ตอบสนองวิกฤตจริง

การเลือกอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น วิทยุทรานซิสเตอร์ เรือ เครื่องปั่นไฟ ชี้ว่ามีการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ

4.2 เป็นการเสริมรัฐ มากกว่าการแทนที่รัฐ

พรรคไม่ได้กล่าวโทษภาครัฐ แต่ย้ำการร่วมมือ ถือเป็นแนวทาง “การเมืองเชิงบวก”

4.3 ใช้กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นทางสังคมและการเมืองควบคู่กัน

การให้กำลังใจ การลงพื้นที่ และการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างภาพลักษณ์พรรคที่ใกล้ชิดประชาชน

4.4 มีลักษณะเป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างพรรคการเมือง–ภาคประชาชน

เป็นบทเรียนที่สามารถพัฒนาเป็นระบบกู้ภัยของพรรคการเมืองไทยในอนาคต


5. ข้อเสนอแนะ

5.1 ควรพัฒนาระบบ “ฐานข้อมูลภัยพิบัติของพรรค”

เพื่อให้การช่วยเหลือครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

5.2 ควรตั้งทีมตอบสนองภัยพิบัติถาวร

ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ อุปกรณ์กู้ภัย และสื่อสารฉุกเฉิน

5.3 ควรประสานกับองค์กรท้องถิ่นและชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น

เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ซ้ำซ้อนและพื้นที่ตัดขาดได้มากขึ้น

5.4 ควรวิเคราะห์บทเรียนและสื่อสารสู่สาธารณะ

เพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติในระดับพรรคการเมือง


6. บทสรุป

วิธีการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ของพรรคโอกาสใหม่ ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทของพรรคการเมืองยุคใหม่ที่ลงพื้นที่จริง ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานด้านมนุษยธรรมควบคู่กับนโยบายเชิงรัฐศาสตร์เช่นนี้ ช่วยสร้างต้นแบบการบริหารวิกฤตที่มีความเป็นมืออาชีพ และเป็นประโยชน์ต่อการรับมือภัยพิบัติในระยะยาวของประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยเดินเกม “ดิจิทัล–เอไอ” สอดรับยุค AI Plus จีน ท่ามกลางโจทย์อธิปไตยเทคโนโลยี

รายงานวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแ...