วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

เมืองคาร์บอนต่ำกับศาสตร์พระราชาอนาคตยั่งยืนไทย

 


วิเคราะห์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนาเป็นฐานของการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ

บทนำ

แนวคิด “เมืองคาร์บอนต่ำ” เป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการเสริมพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในระบบนิเวศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาชน ตลอดจนโครงการต้นแบบที่พิสูจน์ได้จริงว่ามีประสิทธิภาพทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ในประเทศไทย “โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี” ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ โดยเฉพาะดิน น้ำ และการเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง โครงการนี้จึงมีศักยภาพสูงในการต่อยอดเป็นฐานการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ทั้งในมิติของความมั่นคงอาหาร การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

บทความนี้วิเคราะห์บทบาทของโครงการพระราชดำริดังกล่าวในฐานะ “โมเดลบริหารจัดการทรัพยากรที่ตอบโจทย์การลดคาร์บอน” โดยเชื่อมโยงการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งศึกษา 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  1. การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของจังหวัดสระบุรีผ่านโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์

  2. การจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุ

  3. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนา

ทั้งสามส่วนนี้สะท้อนภาพรวมการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม


กรอบแนวคิด: เมืองคาร์บอนต่ำ – SDGs – ศาสตร์พระราชา

การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำต้องอาศัยกรอบคิดสำคัญ ได้แก่

  • การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) ผ่านพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมสีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน

  • การเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอน (Carbon Sink) เช่น ป่า ต้นไม้ พื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน

  • การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Resource Management)

  • การกระจายบทบาทสู่ชุมชน (Community-based Climate Action)

กรอบคิดเหล่านี้สอดคล้องกับศาสตร์พระราชา เช่น การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ การฟื้นฟูดิน การเลือกพืชให้เหมาะกับพื้นที่ และการพึ่งพาตนเองอย่างสมดุล

ดังนั้น โครงการวัดมงคลชัยพัฒนาจึงเป็น “พื้นที่ต้นแบบ” ที่ผสาน ภูมิปัญญา – วิทยาศาสตร์ – การจัดการสมัยใหม่ รองรับทั้ง SDGs2, SDGs6, SDGs11, SDGs12, SDGs13 และ SDGs15


1. โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์: บริบทการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของจังหวัด

คณะกรรมาธิการได้ศึกษาการดำเนินงานของ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ซึ่งเป็นโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศ โดยทำงานแบบรัฐ–เอกชน–ประชาชน (PPP) ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่

  1. พลังงานสะอาด

  2. อุตสาหกรรมสีเขียว

  3. การจัดการขยะ

  4. เกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ

  5. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

โครงการยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น WEF, UNIDO และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ โดยมีเทคโนโลยีเด่น เช่น

  • CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage)

  • ระบบจัดการของเสีย

  • นวัตกรรมลด PM 2.5

  • พลังงานสะอาดรูปแบบต่าง ๆ

ผลลัพธ์สำคัญคือ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 6.87 MtCO₂eq (ปี 2567–2568) และได้รับงบสนับสนุนกว่า 369 ล้านบาท แสดงถึงศักยภาพของสระบุรีในการเป็น “เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว”

บริบทนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริในพื้นที่เข้ากับการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำระดับจังหวัด


2. การจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุ: ฐานดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ

พื้นที่บ้านถ้ำน้ำพุเป็นป่าชุมชนต้นแบบของสระบุรี โดยชุมชนมีบทบาทสำคัญในการ

  • ควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า

  • ฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม

  • อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

  • ป้องกันไฟป่า

  • สร้างสมดุลระบบนิเวศต้นน้ำ

ผลลัพธ์คือพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ระบบนิเวศฟื้นตัว และความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งรองรับ SDG13 และ SDG15 โดยตรง

ที่สำคัญ ป่าชุมชนเป็น “แหล่งดูดซับคาร์บอนธรรมชาติ” ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด และยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ การสร้างรายได้ และการอนุรักษ์ควบคู่สวัสดิภาพทางจิตใจ (ผ่านแนวคิด “การอาบป่า”)


3. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนา: ฐานการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อเมืองคาร์บอนต่ำ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมาธิการได้ศึกษาระบบการบริหารจัดการดิน–น้ำ–เกษตรกรรมในโครงการวัดมงคลชัยพัฒนา ซึ่งมีความโดดเด่นด้าน “การจัดการน้ำแบบบูรณาการ” และ “การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า” ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา

  • พื้นที่แห้งแล้ง

  • การขาดแคลนน้ำ

  • ระบบเกษตรที่ไม่ยั่งยืน

โดยใช้แนวทางสำคัญ เช่น

  • การกักเก็บน้ำในพื้นที่แบบเป็นระบบ

  • การใช้พื้นที่ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ

  • การฟื้นฟูดินและปรับปรุงโครงสร้างดิน

  • การเลือกพืชให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ

  • การใช้วิทยาศาสตร์ควบคู่ศาสตร์พระราชา

โครงการนี้มีส่วนสนับสนุน SDG2, SDG6, SDG11 และ SDG12 อย่างชัดเจน และเป็นฐานความรู้ที่นำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำในมิติสำคัญ ได้แก่

3.1 การเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงอาหารของเมือง

การจัดการน้ำ–ดินอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุนการเกษตร เพิ่มผลผลิต และลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ส่งผลให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภาคเกษตร

3.2 การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในระดับชุมชน

ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนช่วยเพิ่มคาร์บอนในดินและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง–ชนบทอย่างต่อเนื่อง

3.3 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับจังหวัด

การจัดการดิน–น้ำ–พืชอย่างสอดประสาน ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน ลดของเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการผลิตอาหาร

3.4 การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานการค้าใหม่ของโลก

องค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริสามารถช่วยไทยปรับตัวต่อ

  • CBAM

  • มาตรฐานสินค้ายั่งยืน

  • กฎ ESG

  • เศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการแข่งขันระหว่างประเทศ


วิเคราะห์เชิงระบบ: ทำไมโครงการวัดมงคลชัยพัฒนาจึงเป็นฐานการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ

โครงการพระราชดำรินี้ถือเป็น “แพลตฟอร์มการจัดการทรัพยากรต้นน้ำ” ที่มีจุดเด่นดังนี้:

1) ต้นแบบการบริหารจัดการน้ำที่ลดความเสี่ยงภูมิอากาศ (Climate-resilient Water Management)

ลดผลกระทบภัยแล้ง–น้ำท่วม
เพิ่มศักยภาพด้านการผลิตอาหาร
ลดการใช้พลังงานในระบบน้ำ

2) พื้นที่ต้นแบบเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Agriculture)

ใช้ปุ๋ยน้อยลง
เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน
กักเก็บคาร์บอนในระบบดินได้จริง

3) สร้างความมั่นคงอาหารของเมือง (Urban Food Security)

เมื่อเมืองมีความมั่นคงด้านน้ำ–อาหาร จะลดความจำเป็นในการขนส่งและการใช้ทรัพยากรสูง

4) ฐานข้อมูลการพัฒนา SDGs และการลดก๊าซเรือนกระจก

โครงการสามารถกลายเป็นแหล่งข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) เพื่อออกแบบนโยบายเมืองสีเขียวของประเทศ


ข้อเสนอเชิงนโยบาย

  1. พัฒนาโครงการวัดมงคลชัยพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้เมืองคาร์บอนต่ำระดับชาติ

  2. ขยายโมเดลบริหารจัดการน้ำ–ดินไปยังจังหวัดอื่น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

  3. บูรณาการโครงการกับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อสร้างพื้นที่สาธิตการลดคาร์บอนทั้งระบบ

  4. สนับสนุนป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุให้เป็นพื้นที่ดูดซับคาร์บอนของจังหวัด

  5. ใช้ข้อมูลจากโครงการพระราชดำริเป็นฐานจัดทำแผน SDGs ระดับจังหวัด

  6. พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ–การเรียนรู้ (Eco Learning Route) เพื่อสร้างเศรษฐกิจสีเขียวท้องถิ่น


บทสรุป

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาการเกษตร แต่เป็น “ต้นแบบการจัดการทรัพยากรเชิงบูรณาการ” ที่สอดคล้องกับศาสตร์พระราชา วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างลึกซึ้ง การบริหารจัดการดิน–น้ำ–เกษตรกรรมในพื้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับจังหวัดและระดับเมือง เพื่อสร้างเมืองคาร์บอนต่ำและระบบเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยในอนาคต

เมื่อเชื่อมโยงเข้ากับการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของสระบุรีและการจัดการป่าชุมชน โครงการนี้จึงทำหน้าที่เป็น “รากฐานของระบบภูมิคุ้มกันเชิงนิเวศและเศรษฐกิจ” ที่จะช่วยให้ประเทศไทยปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยืนหยัดในกติกาเศรษฐกิจใหม่ของโลกได้อย่างมั่นคง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยเดินเกม “ดิจิทัล–เอไอ” สอดรับยุค AI Plus จีน ท่ามกลางโจทย์อธิปไตยเทคโนโลยี

รายงานวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแ...