วิเคราะห์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนาเป็นฐานของการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ
บทนำ
แนวคิด “เมืองคาร์บอนต่ำ” เป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการเสริมพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในระบบนิเวศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาชน ตลอดจนโครงการต้นแบบที่พิสูจน์ได้จริงว่ามีประสิทธิภาพทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
ในประเทศไทย “โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี” ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ โดยเฉพาะดิน น้ำ และการเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง โครงการนี้จึงมีศักยภาพสูงในการต่อยอดเป็นฐานการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ทั้งในมิติของความมั่นคงอาหาร การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
บทความนี้วิเคราะห์บทบาทของโครงการพระราชดำริดังกล่าวในฐานะ “โมเดลบริหารจัดการทรัพยากรที่ตอบโจทย์การลดคาร์บอน” โดยเชื่อมโยงการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งศึกษา 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
-
การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของจังหวัดสระบุรีผ่านโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์
-
การจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุ
-
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนา
ทั้งสามส่วนนี้สะท้อนภาพรวมการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
กรอบแนวคิด: เมืองคาร์บอนต่ำ – SDGs – ศาสตร์พระราชา
การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำต้องอาศัยกรอบคิดสำคัญ ได้แก่
-
การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) ผ่านพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมสีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน
-
การเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอน (Carbon Sink) เช่น ป่า ต้นไม้ พื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน
-
การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Resource Management)
-
การกระจายบทบาทสู่ชุมชน (Community-based Climate Action)
กรอบคิดเหล่านี้สอดคล้องกับศาสตร์พระราชา เช่น การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ การฟื้นฟูดิน การเลือกพืชให้เหมาะกับพื้นที่ และการพึ่งพาตนเองอย่างสมดุล
ดังนั้น โครงการวัดมงคลชัยพัฒนาจึงเป็น “พื้นที่ต้นแบบ” ที่ผสาน ภูมิปัญญา – วิทยาศาสตร์ – การจัดการสมัยใหม่ รองรับทั้ง SDGs2, SDGs6, SDGs11, SDGs12, SDGs13 และ SDGs15
1. โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์: บริบทการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของจังหวัด
คณะกรรมาธิการได้ศึกษาการดำเนินงานของ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ซึ่งเป็นโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศ โดยทำงานแบบรัฐ–เอกชน–ประชาชน (PPP) ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่
-
พลังงานสะอาด
-
อุตสาหกรรมสีเขียว
-
การจัดการขยะ
-
เกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ
-
การเพิ่มพื้นที่สีเขียว
โครงการยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น WEF, UNIDO และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ โดยมีเทคโนโลยีเด่น เช่น
-
CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage)
-
ระบบจัดการของเสีย
-
นวัตกรรมลด PM 2.5
-
พลังงานสะอาดรูปแบบต่าง ๆ
ผลลัพธ์สำคัญคือ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 6.87 MtCO₂eq (ปี 2567–2568) และได้รับงบสนับสนุนกว่า 369 ล้านบาท แสดงถึงศักยภาพของสระบุรีในการเป็น “เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว”
บริบทนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริในพื้นที่เข้ากับการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำระดับจังหวัด
2. การจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุ: ฐานดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ
พื้นที่บ้านถ้ำน้ำพุเป็นป่าชุมชนต้นแบบของสระบุรี โดยชุมชนมีบทบาทสำคัญในการ
-
ควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า
-
ฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม
-
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
-
ป้องกันไฟป่า
-
สร้างสมดุลระบบนิเวศต้นน้ำ
ผลลัพธ์คือพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ระบบนิเวศฟื้นตัว และความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งรองรับ SDG13 และ SDG15 โดยตรง
ที่สำคัญ ป่าชุมชนเป็น “แหล่งดูดซับคาร์บอนธรรมชาติ” ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด และยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ การสร้างรายได้ และการอนุรักษ์ควบคู่สวัสดิภาพทางจิตใจ (ผ่านแนวคิด “การอาบป่า”)
3. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนา: ฐานการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อเมืองคาร์บอนต่ำ
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมาธิการได้ศึกษาระบบการบริหารจัดการดิน–น้ำ–เกษตรกรรมในโครงการวัดมงคลชัยพัฒนา ซึ่งมีความโดดเด่นด้าน “การจัดการน้ำแบบบูรณาการ” และ “การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า” ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา
-
พื้นที่แห้งแล้ง
-
การขาดแคลนน้ำ
-
ระบบเกษตรที่ไม่ยั่งยืน
โดยใช้แนวทางสำคัญ เช่น
-
การกักเก็บน้ำในพื้นที่แบบเป็นระบบ
-
การใช้พื้นที่ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ
-
การฟื้นฟูดินและปรับปรุงโครงสร้างดิน
-
การเลือกพืชให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
-
การใช้วิทยาศาสตร์ควบคู่ศาสตร์พระราชา
โครงการนี้มีส่วนสนับสนุน SDG2, SDG6, SDG11 และ SDG12 อย่างชัดเจน และเป็นฐานความรู้ที่นำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำในมิติสำคัญ ได้แก่
3.1 การเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงอาหารของเมือง
การจัดการน้ำ–ดินอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุนการเกษตร เพิ่มผลผลิต และลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ส่งผลให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภาคเกษตร
3.2 การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในระดับชุมชน
ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนช่วยเพิ่มคาร์บอนในดินและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง–ชนบทอย่างต่อเนื่อง
3.3 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับจังหวัด
การจัดการดิน–น้ำ–พืชอย่างสอดประสาน ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน ลดของเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการผลิตอาหาร
3.4 การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานการค้าใหม่ของโลก
องค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริสามารถช่วยไทยปรับตัวต่อ
-
CBAM
-
มาตรฐานสินค้ายั่งยืน
-
กฎ ESG
-
เศรษฐกิจสีเขียว
ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการแข่งขันระหว่างประเทศ
วิเคราะห์เชิงระบบ: ทำไมโครงการวัดมงคลชัยพัฒนาจึงเป็นฐานการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ
โครงการพระราชดำรินี้ถือเป็น “แพลตฟอร์มการจัดการทรัพยากรต้นน้ำ” ที่มีจุดเด่นดังนี้:
1) ต้นแบบการบริหารจัดการน้ำที่ลดความเสี่ยงภูมิอากาศ (Climate-resilient Water Management)
ลดผลกระทบภัยแล้ง–น้ำท่วม
เพิ่มศักยภาพด้านการผลิตอาหาร
ลดการใช้พลังงานในระบบน้ำ
2) พื้นที่ต้นแบบเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Agriculture)
ใช้ปุ๋ยน้อยลง
เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน
กักเก็บคาร์บอนในระบบดินได้จริง
3) สร้างความมั่นคงอาหารของเมือง (Urban Food Security)
เมื่อเมืองมีความมั่นคงด้านน้ำ–อาหาร จะลดความจำเป็นในการขนส่งและการใช้ทรัพยากรสูง
4) ฐานข้อมูลการพัฒนา SDGs และการลดก๊าซเรือนกระจก
โครงการสามารถกลายเป็นแหล่งข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) เพื่อออกแบบนโยบายเมืองสีเขียวของประเทศ
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
-
พัฒนาโครงการวัดมงคลชัยพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้เมืองคาร์บอนต่ำระดับชาติ
-
ขยายโมเดลบริหารจัดการน้ำ–ดินไปยังจังหวัดอื่น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง
-
บูรณาการโครงการกับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อสร้างพื้นที่สาธิตการลดคาร์บอนทั้งระบบ
-
สนับสนุนป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุให้เป็นพื้นที่ดูดซับคาร์บอนของจังหวัด
-
ใช้ข้อมูลจากโครงการพระราชดำริเป็นฐานจัดทำแผน SDGs ระดับจังหวัด
-
พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ–การเรียนรู้ (Eco Learning Route) เพื่อสร้างเศรษฐกิจสีเขียวท้องถิ่น
บทสรุป
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริวัดมงคลชัยพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาการเกษตร แต่เป็น “ต้นแบบการจัดการทรัพยากรเชิงบูรณาการ” ที่สอดคล้องกับศาสตร์พระราชา วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างลึกซึ้ง การบริหารจัดการดิน–น้ำ–เกษตรกรรมในพื้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับจังหวัดและระดับเมือง เพื่อสร้างเมืองคาร์บอนต่ำและระบบเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยในอนาคต
เมื่อเชื่อมโยงเข้ากับการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของสระบุรีและการจัดการป่าชุมชน โครงการนี้จึงทำหน้าที่เป็น “รากฐานของระบบภูมิคุ้มกันเชิงนิเวศและเศรษฐกิจ” ที่จะช่วยให้ประเทศไทยปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยืนหยัดในกติกาเศรษฐกิจใหม่ของโลกได้อย่างมั่นคง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น