วิเคราะห์บริหารจัดการแม่น้ำของจีนสู่ภูมิปัญญาไทย
(A Comparative Analysis of China’s River Governance and its Implications for Thai Water Wisdom)
บทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง และความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลายเป็นความท้าทายสำคัญของศตวรรษที่ 21 จีนในฐานะประเทศที่มีแม่น้ำสายใหญ่และมีประสบการณ์โครงการน้ำขนาดมหาศาล ได้พัฒนาองค์ความรู้ด้านธรรมาภิบาลน้ำและพร้อมแบ่งปันทักษะสู่ทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทยมีภูมิปัญญาการจัดการแม่น้ำที่สั่งสมมายาวนานตามวิถีชุมชน การเปรียบเทียบกรณีศึกษาจีนกับภูมิปัญญาไทย ช่วยเปิดพื้นที่ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผสานแนวคิดวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับการจัดการน้ำโดยประชาชนเป็นศูนย์กลาง
1. บทนำ
รายงาน “การบริหารจัดการแม่น้ำเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน : การศึกษายุทธศาสตร์แม่น้ำในยุคใหม่” จากคลังสมองระดับสูงของจีนชี้ว่า ความมั่นคงทางน้ำกำลังถูกท้าทายจากภาวะโลกร้อนและการเพิ่มขึ้นของประชากรเมือง โดยคาดว่าผู้ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำจะเพิ่มขึ้นจาก 930 ล้านคน (ปี 2016) เป็น 1,700–2,400 ล้านคนในปี 2050 การบริหารจัดการแม่น้ำจึงไม่ใช่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่เป็น ปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
2. ประสบการณ์การบริหารจัดการแม่น้ำของจีน
2.1 ยุทธศาสตร์แม่น้ำในยุคใหม่ของจีน
จีนพัฒนาแนวคิด “มนุษยชาติกับน้ำต้องอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน (Harmony between Humanity and Water)” โดยมุ่งให้การจัดการน้ำเป็นฐานของการพัฒนา “ชาติสมัยใหม่” ทั้งด้านเศรษฐกิจ นิเวศ และความปลอดภัยของประชาชน
2.2 โครงการขนาดใหญ่และการเรียนรู้เชิงระบบ
จีนสร้างองค์ความรู้จากโครงการน้ำขนาดใหญ่ เช่น
-
ระบบชลประทานและป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเหลือง
-
โครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ
-
การฟื้นฟูแม่น้ำในเขตเมือง
สิ่งเหล่านี้ทำให้จีนพัฒนานวัตกรรมด้านการควบคุมน้ำท่วม การจัดสรรน้ำ และการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เชื่อมกับการบริหารจัดการแบบดิจิทัล
2.3 การแบ่งปันองค์ความรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ
จีนจัดการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมากกว่า 4,000 คนจาก 112 ประเทศ และตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีในหลายทวีป เช่น
-
ปากีสถาน
-
เอธิโอเปีย
-
อินโดนีเซีย
-
เซอร์เบีย
-
เซเนกัล
รวมถึงความร่วมมือกับสหประชาชาติในการบรรลุเป้าหมาย SDG 6 (Clean Water and Sanitation) ภายในปี 2030
3. ภูมิปัญญาการบริหารจัดการน้ำของไทย
แม้ไทยจะไม่มีโครงการขนาดใหญ่เท่าจีน แต่มี “ภูมิปัญญาน้ำ” ที่สะท้อนการปรับตัวกับภูมิประเทศและสภาพอากาศเขตร้อนมาช้านาน เช่น
3.1 ระบบชลประทานโบราณ
-
การขุดคลองและทำนบในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
-
ระบบ “เหมืองฝาย” ของภาคเหนือ ที่เน้นการจัดการน้ำแบบร่วมกันของชุมชน
3.2 แนวคิดอยู่กับน้ำ (Living with Water)
สังคมไทยเชื่อมโยงแม่น้ำกับการดำรงชีวิต เช่น
-
พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่รับมือกับน้ำหลากตามฤดูกาล
-
เรือนแพ คลองสัญจร และระบบนิเวศเกษตรน้ำท่วมตามฤดูกาล (flood-based agriculture)
3.3 ความท้าทายใหม่ของไทย
อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังเผชิญปัญหาใหม่ที่ต้องการเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการที่ซับซ้อนขึ้น ได้แก่
-
น้ำท่วมเมือง
-
น้ำแล้งเรื้อรังในบางภาค
-
คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม
-
การบริหารลุ่มน้ำที่ข้ามจังหวัดและพรมแดน
4. วิเคราะห์เปรียบเทียบ: บทเรียนจากจีนสู่ภูมิปัญญาไทย
4.1 การจัดการเชิงบูรณาการ (Integrated River Basin Management: IRBM)
จีนใช้ระบบบูรณาการทั้งข้อมูลน้ำ ภูมิอากาศ เมือง และเศรษฐกิจ ในขณะที่ไทยยังมีหน่วยงานซ้ำซ้อนหลายส่วน การนำแบบจำลองของจีนมาปรับใช้ อาจช่วยให้ไทย
-
รวมข้อมูลลุ่มน้ำให้เป็นระบบเดียว
-
ใช้เทคโนโลยีคาดการณ์น้ำท่วม–น้ำแล้งแบบเรียลไทม์
-
ลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น
4.2 เทคโนโลยีและนวัตกรรม
จีนมีความก้าวหน้าใน
-
ระบบตรวจวัดน้ำอัจฉริยะ
-
การฟื้นฟูแม่น้ำเมือง
-
การบริหารเขื่อนด้วย AI
ไทยสามารถนำแนวคิดนี้มาเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น
-
เหมืองฝายอัจฉริยะ
-
คลองเมืองที่เชื่อมข้อมูลน้ำกับระบบเตือนภัย
-
ผสาน “ภูมิน้ำชุมชน” กับข้อมูลดิจิทัล
4.3 ธรรมาภิบาลน้ำและประชาชนเป็นศูนย์กลาง
จีนเน้นทั้งโครงสร้างใหญ่และการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการศึกษา การอบรม และการสร้างศูนย์ความรู้
ไทยสามารถต่อยอดด้วยการ
-
ทำให้ชุมชนเป็นเจ้าของข้อมูลน้ำ
-
เสริมบทบาท อบต./เทศบาล ในการบริหารน้ำระดับลุ่มน้ำย่อย
-
ฟื้นระบบจัดการน้ำแบบดั้งเดิมควบคู่ความรู้ใหม่
5. ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย
-
จัดตั้งศูนย์ความรู้ด้านน้ำแบบจีนในระดับภูมิภาค เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นักเรียน และเกษตรกร
-
ยกระดับระบบข้อมูลน้ำแบบรวมศูนย์-กระจายอำนาจ ให้ทุกจังหวัดเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์
-
ฟื้นฟูคลองเมืองตามโมเดลฟื้นฟูแม่น้ำของจีน เพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำ ลดน้ำท่วม และสร้างพื้นที่สีเขียว
-
ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย เช่น เหมืองฝาย คันกั้นน้ำธรรมชาติ การทำนาแบบน้ำนอง เข้ากับเทคโนโลยีวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (GIS/AI)
-
สร้างความร่วมมือเทคนิคไทย–จีน เพื่อแลกเปลี่ยนนวัตกรรมด้านเขื่อน การฟื้นฟูแม่น้ำ และการคาดการณ์ภาวะน้ำ
6. บทสรุป
จีนได้พัฒนายุทธศาสตร์แม่น้ำที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ และธรรมาภิบาลน้ำที่มองประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่วนไทยมีภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับน้ำที่ฝังรากในชุมชน การผสานทั้งสองแนวทางเข้าด้วยกันสามารถสร้างโมเดลการบริหารลุ่มน้ำที่เหมาะสมกับบริบทไทยในศตวรรษที่ 21 และช่วยให้ประเทศไทยรับมือกับความท้าทายน้ำในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น