วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

โคกหนองนา: แนวทางรับมือน้ำท่วมอย่างยั่งยืน


 วิเคราะห์โคกหนองนาโมเดล: แนวทางรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ 

บทคัดย่อ

โคกหนองนาโมเดลเป็นแนวคิดการจัดการน้ำและพื้นที่บนฐานเศรษฐกิจพอเพียง โดยการออกแบบพื้นที่ให้มีโครงสร้างดิน น้ำ และพืชที่สอดคล้องกับระบบนิเวศธรรมชาติ สามารถรองรับน้ำฝน น้ำหลาก และน้ำท่วมเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ศักยภาพของโคกหนองนาในฐานะกลไกบรรเทาน้ำท่วมตามกรอบการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (DRR) และการจัดการน้ำแบบบูรณาการ (IWRM) ผลการวิเคราะห์พบว่า โมเดลนี้สามารถทำหน้าที่เป็น eco-buffer ดูดซับน้ำท่วม ลดความเร็วของน้ำหลาก และช่วยให้พื้นที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเงื่อนไขความสำเร็จขึ้นกับการสนับสนุนนโยบาย การออกแบบพื้นที่อย่างถูกหลักวิชาการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน


1. บทนำ

ปัญหาน้ำท่วมเป็นภัยพิบัติสำคัญของประเทศไทย สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการน้ำที่ไม่เป็นระบบและการเอาชนะธรรมชาติมากกว่าการปรับตัว ทำให้หลายพื้นที่มีความเปราะบางต่ออุทกภัยมากขึ้น

โคกหนองนาโมเดล ซึ่งเป็นแนวคิดจากศาสตร์พระราชา ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและธรรมชาติ ได้ถูกยกเป็นทางเลือกในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและบริหารจัดการน้ำท่วมระดับชุมชน บทความนี้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของโมเดลดังกล่าวและความเป็นไปได้ในการขยายผลเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการอุทกภัยของประเทศ


2. แนวคิดและกรอบทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 โคกหนองนาโมเดล

องค์ประกอบหลักของโมเดล ได้แก่

  • โคก: พื้นที่ดอนสำหรับปลูกไม้ยืนต้น เป็นที่อยู่อาศัย และช่วยชะลอน้ำ

  • หนอง: แหล่งเก็บกักน้ำ ดูดซับน้ำหลากและเพิ่มความชุ่มชื้น

  • นา: พื้นที่เกษตรตามฤดูกาลที่ทำหน้าที่รับน้ำตามธรรมชาติ

  • คลองไส้ไก่: ระบบกระจายน้ำเพิ่มการซึมลงดิน

ระบบดังกล่าวสร้าง “วัฏจักรน้ำธรรมชาติ” ช่วยเพิ่มสมดุลระหว่างน้ำ–ดิน–ป่า

2.2 การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (DRR)

โคกหนองนาสอดคล้องกับ DRR ใน 3 มิติ

  • Prevention: ป้องกันความรุนแรงของน้ำ

  • Mitigation: ลดผลกระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจ

  • Resilience: เพิ่มความยืดหยุ่น การฟื้นตัวหลังน้ำลด

2.3 การจัดการน้ำแบบบูรณาการ (IWRM)

โคกหนองนาเชื่อมโยงทรัพยากรน้ำ ดิน พืช คน และชุมชนแบบองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับ IWRM ที่เน้นการบริหารจัดการในระดับลุ่มน้ำแบบมีส่วนร่วม


3. ศักยภาพของโคกหนองนาโมเดลในการรับมือน้ำท่วม

3.1 เพิ่มพื้นที่ซับน้ำ (Natural Retention Area)

บ่อน้ำ หนอง และคลองไส้ไก่ทำหน้าที่เป็นบ่อชะลอน้ำตามธรรมชาติ ช่วยลดระดับน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง

3.2 ลดความเร็วของน้ำหลากและป้องกันการพังทลายของดิน

คันดิน โคก และระบบป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ช่วยสลายแรงปะทะของน้ำหลาก ลด erosion

3.3 เพิ่มความเร็วในการฟื้นตัวหลังน้ำท่วม

ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ดินและพื้นที่เกษตรฟื้นกลับมาได้เร็ว

3.4 สร้างความมั่นคงทางอาหารในช่วงภัยพิบัติ

อาหารจากพืชผสมผสานบนโคก และสัตว์น้ำในหนอง ช่วยลดความเปราะบางของชุมชนเมื่อเกิดน้ำท่วม

3.5 เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

การทำโคกหนองนาต้องอาศัยความร่วมมือ จึงสร้างทักษะ ความรู้ และเครือข่ายในชุมชน


4. ตัวอย่างกรณีศึกษาโคกหนองนาที่ช่วยน้ำท่วมได้ผลจริง

กรณีศึกษา 1: บ้านโนนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด (ลุ่มน้ำชี)

พื้นที่ทดลองโคกหนองนา 15 ไร่ พบว่า

  • ระดับน้ำท่วมลดลง 25–40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ใกล้เคียง

  • หนองสามารถกักน้ำได้กว่า 12,000–15,000 ลบ.ม.

  • หลังน้ำท่วม พื้นที่ใช้ทำการเกษตรได้ภายใน 2 สัปดาห์ ขณะที่พื้นที่อื่นใช้เวลามากกว่า 1–2 เดือน
    ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการลดความรุนแรงของน้ำหลาก

กรณีศึกษา 2: ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ชลบุรี

พื้นที่ประสบภัยน้ำหลากหลายครั้งในอดีต หลังปรับพื้นที่เป็นโคกหนองนา

  • น้ำไม่ท่วมพื้นที่ศูนย์อีกต่อไป

  • ระบบคลองไส้ไก่ทำให้การซึมน้ำดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

  • มีน้ำใช้ตลอดปีในสภาพพื้นที่ฝนแปรปรวน

กรณีศึกษา 3: บ้านหัวนา จังหวัดสุรินทร์

หลังทำโคกหนองนาในพื้นที่ 5 ไร่

  • น้ำท่วมซ้ำซากบริเวณบ้านลดลงเกือบทั้งหมด

  • หนองและคลองไส้ไก่ซึมซับน้ำหลากจากไร่นาใกล้เคียง

  • ชุมชนรอบข้างนำโมเดลไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ตนเอง


5. ความท้าทายและข้อจำกัด

  1. พื้นที่จำกัดในเขตเมือง
    โมเดลไม่สามารถทำเต็มรูปแบบได้

  2. ความเข้าใจทางเทคนิคไม่เพียงพอ
    ทำให้การขุดหนองหรือปลูกพืชผิดหลัก

  3. ขาดงบประมาณและบุคลากรสนับสนุน

  4. ขาดการบูรณาการกับแผนลุ่มน้ำ (catchment)


6. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

6.1 ผลักดันเป็นนโยบายระดับลุ่มน้ำ

เชื่อมโยงกับ IWRM และผังเมือง

6.2 สร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ

เช่น กองทุนชุมชน น้ำ ดิน ป่า

6.3 ตั้งศูนย์สาธิตระดับตำบล

ถ่ายทอดองค์ความรู้และหลักการออกแบบ

6.4 นำเทคโนโลยี GIS, AI, ภูมิอากาศมาวิเคราะห์พื้นที่

เพื่อออกแบบโคกหนองนาให้เหมาะสมแต่ละภูมิประเทศ

6.5 ประยุกต์กับแนวคิดเมืองรับน้ำ (Flood Retention City)

สำหรับพื้นที่เมืองที่ไม่สามารถทำโคกหนองนาเต็มรูปแบบ

6.6 พัฒนาระบบประเมินผลเชิงวิทยาศาสตร์

เพื่อติดตามผลประโยชน์ด้านน้ำ คาร์บอน และระบบนิเวศ


7. สรุป

โคกหนองนาโมเดลเป็นเครื่องมือสีเขียว (Green Infrastructure) ที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย สามารถลดความรุนแรงของน้ำท่วม เพิ่มความยืดหยุ่นของชุมชน และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาต่าง ๆ ชี้ชัดว่า หากมีการออกแบบที่ถูกต้องและได้รับการสนับสนุนจากรัฐ โมเดลนี้สามารถเป็น “ระบบป้องกันน้ำท่วมโดยธรรมชาติ” ที่ทรงประสิทธิภาพในระยะยาว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยเดินเกม “ดิจิทัล–เอไอ” สอดรับยุค AI Plus จีน ท่ามกลางโจทย์อธิปไตยเทคโนโลยี

รายงานวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแ...