เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงาน: "ภัทชา บัวน้อย" รายงานได้รายงานผ่านCHU NEWS ความว่า หอประชุมจุฬาฯ กว้าง แต่ไร้ที่ว่างสำหรับ ‘พระ’ มหาบัณฑิตพระจบ ป.โท แต่จุฬาฯ ห้ามเข้าพิธีฯ อ้างเหตุว่าอาจผิดธรรมเนียม ไม่เหมาะกับสมณะ
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2565 เพิ่งผ่านพ้นไปในวันที่ 5-7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา แม้จะเป็นภาพที่น่าปีติยินดีสำหรับชาวจุฬาฯ แต่ ‘พระภิกษุผู้จบการศึกษา’ นั้นกลับไม่มีสิทธิเข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรได้เหมือนนิสิตทั่วไป
ผศ.ดร. ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชา ภาษาเอเชียใต้ ได้ออกมาแสดงทัศนะผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่า “วันนี้ บัณฑิตคณะอักษรศาสตร์เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจริง อดรู้สึกสะท้อนใจ น้ำตาตกในไม่ได้ หอประชุมจุฬา กว้างก็จริง แต่ที่สำหรับพระบัณฑิตของเรา แม้แค่ที่เดียว ไม่มี ความกว้างของสถานที่ไม่ใช่ปัญหา หากแต่เป็นความกว้างของใจและความคิดมากกว่า”
โดย ผศ.ดร.ชานป์วิชช์ ระบุว่าในปีการศึกษานี้มีพระภิกษุผู้จบการศึกษาระดับมหาบัณฑิต จากสาขาภาษาเอเชียใต้ จำนวน 3 รูป โดยได้ทำบันทึกขออนุญาตเพื่อเข้าพิธีฯ แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่อนุญาตให้พระมหาบัณฑิตเข้าพิธีฯ โดยอ้างถึงธรรมเนียมปฏิบัติ และกล่าวว่าพิธีดังกล่าวเป็นเรื่องทางโลก ซึ่งขัดต่อข้อปฏิบัติทางศาสนา
สำหรับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในไทยนั้น พบว่าไม่มีการอนุญาตให้พระเข้าพิธีฯ ได้เช่นกัน หรือหากอนุญาต จะมีข้อปฏิบัติที่ต่างจากนิสิตนักศึกษาทั่วไป เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง สามารถให้เข้าพิธีฯ ได้ แต่ไม่มีการขานชื่อ หรือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จะมีการจัดพิธีฯ แยกรอบออกไปจากรอบปกติ
ผศ.ดร.ชานป์วิชช์ จึงตั้งคำถามไปยังผู้บริหาร และชวนสังคมคิดว่า เหตุใดพระภิกษุซึ่งเข้าเรียนหลักสูตรเดียวกัน และมีผลการเรียนที่ดีมาตลอดการศึกษา จึงไม่มีสิทธิเข้ารับพิธีฯ เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ได้ และคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในจุฬาฯ ต่อไป
ทั้งนี้เพจสาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความในเวลาต่อมาโดยสรุปว่า "ไม่ว่าท่านที่จบการศึกษาตามหลักสูตรจะได้เข้าร่วม หรือไม่ได้เข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรด้วยเหตุผลใดก็ตาม สาขาวิชาภาษาเอเชียใต้มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสร้างบัณฑิตให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านภารตวิทยา ภาษาบาลี สันสกฤต ฮินดี และพุทธศาสน์ศึกษา และประกอบด้วยคุณธรรมออกสู่สังคมไทย สมตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยที่ได้รับสถาปนาขึ้น เพื่อเป็นอนุสาวรีย์สมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น