เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ,ผศ.ดร. (ดวงชัย) อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารและครู โรงเรียนบ้านหอย ตำบลหัวช้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพิจารณาชุดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Home School ระดับประถมศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา โดยได้นำตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านวังอ้อ (ยอดสังข์วิทยา) อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 18 ฐานการเรียนรู้ เป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาแผนการเรียนรู้ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ครูแต่ละดับชั้นได้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 12 แผน ให้สอดรับกับสาระการเรียนรู้และบริบทความพร้อมของสถานศึกษา และกำหนดประชุมเพื่อพิจารณาสาระสำคัญร่วมกัน ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ (ออนไลน์) เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ต่อไป
พระปลัดสรวิชญ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการวิจัย เรื่อง “โคกหนองนาโมเดล : การจัดการเรียนรู้แบบบ้านเรียนระดับประถมศึกษา มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ๑. ศึกษาสภาพและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ Home School ระดับประถมศึกษา โดยใช้แนวคิดโคก หนอง นา โมเดล เป็นฐานการเรียนรู้ ๒. เพื่อสร้างชุดนวัตนกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Home School ระดับประถมศึกษา ๓. เพื่อเสนอชุดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Home School ระดับประถมศึกษา เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มเป้าหมายพื้นที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ บ้านเรียนที่มีการจดทะเบียนจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับสํานักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา จำนวน ๒ แห่ง และ เครื่อข่ายการเรียนรู้โคก หนอง นา โมเดล จำนวน ๓ แห่ง รวมเป็น ๕ แห่ง กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวข้องกับการบริหาร การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว และมีประสบการณ์ด้านการบูรณาการแนวคิด โคก หนอง นา โมเดล หรือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จํานวน ๒๐ รูป/คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่เป็นพื้นที่ทอดลองใช้แผนจัดการเรียนรู้อีก ๑ พื้นที่ โดยการเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามและแบบประเมินความเหมาะสม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และ ใช้การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประมวลและสรุปเนื้อหา สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า
๑. สภาพและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบ้านเรียนโดยใช้แนวคิดโคก หนอง นา โมเดล เป็นฐานการเรียนรู้ ยังไม่แพร่หลายมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดการศึกษาตามความพร้อมของครอบครัว ภูมิปัญญาชุมชนและทุนทางสังคมของครอบครัวที่จัดการศึกษา โดยการจัดการศึกษาจะต้องต้องมีความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้
๑.ด้านเครือข่ายที่สนับสนุนการจัดการศึกษา เช่น มีการศึกษากฎหมาย พรบ.การศึกษา กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวและการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 มีการหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการหรือขั้นตอนในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว มีการศึกษา การจัดทำหลักสูตร ทั้งในประเทศ หรือ ต่างประเทศ สำรวจความสนใจของผู้เรียนในแต่ละปีกว่าผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้อะไร รวมไปถึงการศึกษาหลักสูตรการเรียนรู้ใหม่ ๆ
๒. ด้านการสร้างและพัฒนาหลักสูตรการศึกษา เช่น มีการจัดทำหลักสูตรเฉพาะทางที่สอดคล้องมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 มีการจัดทำหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นสูงและโยงเข้ากับมาตรฐานการเรียนรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 เพื่อรองรับการวัดผลประเมินผลจากหน่วยงานต้นสังกัด
๓.ด้านสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้หรือทรัพยากรการศึกษา เช่น มีการจัดทำแผนการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการ ความสนใจและระดับของผู้เรียน มีการจัดทำแผนการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรของบ้านเรียน มีเทคนิควิธีการที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน เนื้อหา จุดประสงค์ และหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
๔.ด้านการดำเนินการหรือกระบวนการจัดการศึกษา เช่น ขั้นการเตรียมการจัดการศึกษา ประกอบด้วย ๑. การเตรียมความพร้อมเพื่อขออนุญาตจัด เช่น มีการศึกษากฎหมาย พรบ.การศึกษากฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวและการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 ๒. การยื่นแบบแสดงความประสงค์ เช่น ผู้จัดการศึกษาแสดงความประสงค์ตามแบบแจ้งความประสงค์จะขอจัดการศึกษา เสนอต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่ ผู้จัดการศึกษารับการประเมินความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในการจัดการศึกษาจากคณะกรรมการประเมินความรู้ ขั้นการวางแผนการจัดการศึกษา ประกอบด้วย มีการวิเคราะห์ตัวผู้เรียน ให้มีการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลและมีความสุขในการเรียน มีการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละรายวิชาและจุดปะสงค์ เชิงพฤติกรรมของผู้เรียน มีการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองในด้านต่างๆ เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย ขั้นดำเนินจัดการเรียนรู้ เช่น มีวิธีการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบพหุปัญญา จัดการศึกษาเฉพาะทางที่มีจุดเน้นพิเศษ เช่น กีฬา นาฏศิลป์ ปริยัติธรรม ศิลปะ ธรรมชาติ เกษตรทฤษฎี ฯลฯ ขั้นวัดผลประเมินผล เช่น มีการวัดและประเมินผล โดยใช้การสังเกตผู้เรียนอย่างใกล้ชิดและมีสัมผัสของความเป็นพ่อแม่ โดยวิธีการที่เป็นธรรมชาติ และบันทึกพัฒนาการ มีการประเมินความรู้ความเข้าใจตามเนื้อหาในบทเรียน โดยการซักถามและสรุปประเด็นต่างๆ ขั้นปรับปรุงการเรียนรู้ เช่น มีการปรับหลักสูตรการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ในทุกชั้นปีมีการนำผลการประเมินที่ครอบครัวประเมินมาวิเคราะห์และออกแบบการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ มีการนำเทคนิคการสอนจากแหล่งต่างๆ ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ งานวิจัย หนังสือเทคนิคการสอน ศาสตร์การสอน ฯลฯ มาปรับการจัดการเรียนรู้และมีการผลิตสื่อ ใบงาน การออกแบบการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น