พรรคโอกาสใหม่สู้ศึกเลือกตั้งปี 2569: จุดเด่น ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการ
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ “พรรคโอกาสใหม่” ในบริบทการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 โดยเน้นการพิจารณาจุดเด่นเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์การสื่อสารทางการเมือง และแนวทางขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการ เพื่อประเมินศักยภาพของพรรคในการเป็น “ทางเลือกใหม่” ที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ได้เชื่อมโยงแนวคิดจากงานวิจัยของ ดร.สำราญ สมพงษ์ ว่าด้วย “ทักษะปัญญาประดิษฐ์กับนักการเมืองไทย” เพื่อเสนอกรอบคิด “ประชาธิปไตยเชิงปัญญา” ซึ่งอาจเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้นำทางการเมืองในยุคดิจิทัล
1. บทนำ
การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ถูกจับตามองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนของภูมิทัศน์การเมืองไทย” ภายหลังยุคการเมืองแบบขั้วอำนาจคู่ขนานที่ดำรงอยู่ยาวนาน พรรคใหม่ ๆ ที่นำเสนอแนวคิดข้ามรุ่น (inter-generational politics) จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในนั้นคือ พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity Party) ซึ่งมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าพรรค
การประกาศแนวคิด “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 จึงถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่เน้น “การสร้างพื้นที่แห่งโอกาส” ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจและการเมืองไทย ซึ่งกำลังเผชิญทั้งความชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจดิจิทัล
2. จุดเด่นของพรรคโอกาสใหม่
2.1 ภาวะผู้นำผสานระบบราชการกับความคิดรุ่นใหม่
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ มีจุดแข็งด้าน “ความเข้าใจเชิงระบบ” จากประสบการณ์ในราชการระดับสูง และ “ความสามารถเชิงนโยบายสาธารณะ” ที่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม การค้า และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ผสมผสานกับทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ จึงก่อให้เกิด “โมเดลการเมืองผสมผสาน” (Hybrid Political Model) ระหว่างความเป็นระบบและความยืดหยุ่นทางความคิด
2.2 วิสัยทัศน์แห่ง “โอกาส”
สโลแกน “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญเชิงการตลาดทางการเมือง แต่สะท้อนวิสัยทัศน์ของพรรคที่ต้องการ “กระจายอำนาจแห่งโอกาส” ไปสู่ทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเชื่อว่าการเติบโตที่แท้จริงต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคน
2.3 นโยบายเน้น “ทำได้จริง เห็นผลจริง”
พรรคมุ่งเน้นการออกแบบนโยบายเชิงปฏิบัติการ (Action-Based Policy Design) ที่สามารถวัดผลได้ เช่น นโยบายพัฒนาแรงงานดิจิทัล นโยบายสิ่งแวดล้อมเชิงเศรษฐกิจ และโครงการสร้างรายได้ชุมชนด้วยเทคโนโลยีพื้นฐาน (Tech for Local Economy)
3. ยุทธศาสตร์ทางการเมือง
3.1 ยุทธศาสตร์การรวมพลังข้ามรุ่น (Inter-generational Coalition)
พรรคโอกาสใหม่ชูจุดขายด้าน “การรวมตัวของคนทุกเจนเนอเรชัน” โดยเน้นการใช้พลังของคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรม เพื่อสร้างเครือข่ายนโยบายแบบ “สามเหลี่ยมผสานยุค” ได้แก่
-
ภาครัฐ ที่มีประสบการณ์เชิงระบบ
-
ภาคเอกชนและสตาร์ทอัป ที่มีความคิดริเริ่ม
-
ภาคประชาชน ที่มีพลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
3.2 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่และ AI Transformation
นายจตุพรได้ชี้ว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ AI” คือโอกาสสำคัญของประเทศ แต่ไทยยังขาดนโยบายเตรียมคนและอุตสาหกรรม พรรคจึงอาจมุ่งสู่ยุทธศาสตร์ “AI เพื่อคนไทย” ที่สร้างระบบการเรียนรู้ดิจิทัลตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงภาคอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมธุรกิจเกิดใหม่ด้านเทคโนโลยีสีเขียว
3.3 ยุทธศาสตร์สื่อสารการเมืองเชิงบวก (Constructive Communication)
พรรคโอกาสใหม่ประกาศชัดว่าจะ “ไม่ติดอยู่กับความขัดแย้งทางการเมือง” แต่จะเน้นการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างความหวังและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ มีลักษณะเป็น “Positive Political Branding” ซึ่งแตกต่างจากการเมืองแบบโจมตีที่ครอบงำในปัจจุบัน
4. แผนปฏิบัติการเชิงนโยบาย
-
สร้างเครือข่าย Think Tank โอกาสใหม่
เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายจากนักวิชาการและภาคประชาชน โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจฐานราก การศึกษา และสิ่งแวดล้อม -
ผลักดันนโยบาย “AI เพื่อสังคมไทย”
ผ่านความร่วมมือกับนักวิชาการและภาคเทคโนโลยี นำแนวคิดของ ดร.สำราญ สมพงษ์ ว่าด้วย “AI พอเพียง” และ “ระบบปัญญาเมตตา (Compassionate AI)” มาประยุกต์ในนโยบายดิจิทัลระดับชาติ -
พัฒนาแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมทางการเมือง (Digital Democracy Platform)
เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเสนอแนวคิดและร่วมออกแบบนโยบายในระดับชุมชน -
จัดหลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่กับภูมิปัญญาไทย”
พัฒนานักการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่นให้เข้าใจสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับคุณธรรมทางสังคม
5. การเชื่อมโยงกับแนวคิด “ประชาธิปไตยเชิงปัญญา”
ผลงานของ ดร.สำราญ สมพงษ์ เรื่อง “การวิเคราะห์ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์กับนักการเมืองไทย โดยมีภูมิปัญญาไทยเป็นฐาน” ได้เสนอกรอบคิด “ประชาธิปไตยเชิงปัญญา (Wisdom Democracy)” ซึ่งชี้ว่า ผู้นำทางการเมืองในยุค AI ต้องมี 3 ทักษะสำคัญ ได้แก่
-
AI–Data Literacy เข้าใจเทคโนโลยีและใช้ข้อมูลอย่างมีปัญญา
-
Digital Ethical Competence มีจริยธรรมดิจิทัล เคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัว
-
การประยุกต์ภูมิปัญญาไทย เช่น ความพอเพียงและเมตตา เพื่อถ่วงดุลอำนาจทางเทคโนโลยีด้วยอำนาจทางศีลธรรม
เมื่อเชื่อมแนวคิดนี้กับยุทธศาสตร์ของพรรคโอกาสใหม่ จะเห็นว่า พรรคมีศักยภาพในการเป็นต้นแบบของ “การเมืองแห่งปัญญา” ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ยังยกระดับคุณภาพจิตใจของผู้นำและประชาชนไทยไปพร้อมกัน
6. บทสรุป
พรรคโอกาสใหม่ภายใต้การนำของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ถือเป็นพรรคที่มีจุดแข็งด้านแนวคิดเชิงระบบ นโยบายปฏิบัติได้จริง และภาพลักษณ์ของการเมืองที่สร้างสรรค์และข้ามรุ่น จุดเด่นสำคัญคือการผสาน “เทคโนโลยี–คุณธรรม–การมีส่วนร่วม” เข้าด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “ประชาธิปไตยเชิงปัญญา” ที่ ดร.สำราญ เสนอไว้
หากพรรคสามารถสื่อสารจุดยืนนี้อย่างชัดเจนและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ได้จริง “พรรคโอกาสใหม่” อาจกลายเป็นพลังการเมืองที่สำคัญในศึกเลือกตั้งปี 2569 และเป็นต้นแบบของการเมืองไทยยุคใหม่ที่ตั้งอยู่บนฐานแห่ง “โอกาส ปัญญา และความรับผิดชอบต่อสังคม”
เอกสารอ้างอิง
-
ข้อมูลจากแถลงข่าวของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568
-
สำราญ สมพงษ์. (2568). การวิเคราะห์ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับนักการเมืองไทย โดยมีภูมิปัญญาไทยเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาพุทธสันติวิธี
-
ข้อมูลจากสำนักข่าวและบทวิเคราะห์การเมืองไทย ปี 2568–2569
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น