วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

3 ทศวรรษในอาชีพสื่อสารมวลชนของ ดร.สำราญ สมพงษ์



บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์พัฒนาการทางวิชาชีพของ ดร.สำราญ สมพงษ์ นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี ซึ่งมีประสบการณ์กว่า สามทศวรรษในวงการสื่อสารมวลชนไทย โดยมุ่งศึกษาบทบาททางวิชาชีพ แนวคิดเชิงจริยธรรมทางสื่อ และการบูรณาการพุทธธรรมในงานสื่อ เพื่อสร้าง “สื่อเพื่อสันติ” และ “การสื่อสารเชิงปัญญา” อันเป็นแนวทางใหม่ของวงการสื่อสารมวลชนร่วมสมัย ผลการวิเคราะห์พบว่า เส้นทางของ ดร.สำราญ แบ่งได้เป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะสื่อภาคสนามและสื่อสารเพื่อสังคม (พ.ศ. 2538–2548) ระยะสร้างสำนักข่าวและเครือข่ายสื่ออิสระ (พ.ศ. 2549–2560) และระยะบูรณาการพุทธสันติวิธีกับการสื่อสารเพื่อสังคม (พ.ศ. 2561–ปัจจุบัน) ซึ่งทั้งหมดสะท้อนอุดมการณ์สื่อที่มุ่งเน้น “ความจริง ความดี และความงาม” ผ่านกระบวนการสื่อสารที่มีสติและปัญญาเป็นแกนกลาง


1. บทนำ

อาชีพสื่อสารมวลชนในศตวรรษที่ 21 ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การสื่อสารออนไลน์ และพฤติกรรมผู้รับสารที่หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้น ยังคงมีนักวิชาชีพที่ยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจรรยาบรรณของสื่อ โดยมุ่งใช้ “พลังการสื่อสาร” เพื่อยกระดับสังคม
หนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นและต่อเนื่องยาวนาน คือ ดร.สำราญ สมพงษ์ ผู้ซึ่งทำงานในวงการสื่อสารมวลชนมากว่า สามทศวรรษ ทั้งในฐานะนักข่าว นักเขียน บรรณาธิการ นักสื่อสารเพื่อสังคม และต่อมาได้พัฒนาแนวทาง “พุทธสันติวิธี” เป็นรากฐานของการสื่อสารเชิงสันติ (Peace Communication)

ดร.สำราญ มีภูมิหลังทางวิชาชีพที่ผสมผสานทั้งด้านสื่อสารมวลชน การศึกษา และพุทธจิตวิทยา ทำให้แนวทางการสื่อสารของท่านมีเอกลักษณ์ คือ “สื่อที่มีสติ” (Mindful Media) และ “สื่อเพื่อการตื่นรู้” (Awakening Media) ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลกยุคใหม่ที่เรียกร้องให้สื่อมีบทบาทในการสร้างสันติภาพ ความเข้าใจ และความยั่งยืนทางสังคม


2. พัฒนาการในสามทศวรรษแห่งการสื่อสาร

2.1 ระยะที่ 1 : สื่อภาคสนามและสื่อสารเพื่อสังคม (พ.ศ. 2538–2548)

ในช่วงต้นของอาชีพ ดร.สำราญ เริ่มจากการเป็นผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการในสื่อระดับภูมิภาคและส่วนกลาง เช่น หนังสือพิมพ์รายวันและนิตยสารแนววิเคราะห์ โดยเน้นการรายงานเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม ท่านได้พัฒนา “ภาษาข่าวเชิงสร้างสรรค์” (Constructive Journalism Language) ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอข่าวที่กระตุ้นการคิด ไม่สร้างความแตกแยก และให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนในท้องถิ่น

2.2 ระยะที่ 2 : สร้างสำนักข่าวและเครือข่ายสื่ออิสระ (พ.ศ. 2549–2560)

ในระยะนี้ ดร.สำราญขยายบทบาทจากสื่อบุคคลสู่การเป็น “ผู้นำเชิงนโยบายด้านสื่อ” โดยร่วมจัดตั้งเครือข่ายสื่ออิสระและสำนักข่าวออนไลน์ เพื่อเป็นพื้นที่ให้กับเยาวชนและนักสื่อสารท้องถิ่นได้ฝึกฝนและเผยแพร่ผลงาน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านของสื่อกระแสหลักสู่สื่อดิจิทัล ท่านได้ผลักดันแนวคิด “พลเมืองนักสื่อสาร” (Citizen Journalism) เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยทางข้อมูลข่าวสาร

2.3 ระยะที่ 3 : บูรณาการพุทธสันติวิธีกับสื่อเพื่อสังคม (พ.ศ. 2561–ปัจจุบัน)

ระยะนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพสื่อของ ดร.สำราญ ซึ่งหันมาวิจัยและเผยแพร่แนวคิด “พุทธสันติวิธี” (Buddhist Peace Methodology) และ “เศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมแบบพุทธ” โดยบูรณาการหลัก อริยสัจ 4, ปฏิจจสมุปบาท, และ มัชฌิมาปฏิปทา เข้ากับกระบวนการสื่อสาร ท่านเสนอว่าสื่อควรทำหน้าที่เป็น “เวทีแห่งสติปัญญาสาธารณะ” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือส่งข่าวสาร

ในช่วงนี้ ดร.สำราญยังได้เผยแพร่ผลงานในรูปแบบบทความทางวิชาการและหนังสือด้าน “พุทธเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม” และ “พุทธสันติวิธีในยุค AI” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากประสบการณ์ในสื่อมวลชนสู่การวิเคราะห์เชิงทฤษฎีอย่างลึกซึ้ง


3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมในงานสื่อสาร

ดร.สำราญ ได้นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาประยุกต์กับงานสื่อในหลายระดับ ดังนี้

หลักธรรมการประยุกต์ในงานสื่อผลเชิงสังคม
สติ (Mindfulness)ใช้สติในการกลั่นกรองข่าวสาร ป้องกันการสร้างอคติข่าวมีความเที่ยงธรรม ไม่เร่งเร้าอารมณ์
สัมมาวาจาเน้นการใช้ถ้อยคำที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเสริมสร้างวัฒนธรรมสื่อสันติ
อริยสัจ 4วิเคราะห์ปัญหาสังคมผ่านกระบวนการ “รู้ทุกข์–ละสมุทัย–เจริญมรรค”ทำให้ข่าวกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน
อิทัปปัจจยตามองเหตุปัจจัยของข่าวอย่างรอบด้านส่งเสริมการคิดเชิงระบบในวงการสื่อ
มัชฌิมาปฏิปทารักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพกับความรับผิดชอบพัฒนาสื่อที่ยั่งยืนและมีจริยธรรม

4. บทบาทของดร.สำราญในฐานะนักวิชาการอิสระ

ในฐานะ นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี ดร.สำราญ เป็นตัวอย่างของนักสื่อที่เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นนักคิดและนักพัฒนาองค์ความรู้ ท่านได้บูรณาการความรู้จากสื่อสารมวลชน สังคมศาสตร์ และพุทธธรรม สู่กรอบทฤษฎีใหม่ เช่น

  • “พุทธสื่อสารศาสตร์” (Buddhist Communication Studies)

  • “พุทธเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม” (Behavioral Buddhist Economics)

  • “สื่อสันติวิธีในยุค AI” (AI-Based Peace Communication)

กรอบแนวคิดเหล่านี้แสดงถึงพัฒนาการทางวิชาการที่ยึดฐานปฏิบัติจริง (Praxis-Based Knowledge) และมุ่งสู่สังคมที่ “เข้าใจมากกว่าตัดสิน” ซึ่งเป็นหัวใจของพุทธสันติวิธี


5. สรุปและข้อเสนอเชิงวิชาการ

สามทศวรรษแห่งการทำงานของ ดร.สำราญ สมพงษ์ แสดงให้เห็นถึงการเดินทางของ “นักสื่อสารจากภาคสนามสู่ภาคปัญญา” จากผู้รายงานข่าวสู่ผู้สร้างทฤษฎีทางสื่อและสันติวิธี ผลงานของท่านชี้ให้เห็นว่า การสื่อสารมวลชนในศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องยกระดับจาก “การส่งข้อมูล” ไปสู่ “การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน”
ดร.สำราญ จึงเป็นตัวอย่างของสื่อในอุดมคติ ที่ผสาน ปัญญา วิทยาศาสตร์ และธรรมะ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสังคมที่มีสติและสันติอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายหาเสียง ผ่านกระจก Elon Musk บนเวทีดาวอส

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายพรรคการเมืองไทยบนคลื่น Agentic AI และระเบียบโลกใหม่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไท...