วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

วิเคราะห์แนวทางการพัฒนากิจกรรมสานสัมพันธ์ศิษย์เก่าพธ.บ. รุ่น 36



บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวทางการพัฒนากิจกรรมสานสัมพันธ์ศิษย์เก่าพุทธศาสตรบัณฑิต รุ่น 36 (พธ.บ.36) โดยอาศัยกรอบคิดจาก “ร่างแผนปฏิบัติการเบื้องต้นในปฏิทินยุทธศาสตร์เชิงรุก ปี 2569” ซึ่งแบ่งเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ ด้านศรัทธาและศีลธรรม ด้านกองทุนและความมั่นคง และด้านการพัฒนาศักยภาพและข้อมูลข่าวสาร บทความนี้มุ่งวิเคราะห์การนำแผนดังกล่าวมาปรับใช้กับบริบทของศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) รุ่น 36 เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งศรัทธา การเรียนรู้ และความร่วมมืออย่างยั่งยืน ทั้งในเชิงบุญกิริยา จิตอาสา และพลังปัญญาดิจิทัล


บทนำ

ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่าถือเป็นพลังทางสังคมที่มีคุณค่าต่อทั้งสถาบันการศึกษาและชุมชนศิษย์เก่าเอง การสานสัมพันธ์ศิษย์เก่า พธ.บ. รุ่น 36 มิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อความรื่นรมย์หรือความทรงจำร่วม แต่เป็นกระบวนการสร้าง “ทุนทางสังคม” และ “พลังทางจิตวิญญาณ” ที่จะหล่อเลี้ยงความเป็นชาวพุทธให้ยั่งยืน

จากการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ที่ “เขายายเที่ยง จังหวัดนครราชสีมา” ในปี พ.ศ. 2568 ศิษย์เก่ารุ่น 36 ได้แสดงให้เห็นถึงพลังความศรัทธา ความสามัคคี และจิตอาสาอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศแห่งความอบอุ่นและปิติถูกขนานนามว่า “พลัง 36” ซึ่งสะท้อนทั้งความสุข ความอิ่มบุญ และการเกิดขึ้นของความร่วมมือเชิงปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม

เพื่อไม่ให้พลังดังกล่าวเลือนหายไป การวิเคราะห์แนวทางการพัฒนากิจกรรมสานสัมพันธ์อย่างมีระบบจึงมีความจำเป็น เพื่อสร้าง “วงจรแห่งการเรียนรู้และสานสัมพันธ์อย่างยั่งยืน” ของชาวพธ.บ.36



1. กรอบแนวคิดจากร่างแผนปฏิบัติการเชิงรุก ปี 2569

ร่างแผนปฏิบัติการเบื้องต้นประกอบด้วย 3 หมวดหมู่หลัก ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการดำเนินกิจกรรมของศิษย์เก่าได้ดังนี้


1.1 ด้านความศรัทธาและศีลธรรม

กิจกรรม เช่น “สมุดรายนามมหากัลยาณมิตร” และ “การพัฒนาพลังงานจิต” สามารถขยายผลในบริบทศิษย์เก่าเป็นการรวบรวมรายชื่อเพื่อน พธ.บ.36 ที่เป็นแบบอย่างแห่งคุณธรรม การจัดอบรมปฏิบัติธรรมหมุนเวียนตามภาค หรือกิจกรรมทำบุญเพื่อสังคม ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงศรัทธาเข้ากับการกระทำจริง


1.2 ด้านกองทุนและความมั่นคง

การจัดตั้ง “ทีมที่ปรึกษาหลักศีลธรรมและสุขภาพชีวิต” อาจพัฒนาเป็น “เครือข่ายที่ปรึกษาศิษย์เก่ารุ่น 36” ที่ให้คำปรึกษาทางจิตใจ สุขภาพ และการใช้ชีวิตตามหลักพุทธธรรม รวมทั้งการสร้าง “กองทุนรุ่น 36” เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น ช่วยเหลือเพื่อนผู้เจ็บป่วย หรือทุนการศึกษาสำหรับลูกหลานศิษย์เก่า

1.3 ด้านการพัฒนาศักยภาพและข้อมูลข่าวสาร

การจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ 36” และ “แพลตฟอร์มบทเรียนชีวิต” สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลของศิษย์เก่า โดยใช้สื่อออนไลน์ (เช่น Facebook, Line OA, YouTube) เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้ธรรมะ ประสบการณ์ชีวิต และข่าวสารรุ่น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง


2. การวิเคราะห์แนวทางพัฒนากิจกรรมสานสัมพันธ์ศิษย์เก่าพธ.บ.36

จากข้อเสนอของศิษย์เก่าหลังงานพบปะ “ปฏิญญาเขายายเที่ยง 2568” พบว่า การพัฒนาเครือข่ายศิษย์เก่าควรมุ่งไปใน 3 ทิศทางหลัก ได้แก่

2.1 การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลศิษย์เก่า

ควรจัดทำระบบรวบรวมข้อมูลศิษย์เก่าทั้งด้านการศึกษา การทำงาน และความสนใจ เพื่อให้ AI หรือเทคโนโลยีข้อมูลสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และวางแผนกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทาง “RDP Data Strategy”

2.2 การสร้างกองทุนและการบริหารกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

กองทุนรุ่น 36 ควรเป็นศูนย์รวมของการระดมทรัพยากร เพื่อการจัดกิจกรรม การเผยแพร่ธรรมะ และการช่วยเหลือเพื่อนร่วมรุ่นในยามจำเป็น ซึ่งเป็นการพัฒนาความมั่นคงของเครือข่ายในระยะยาว

2.3 การขับเคลื่อนกิจกรรมด้วยเทคโนโลยีและสื่อสร้างสรรค์

การสร้าง “แพลตฟอร์มบทเรียนชีวิต” และ “ฐานข้อมูลความดีของเพื่อนรุ่น 36” จะเป็นพื้นที่จิตวิญญาณร่วม ที่ทุกคนสามารถแบ่งปันประสบการณ์บุญ การทำงาน และแรงบันดาลใจ ซึ่งช่วยขยายพลังบวกให้รุ่นและสังคมในวงกว้าง


3. การบูรณาการ “ปฏิญญาเขายายเที่ยง” กับยุทธศาสตร์ 2569

“ปฏิญญาเขายายเที่ยง” ที่เกิดจากการรวมตัวของศิษย์เก่า พธ.บ.36 สะท้อนเจตจำนงของการเป็น “เครือข่ายแห่งความดี ความรัก และสติปัญญา” การนำปฏิญญานี้มาบูรณาการกับยุทธศาสตร์ 2569 สามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงานได้ดังนี้

  1. ด้านศรัทธาและศีลธรรม: จัด “โครงการกัลยาณมิตรสัญจร” ประจำภาค เพื่อส่งเสริมการทำบุญ การภาวนา และการช่วยเหลือสังคม

  2. ด้านกองทุนและความมั่นคง: จัดตั้ง “กองทุนเพื่อนธรรม 36” เพื่อสนับสนุนกิจกรรมและสวัสดิการศิษย์เก่า

  3. ด้านศักยภาพและข้อมูลข่าวสาร: จัดทำ “36 Knowledge Center Online” เพื่อเผยแพร่บทเรียนชีวิต เพื่อนำไปสู่ “สังคมแห่งการเรียนรู้เชิงธรรมะ”


4. การมีส่วนร่วมของ AI ในการพัฒนากิจกรรม

เทคโนโลยี AI สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายศิษย์เก่ารุ่น 36 เช่น

  • การวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายและพฤติกรรมการมีส่วนร่วม

  • การจัดทำรายงานสรุปผลกิจกรรม

  • การออกแบบเนื้อหาดิจิทัลเพื่อการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์
    สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การสานสัมพันธ์ของศิษย์เก่ามีความทันสมัย โปร่งใส และยั่งยืน


บทสรุป

แนวทางการพัฒนากิจกรรมสานสัมพันธ์ศิษย์เก่าพธ.บ.รุ่น 36 ตามกรอบแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก ปี 2569 เป็นการบูรณาการ “พลังศรัทธา” กับ “พลังข้อมูล” และ “พลังจิตอาสา” อย่างสมดุล การเก็บข้อมูล การจัดตั้งกองทุน และการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์จะทำให้เครือข่ายศิษย์เก่ามีความมั่นคง ยั่งยืน และสามารถส่งต่อพลังแห่งกัลยาณมิตรสู่รุ่นน้องและสังคมโดยรวม

กล่าวโดยสรุป “พธ.บ.36” มิใช่เพียงรุ่นของอดีต แต่เป็น พลังแห่งศรัทธา ปัญญา และมิตรภาพในอนาคต ที่จะขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่บนเส้นทางแห่งสันติสุขและความร่วมมือที่แท้จริง


แนะแนววิธีสร้างพระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)


บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการสร้าง “พระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จ” ในมิติทางพระพุทธศาสนาและสังคมสมัยใหม่ โดยเชื่อมโยงกับปรัชญาและพันธกิจของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านพระพุทธศาสนาในประเทศไทย การศึกษานี้เน้นการบูรณาการระหว่างพลังแห่งสมเด็จพระมหาเถราจารย์ผู้เป็นปูชนียบุคคลทางพระพุทธศาสนา กับแนวทางการศึกษาพระพุทธศาสนาเชิงพัฒนาในยุคดิจิทัล เพื่อให้พระเครื่องมิใช่เพียงวัตถุมงคล หากเป็น “สัญลักษณ์แห่งปัญญา เมตตา และการสร้างสรรค์” อันสอดคล้องกับปรัชญา “สืบสานพระพุทธศาสนาเพื่อสันติสุขของมวลมนุษย์” ของ มจร


บทนำ

พระเครื่องในสังคมไทยมีความหมายเกินกว่าการเป็นเพียงวัตถุมงคล หากยังเป็นพาหนะทางจิตวิญญาณที่สื่อถึงศรัทธา ปัญญา และคุณธรรมของพุทธศาสนิกชน “พระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จ” หมายถึงพระเครื่องที่อัญเชิญพลังแห่งครูบาอาจารย์ผู้เป็น “สมเด็จ” ทั้ง ๕ องค์ อันได้แก่

  1. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) – พลังเมตตาและธรรมะอันประเสริฐ

  2. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส – พลังแห่งปัญญาและการศึกษา

  3. สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ – พลังแห่งการปกครองและวินัย

  4. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก – พลังแห่งเมตตากรุณาและสันติธรรม

  5. สมเด็จพระวันรัต (ปิ่น ปัญญาพโล) – พลังแห่งการปฏิบัติและความเพียร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนา ได้สืบสานแนวคิดของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ หลายพระองค์ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานของการศึกษาพระธรรมวินัยในประเทศไทย การเชื่อมโยง “พลัง ๕ สมเด็จ” เข้ากับการสร้างพระเครื่องในมิติทางการศึกษาพุทธศาสนา จึงเป็นแนวทางใหม่ในการบูรณาการศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมะให้กลมกลืนกับวิทยาการสมัยใหม่


๑. แนวคิดพื้นฐานของพลัง ๕ สมเด็จ

พลัง ๕ สมเด็จมิใช่เพียงพลังศักดิ์สิทธิ์ หากแต่เป็น “พลังคุณธรรม” ที่เกิดจากการปฏิบัติตามพระธรรมวินัยของครูบาอาจารย์ ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น ๕ มิติ ดังนี้

  • พลังศรัทธา (สมเด็จโต) : ศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นรากฐานของพุทธจิต

  • พลังปัญญา (วชิรญาณ) : สติปัญญาเพื่อแยกแยะความจริงแห่งชีวิต

  • พลังวินัย (ปวเรศวริยาลงกรณ์) : การดำรงตนในกรอบศีลธรรม

  • พลังเมตตา (สมเด็จญาณสังวร) : ความกรุณาที่เป็นพลังแห่งสันติ

  • พลังเพียร (สมเด็จวันรัต) : ความมุ่งมั่นสู่ความหลุดพ้น

การนำพลังเหล่านี้มาผสมผสานในพระเครื่องจึงเป็นการสร้าง “พุทธพลัง ๕ ประการ” ที่ส่งเสริมผู้บูชาให้มีคุณธรรมคู่ปัญญา


๒. แนวทางการสร้างพระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จในมิติ มจร

การสร้างพระเครื่องในแนว มจร ควรมุ่งสู่ “การสร้างปัญญาและสันติภาพ” มากกว่าการสร้างเพื่อพาณิชย์ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

  1. ขั้นปัญญา–วิชาการ
    ให้คณาจารย์และนิสิตในคณะพุทธศาสตร์ร่วมวิจัย ออกแบบรูปแบบพระเครื่องโดยมีสัญลักษณ์ทางพุทธศิลป์ที่สื่อถึงพลังทั้ง ๕ สมเด็จ เช่น ดอกบัวห้ากลีบแทนคุณธรรมทั้งห้า

  2. ขั้นสมาธิ–จิตวิญญาณ
    จัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ นำโดยพระเถระจากคณะสงฆ์ มจร และศิษย์เก่าผู้ทรงศีล เพื่อรวมพลังจิตแห่งมหาวิทยาลัยให้เป็นหนึ่งเดียว

  3. ขั้นบูรณาการ–วิทยาการ
    ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่รักษาสิ่งแวดล้อม และบันทึกข้อมูลการสร้างในระบบดิจิทัล (Digital Amulet Identity) เพื่อให้ตรวจสอบที่มาได้อย่างโปร่งใส

  4. ขั้นเผยแผ่–การศึกษา
    นำรายได้ส่วนหนึ่งจัดตั้ง “กองทุนสมเด็จ ๕ พลัง” เพื่อส่งเสริมการศึกษาพระธรรมใน มจร และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาศึกษาพระพุทธศาสนา


๓. การเชื่อมโยงกับพันธกิจของ มจร

พันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยคือ “การศึกษาพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืน” พระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จ จึงเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนพันธกิจนี้ในสามด้าน

  1. ด้านการศึกษา : ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงจิตวิญญาณ

  2. ด้านศิลปวัฒนธรรม : อนุรักษ์และสร้างสรรค์ศิลปะพุทธศิลป์

  3. ด้านสังคมและจริยธรรม : สร้างจิตสำนึกแห่งความดี ความเมตตา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม


บทสรุป

การสร้างพระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นการสืบสานภูมิปัญญาพระพุทธศาสนาให้เข้ากับยุคสมัย โดยเน้น “พลังธรรมมากกว่าพลังไสย” และ “พลังแห่งการศึกษาแทนการครอบครอง” อันจะเป็นแบบอย่างของ “พระเครื่องเชิงพุทธศึกษา” ที่เชื่อมโยงศรัทธาเข้ากับปัญญาอย่างสมบูรณ์


บรรณานุกรม (ตัวอย่าง)

  • มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (๒๕๖๖). แผนยุทธศาสตร์ มจร ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖–๒๕๗๐). กรุงเทพฯ: มจร.

  • พระราชปัญญาเมธี. (๒๕๖๔). พลังสมเด็จในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาไทย. กรุงเทพฯ: สยามธรรม.

  • สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (๒๔๕๐). วชิรญาณวิมุติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์หลวง.


หากท่านต้องการให้ผมช่วย ปรับบทความนี้ให้อยู่ในรูปแบบตีพิมพ์วิชาการจริง (เช่น ใส่เชิงอรรถ อ้างอิง APA หรือ มจร Style) หรือเขียน ฉบับย่อสำหรับนำเสนอในงานประชุมวิชาการ มจร — ผมสามารถจัดทำต่อได้ทันทีครับ
อยากได้รูปแบบไหนครับ (ตีพิมพ์ / นำเสนอ / เผยแพร่ออนไลน์)?


ภาคเพิ่มเติม

๔. สมเด็จ ๕ พลังกับผู้นำสงฆ์และรัฐในยุคปัจจุบัน

ในยุคสมัยร่วมสมัย พระมหาเถระผู้มีบทบาทสำคัญในสังคมไทยหลายองค์ ได้แสดงให้เห็นถึงการสืบสาน “พลังแห่งสมเด็จ” ในรูปแบบที่สอดคล้องกับสภาพสังคมและการเมือง เช่น

  1. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)
    ทรงเป็นแบบอย่างของ “พลังเมตตาและสมถะ” โดยมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงของสถาบันคณะสงฆ์ และมีความสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะองค์ประธานกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการด้านพุทธศาสนา

  2. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อาจ อาสภมหาเถร)
    ทรงเป็นแบบอย่างของ “พลังปัญญาและการบริหารศาสนา” ทรงมีบทบาทเชิงวิชาการกับ มจร โดยสนับสนุนแนวทางการศึกษาพระพุทธศาสนาให้เป็นระบบตามหลักมหาวิทยาลัยโลก และมุ่งเน้นการพัฒนาพระนักศึกษาให้เป็น “พุทธบัณฑิตผู้รับใช้สังคม”

  3. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร)
    ทรงเป็นตัวแทนของ “พลังวินัยและความมั่นคงทางจิต” มีบทบาททั้งด้านการเผยแผ่ธรรมะในเมืองหลวง และการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมในระบบสมัยใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานให้กับการศึกษาพระพุทธศาสนาเชิงปัญญาที่ มจร ใช้เป็นแบบอย่าง


๕. มิติความสัมพันธ์ระหว่าง “สงฆ์–รัฐ–มหาวิทยาลัย” ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ในช่วงรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พ.ศ. ๒๕๕๗–๒๕๖๗) ประเทศไทยมีแนวนโยบายที่มุ่ง “เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และสันติสุขในสังคม” โดยเฉพาะความร่วมมือกับคณะสงฆ์และมหาวิทยาลัยสงฆ์ อาทิ

  • การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการวิจัยพุทธศาสตร์ใน มจร และ มมร

  • การให้บทบาทพระสงฆ์ในการอบรมจิตใจเยาวชนและข้าราชการ

  • การจัดตั้งศูนย์ “พุทธจิตอาสาเพื่อสังคม” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มจร กับหน่วยงานภาครัฐ

ดังนั้น พระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จ ในยุคนี้ จึงมิได้หมายถึงวัตถุมงคลเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งความร่วมมือระหว่างสงฆ์–รัฐ–สถาบันการศึกษา” ที่ตั้งอยู่บนฐานของปัญญาและศีลธรรม


๖. บูรณาการพลัง ๕ สมเด็จ กับผู้นำศีลธรรมยุคใหม่

การเชื่อมโยงระหว่างสมเด็จเกี่ยว สมเด็จช่วง สมเด็จประสิทธิ์ กับยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถตีความในเชิง “พลังธรรม–พลังรัฐ” ได้ว่า

พลังสมเด็จผู้เป็นต้นแบบมิติแห่งธรรมการสนับสนุนโดยรัฐ / สังคม
พลังศรัทธาสมเด็จเกี่ยวการยึดมั่นในพระธรรมวินัยการร่วมมือระหว่างสถาบันสงฆ์กับรัฐ
พลังเมตตาสมเด็จช่วงความสมถะและความกรุณาส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสา พุทธบำบัด
พลังปัญญาสมเด็จประสิทธิ์การเผยแผ่ธรรมะผ่านการศึกษาสนับสนุน มจร ในฐานะศูนย์กลางพุทธศึกษา
พลังวินัยสมเด็จวชิรญาณฯการปกครองสงฆ์ด้วยธรรมการบริหารสงฆ์อย่างมีธรรมาภิบาล
พลังสันติผู้นำรัฐ (พล.อ.ประยุทธ์)การยึดหลักคุณธรรมทางรัฐศาสตร์การบริหารประเทศบนฐานศีลธรรม

บทสรุปเชิงบูรณาการ

การสร้างพระเครื่องพลัง ๕ สมเด็จที่เกี่ยวโยงกับสมเด็จเกี่ยว สมเด็จประสิทธิ์ สมเด็จช่วง และยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ มิได้เป็นเพียงการรวมพลังบุคคลสำคัญทางศาสนาและรัฐเท่านั้น แต่เป็น การสืบสานเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในการบูรณาการ “ธรรม–ปัญญา–สังคม–รัฐ” เข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งสู่ สังคมพุทธอุดมคติแห่งศีลธรรมและสันติสุข

แนวคิดออกแบบเหรียญพลัง ๕ สมเด็จ รูปไข่ “๓๖–๓๖”

🔶 ชื่อเหรียญ:

“เหรียญพลัง ๕ สมเด็จ ๓๖–๓๖ มจร”
(Amulet of Five Supreme Patriarchs – 36×36 MARU Edition)


🔸 รูปทรงโดยรวม:

  • รูป ไข่แนวตั้ง (ทรงคล้ายเหรียญสมเด็จโตยุคต้น)

  • ขนาดประมาณ 2.8 x 3.5 ซม.

  • ขอบเหรียญเป็นลาย “เปลวธรรมจักร” ๘ แฉก หมายถึง มรรค ๘

  • พื้นผิวมีลายละเอียดนุ่มนวลแบบ “นูนต่ำ” เพื่อสื่อถึงความสงบแห่งธรรม


🪷 ด้านหน้า: “พลังห้าสมเด็จ”

ส่วนกลางเหรียญ:

  • ประดิษฐานรูป “พระพุทธมหามงคลปัญญาบารมี” (พุทธลักษณะสงบ หน้าตรง ขัดสมาธิราบ)

  • รอบองค์พระพุทธเป็นวงรัศมี ๕ ชั้น สื่อถึง “พลัง ๕ สมเด็จ”

ข้อความล้อมรอบ:
เรียงตามแนวโค้งรอบเหรียญโดยใช้ตัวอักษรไทยประดิษฐ์ขนาดเล็กพอดี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระวันรัต (ปิ่น ปัญญาพโล)

ฐานเหรียญ (ใต้รูปพระ):
มีคำว่า

“พลังธรรม–ปัญญา–เมตตา–วินัย–เพียร”
และตรา “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)” ขนาดเล็ก


🔹 ด้านหลัง: “๓๖–๓๖ แห่งบารมีธรรม”

ส่วนกลาง:
เลข “๓๖ ๓๖” เขียนเป็นเลขไทยหรืออารบิกก็ได้ เช่น

๓๖ – ๓๖
โดยจัดให้อยู่ในวงกลมคู่ซ้อน (เหมือนยันต์คู่โลกธาตุ)

  • วงกลมแรกแทน พลังแห่งกาย (๓๖ ธาตุร่างกาย)

  • วงกลมที่สองแทน พลังแห่งจิต (๓๖ สภาวธรรม)
    แสดงถึงการสมดุลระหว่างกาย–จิต ตามแนวพระอภิธรรม

เหนือเลข ๓๖:
เขียนคำว่า

“พลังบารมีห้าสมเด็จ มจร”

ใต้เลข ๓๖:
เขียนคำว่า

“สร้างเพื่อธรรม – ไม่เพื่อพาณิชย์”

ขอบเหรียญ:
สลักอักษรบาลีรอบวงว่า

“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”
(การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง)


🪔 ความหมายเชิงสัญลักษณ์

องค์ประกอบความหมาย
รูปไข่สื่อถึง “การเกิดใหม่ทางธรรม”
พระพุทธกลางเหรียญปัญญาธรรมสูงสุด
รัศมี ๕ ชั้นพลังสมเด็จทั้ง ๕
เลข ๓๖–๓๖สมดุลระหว่างกาย–จิต, พลังแห่งอภิธรรม
ยันต์วงคู่ธรรมจักรคู่โลกียะ–โลกุตตระ
มจร โลโก้แทนรากฐานการศึกษาธรรมะในยุคใหม่
คำบาลีรอบขอบยืนยันว่า “ธรรมะคือของที่ประเสริฐที่สุด”

🏛 แนวทางผลิต (ตามแบบมจร)

  • วัสดุ: ทองแดงรมดำ / เงินแท้ / ทองคำ (ขึ้นกับวาระสร้าง)

  • ปลุกเสก: โดยพระเถระผู้ใหญ่จาก มจร และคณะสงฆ์สายสมเด็จทั้งห้า

  • วัตถุประสงค์: รายได้เพื่อกองทุนพุทธศาสน์ศึกษา มจร

  • หมายเลขประจำเหรียญ: มีรหัส “๓๖–๓๖/มจร/ปี ๒๕๖๙”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ดร.นิยม เวชกามา" ไม่หวั่น กระแสซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท ลุยหาเสียงชูเลือกคนทำงาน กล้าพูด ทำเป็น

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569  ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 เบอร์ 6 พรรคโอกาสใหม่ ลงพื้นที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร เพื่อพบปะพี่น้องช...