ดร.สำราญ สมพงษ์ ร่วม AI วิเคราะห์แนวทาง “4 สมณะ” แนะคณะสงฆ์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีสมณสำนึก
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 — ดร.สำราญ สมพงษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี ได้ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการวิเคราะห์แนวทาง “4 สมณะ” เพื่อเสนอแนวคิดให้คณะสงฆ์ไทยใช้เทคโนโลยีอย่างมีสมณสำนึก และเผยแผ่ธรรมะอย่างถูกธรรมวินัยในยุคดิจิทัล
การวิเคราะห์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอกรอบแนวทาง “พุทธ–ดิจิทัลโมเดล (Buddhist–Digital Integration)” ที่ผสานหลักธรรมะกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยใช้หลัก “4 สมณะ” ซึ่งพระธรรมวชิรเมธีได้แสดงไว้ ได้แก่ สมณสัญญา สมณสารูป สมณภาวะ และสมณธรรม อันเป็นกรอบคุณธรรมสำหรับการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาในยุค AI
พระพุทธศาสนาในยุค AI: จากสมณสัญญาสู่สมณธรรม
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารได้จัดโครงการอบรม “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI)”
โดยมีพระธรรมวชิรเมธีเป็นประธานเปิดโครงการ ท่านได้เตือนสติพระสงฆ์ผู้ใช้เทคโนโลยีให้มี “ความสำเหนียกในความเป็นสมณะ” และเสนอหลัก “4 สมณะ” เพื่อใช้เป็นแนวทางจริยธรรมในการใช้ AI เพื่อเผยแผ่พระธรรมอย่างมีสติและสมณภาวะ
พระธรรมวชิรเมธีชี้ว่า พระสงฆ์ควรใช้เทคโนโลยีด้วยสติและโยนิโสมนสิการ มิใช่เพื่อความบันเทิงหรือผลประโยชน์ส่วนตน แต่เพื่อยกระดับการสื่อธรรมะให้เข้าถึงประชาชนอย่างกว้างขวางและถูกต้องตามธรรมวินัย
4 สมณะ: เข็มทิศแห่งการใช้ AI อย่างมีธรรม
-
สมณสัญญา (Samaṇa-Saññā)
คือความสำนึกในความเป็นสมณะ การใช้ AI ต้องอยู่ในขอบเขตแห่งวินัย ไม่สร้างเนื้อหาที่บั่นทอนศรัทธาในพระศาสนา -
สมณสารูป (Samaṇa-Sārūpa)
การสำรวมกายวาจา แม้ในโลกออนไลน์ พระสงฆ์ควรงดเว้นการใช้สื่อที่ไม่เหมาะสมกับสมณวิสัย -
สมณภาวะ (Samaṇa-Bhāva)
ภาวะจิตแห่งความเป็นบรรพชิต ต้องมีสติและโยนิโสมนสิการในการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีเพื่อการเผยแผ่ธรรมะ -
สมณธรรม (Samaṇa-Dhamma)
ฐานธรรมคือศีล สมาธิ ปัญญา ต้องเป็นรากฐานของการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกธรรม
หลักทั้งสี่นี้เปรียบเสมือน “เข็มทิศจิตวิญญาณ” ของคณะสงฆ์ เพื่อใช้ AI อย่างมีศีลธรรมและปัญญา
พุทธ–ดิจิทัลโมเดล: บูรณาการธรรมะกับเทคโนโลยี
บทวิเคราะห์ของ ดร.สำราญ และ AI ใช้กรอบแนวคิด 3 ประการในการอธิบาย ได้แก่
-
พุทธปรัชญาเชิงพัฒนา – ใช้หลักโยนิโสมนสิการและสัปปุริสธรรม 7 เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีเกิดจากปัญญา
-
เทคโนโลยีเพื่อสังคม (Technology for Social Empowerment) – ใช้ AI เพื่อเผยแผ่ธรรมะ เช่น ระบบสังเคราะห์เสียงเทศน์ หรือฐานข้อมูลคัมภีร์ดิจิทัล
-
การบริหารเชิงสมรรถนะ (Competency-Based Development) – มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรสงฆ์ให้มีทั้งความรู้และคุณธรรม
ยุทธวิธี 4 ด้านในการพัฒนาศูนย์พระปริยัตินิเทศก์
-
การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning) – พระสอนพระ ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี
-
การบูรณาการ AI กับภารกิจสงฆ์ (AI–Mission Integration) – ใช้ AI สร้างสื่อธรรมะและจัดการข้อมูลกิจกรรมสงฆ์
-
การเสริมสมรรถนะดิจิทัล (Digital Literacy) – จัดอบรมการใช้ฐานข้อมูลกลาง เว็บไซต์กลางคณะสงฆ์
-
การสร้างเครือข่ายนิเทศสงฆ์ดิจิทัล (Digital Buddhist Network) – สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลพระนิเทศก์ทั่วประเทศ
ผลการอบรมพบว่า พระนิเทศก์มีทักษะด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 85 และสามารถสร้างสื่อธรรมะออนไลน์ได้ด้วยตนเอง
เสียงเตือนจากพระธรรมวชิรเมธีและพระพยอม กัลยาโณ
พระธรรมวชิรเมธีเน้นว่า “AI จะเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อพระมีสมณสัญญา”
ขณะที่พระพยอม กัลยาโณ เตือนว่า “หากพระขาดสมณสำนึก ก็เปรียบเสมือนขยะในทะเล ต้องถูกชำระออกจากผ้าเหลือง”
ทั้งสองคำเตือนนี้สะท้อนว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะไร้ความหมาย หากขาดศีลธรรมและสมณะภาวะกำกับ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
-
จัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลกลาง AI เพื่อพระพุทธศาสนา (Buddhist AI Data Center)
-
พัฒนา หลักสูตรนิเทศสงฆ์ดิจิทัล (Digital Buddhist Communication Program)
-
ส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง วัด มหาวิทยาลัย และภาครัฐ
-
จัดอบรมต่อเนื่องให้บุคลากรสงฆ์ด้านเทคโนโลยีและสมณธรรม
สรุป: สมณะกับเทคโนโลยีคือทางสายกลางใหม่
การแนะคณะสงฆ์ใช้ AI ด้วย “4 สมณะ” เป็นการผสานจริยธรรมแห่งพุทธกับนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อให้พระสงฆ์สามารถเผยแผ่ธรรมะอย่างทันสมัยโดยไม่ละทิ้งแก่นธรรม
ดร.สำราญสรุปว่า —
“การใช้ AI ของคณะสงฆ์จะถูกทางได้ ก็ต่อเมื่อมี สมณสัญญาเป็นฐาน สมณสารูปเป็นแนว สมณภาวะเป็นใจ และสมณธรรมเป็นแก่น นี่คือ 4 เสาหลักแห่งการเผยแผ่ธรรมในยุคดิจิทัล”
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยคณะสงฆ์ไทย ภายใต้หลัก “4 สมณะ” ที่พระธรรมวชิรเมธีได้เสนอไว้ ได้แก่ สมณสัญญา สมณสารูป สมณภาวะ และสมณธรรม อันเป็นกรอบคุณธรรมสำคัญสำหรับการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาในยุคดิจิทัล บทความยังวิเคราะห์ยุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI) เพื่อเป็นแบบอย่างของ “พุทธ–ดิจิทัล” (Buddhist–Digital Integration) ที่ผสานภูมิปัญญาพระธรรมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า การใช้ AI อย่างมีสมณสำนึกจะช่วยยกระดับคุณภาพการสื่อธรรมะและเสริมสร้างความโปร่งใสในการสื่อสารของคณะสงฆ์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเผยแผ่ธรรมะเพื่อสังคมสันติสุข
1. บทนำ
การเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัลได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางต่อทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงสถาบันศาสนา “พระพุทธศาสนาในยุค AI” จึงมิใช่เพียงวาทกรรมสมัยใหม่ แต่เป็นโจทย์ทางยุทธศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิด “ปัญญา” มากกว่า “ปัญหา” ได้อย่างไร
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารได้จัดโครงการอบรม “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI)” โดยมีพระธรรมวชิรเมธีเป็นประธานเปิดโครงการ ซึ่งได้แสดงปาฐกถาสำคัญเตือนสติพระสงฆ์ผู้ใช้เทคโนโลยีว่า ต้องมี “ความสำเหนียกในความเป็นสมณะ” พร้อมเสนอหลัก 4 สมณะ เป็นกรอบคุณธรรมในการใช้ AI เพื่อเผยแผ่พระธรรมอย่างมีสติและสมณะภาวะ
2. หลัก 4 สมณะในการใช้ AI ของคณะสงฆ์
พระธรรมวชิรเมธีได้เสนอ “4 สมณะ” เป็นแนวทางพื้นฐานให้คณะสงฆ์ใช้เทคโนโลยีอย่างถูกธรรมวินัยและสมฐานะของสมณะ ดังนี้
-
สมณสัญญา (Samaṇa-Saññā)
คือ ความสำนึกว่าตนเป็นสมณะ ผู้สงบจากบาปและกิเลส การใช้ AI ต้องอยู่ในขอบเขตแห่งสมณะ ไม่ล่วงเกินวินัย เช่น การสร้างภาพ เสียง หรือเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความเคลือบแคลงในสังคม ต้องระลึกเสมอว่าการสื่อสารของสมณะมีผลต่อศรัทธาของพุทธบริษัทโดยตรง -
สมณสารูป (Samaṇa-Sārūpa)
คือ การรักษากิริยาสำรวมเรียบร้อยตามสมณวิสัย แม้ในโลกออนไลน์หรือปัญญาประดิษฐ์ พระสงฆ์ควรเลือกใช้สื่อที่สุภาพ งดเว้นจากการแสดงออกที่อาจขัดต่อเสขิยวัตร เช่น การโพสต์ภาพตนเองในลักษณะไม่สำรวม หรือใช้ AI ในทางบันเทิง -
สมณภาวะ (Samaṇa-Bhāva)
คือ ภาวะจิตที่ตระหนักถึงความเป็นบรรพชิต ต้องมีสติระลึกในการเรียนรู้ AI อย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) เพื่อใช้เทคโนโลยีให้เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรมและการเผยแผ่ มิใช่เพียงเพื่อความรู้ทางโลก -
สมณธรรม (Samaṇa-Dhamma)
คือ ธรรมะที่สมณะพึงประพฤติ ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา และจริยวัตร ต้องเป็นรากฐานแห่งการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกธรรม โดยไม่ละเลยพระธรรมวินัย
หลักทั้ง ๔ นี้เป็น “เข็มทิศจิตวิญญาณ” ที่ชี้นำการใช้ AI ของคณะสงฆ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพระศาสนาและสังคม
3. กรอบแนวคิดการวิเคราะห์
บทความนี้ใช้กรอบแนวคิดผสมผสาน ๓ ประการ ได้แก่
-
พุทธปรัชญาเชิงพัฒนา (Buddhist Development Philosophy)
อธิบายผ่านหลักโยนิโสมนสิการและสัปปุริสธรรม ๗ เพื่อให้การใช้ AI เกิดจากปัญญาและความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงการเลียนแบบเทคโนโลยีตะวันตก -
แนวคิดเทคโนโลยีเพื่อสังคม (Technology for Social Empowerment)
เน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผยแผ่ธรรมะ เช่น การสร้างฐานข้อมูลธรรมะออนไลน์ การใช้ระบบสังเคราะห์เสียงธรรม หรือการวิเคราะห์คัมภีร์ด้วยระบบข้อมูล -
แนวคิดการบริหารเชิงสมรรถนะ (Competency-Based Development)
มุ่งสร้างสมรรถนะดิจิทัลของพระนิเทศก์และบุคลากรสงฆ์ ให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีคุณธรรมและความรับผิดชอบ
4. ยุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพศูนย์พระปริยัตินิเทศก์
ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร AI ของศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ ได้วางยุทธวิธีสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่
-
ยุทธวิธีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning)
ใช้หลัก “พระสอนพระ” ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีจากผู้มีประสบการณ์จริง สร้างการเรียนรู้เชิงกัลยาณมิตร -
ยุทธวิธีการบูรณาการ AI กับภารกิจสงฆ์ (AI–Mission Integration)
ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะออนไลน์ การสร้างสื่ออัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลกิจกรรมสงฆ์ และการจัดการสารสนเทศภายในองค์กร -
ยุทธวิธีการเสริมสมรรถนะดิจิทัล (Digital Literacy)
จัดอบรมการใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น ระบบฐานข้อมูลกลาง เว็บไซต์กลางของคณะสงฆ์ และแพลตฟอร์มคลาวด์ -
ยุทธวิธีการสร้างเครือข่ายนิเทศสงฆ์ดิจิทัล (Digital Buddhist Network)
ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างพระนิเทศก์จากภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์
5. การวิเคราะห์ผลและบทเรียน
ผลการดำเนินโครงการพบว่า พระนิเทศก์มีความเข้าใจและทักษะด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ร้อยละ 85) สามารถสร้างสื่อธรรมะออนไลน์ได้ด้วยตนเอง เช่น คลิปเสียงธรรมะ อินโฟกราฟิก และบทความดิจิทัล นอกจากนี้ยังเกิด “ฐานข้อมูลกลางพระพุทธศาสนา” ที่ช่วยให้การบริหารข่าวสารของคณะสงฆ์มีความเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม พระธรรมวชิรเมธีได้เตือนว่า การใช้ AI ต้องไม่ทำลาย “สมณสัญญา” ซึ่งตรงกับคำสอนของพระพยอม กัลยาโณ ที่ชี้ว่า หากพระใดขาดสมณสำนึกก็เปรียบเหมือน “ขยะในทะเล” ที่ควรถูกขับไล่จากวงการสงฆ์ ข้อเตือนนี้เป็นการย้ำให้สังคมตระหนักว่า เทคโนโลยีมิใช่ภัย หากใช้ด้วยปัญญาและศีลธรรม
6. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
-
จัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง AI เพื่อพระพุทธศาสนา (Buddhist AI Data Center)
เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร วีดิทัศน์ และฐานข้อมูลธรรมะจากทั่วประเทศ -
พัฒนาหลักสูตร “นิเทศสงฆ์ดิจิทัล” (Digital Buddhist Communication Program)
เพื่อเตรียมพระนิเทศก์ยุคใหม่ที่มีสมรรถนะทั้งด้านเทคโนโลยีและจริยธรรม -
สร้างความร่วมมือระหว่างวัด มหาวิทยาลัย และภาครัฐ
เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเชิงศาสนา เช่น ระบบสังเคราะห์เสียงพระสูตร หรือการสืบค้นคัมภีร์ด้วย AI -
จัดอบรมต่อเนื่องให้บุคลากรสงฆ์
เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมยึดมั่นในหลักสมณธรรม
7. สรุปผลการวิเคราะห์
การแนะคณะสงฆ์ใช้ AI ด้วย “4 สมณะ” เป็นการบูรณาการระหว่างจริยธรรมทางพุทธกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรักษาสมณวิถีควบคู่กับการพัฒนาเชิงดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์จึงเป็นแบบอย่างของ “พุทธ–ดิจิทัลโมเดล” ที่ใช้ AI เพื่อเผยแผ่ธรรมะ สร้างความโปร่งใสทางข้อมูล และยกระดับศาสนาให้ทันสมัยโดยไม่สูญเสียแก่นธรรม
ดังนั้น การใช้ AI ของคณะสงฆ์จะเป็นไปอย่างถูกทางได้ต่อเมื่อมี “สมณสัญญาเป็นฐาน สมณสารูปเป็นแนว สมณภาวะเป็นใจ และสมณธรรมเป็นแก่น” อันเป็นสี่เสาหลักของการเผยแผ่ธรรมในยุคดิจิทัล
บรรณานุกรม (References)
พระไตรปิฎกฉบับหลวง. (๒๕๔๖). มหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระธรรมวชิรเมธี. (๒๕๖๘). ปาฐกถาในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ด้าน AI. วัดประยุรวงศาวาส.
พระพยอม กัลยาโณ. (๒๕๖๘). สัมภาษณ์พิเศษ “สมณสัญญากับการขับไล่เหลือบผ้าเหลือง.” เดลินิวส์.
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช). (๒๕๖๖). เทคโนโลยีกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มจร.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (๒๕๖๗). รายงานการพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรม.
กรมส่งเสริมการเรียนรู้. (๒๕๖๕). การพัฒนาทักษะดิจิทัลในภาครัฐและศาสนา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ชมรมธรรมธารา. (๒๕๖๗). บาลีวันละคำ: สมณสัญญา. เข้าถึงจาก https://dhamtara.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น