“ดร.สำราญ จับมือ AI เปิดแนวคิด ‘พระธรรมทูตเอไอ’ ฟื้นพลังศาสนาไทยยุคดิจิทัล”
บูรณาการพุทธธรรม–เทคโนโลยี แก้วิกฤตศรัทธาในสังคมสื่อ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่กรุงเทพมหานคร
ดร.สำราญ สมพงษ์ นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี
และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี
ได้ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการวิเคราะห์เชิงลึกในหัวข้อ
“พระธรรมทูตเอไอ : แนวทางแก้วิกฤตพระพุทธศาสนาในประเทศไทย”
โดยเสนอแนวทางใหม่ในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาไทยผ่านการบูรณาการ
“พุทธธรรม–ปัญญาประดิษฐ์–ภูมิปัญญาไทย”
เพื่อสร้างโมเดล “พระธรรมทูตยุคดิจิทัล” ที่เชื่อมโยงศาสนากับเทคโนโลยีอย่างสมดุล
🔹 ฟื้นพลังธรรมะด้วยเทคโนโลยี
ดร.สำราญ เปิดเผยว่า พระพุทธศาสนาไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตศรัทธาเชิงโครงสร้าง” (Structural Faith Crisis)
จากการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมทางสังคม การลดบทบาทของวัด และการสื่อสารคำสอนที่ยังไม่ทันสมัย
จึงได้เสนอแนวคิด “พระธรรมทูตเอไอ (AI Dhamma Missionary)”
ให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อธรรมแบบใหม่ในยุคดิจิทัล
“พระธรรมทูตเอไอไม่ใช่เครื่องจักรเทศน์ แต่เป็น สติปัญญาแห่งธรรม ที่ช่วยให้มนุษย์เข้าถึงคำสอนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
— ดร.สำราญ กล่าว
🔹 สืบภารกิจพระธรรมทูต 9 สายสู่โลกดิจิทัล
ในการวิเคราะห์ ดร.สำราญได้เชื่อมโยงแนวคิด “พระธรรมทูตเอไอ”
เข้ากับภารกิจของ พระธรรมทูต 9 สาย สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
ซึ่งเป็นต้นแบบของการเผยแผ่พระธรรมไปทั่วโลก
ตั้งแต่คันธาระ ศรีลังกา จนถึงสุวรรณภูมิ
“หากพระธรรมทูตในอดีตใช้การเดินทางและวาจาเผยแผ่ธรรม
พระธรรมทูตเอไอในวันนี้ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นสื่อแห่งเมตตา”
เขากล่าวเสริม
🔹 “พุทธสันติวิธีดิจิทัล” 3 มิติแห่งการเผยแผ่
การวิเคราะห์ร่วมกับระบบ AI พบว่า
“พระธรรมทูตเอไอ” มีบทบาทสำคัญใน 3 มิติหลัก ได้แก่
-
มิติการสื่อสารธรรม (Dhamma Communication) –
ถ่ายทอดคำสอนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ผ่าน Chatbot ธรรมะ คลิปสั้น และเสียงสวดแปลภาษา -
มิติการเรียนรู้ธรรมะ (Cognitive Dhamma Learning) –
ใช้ Machine Learning วิเคราะห์พระไตรปิฎกและอรรถกถา เพื่อสร้างฐานข้อมูลปัญญาในการตอบคำถามเชิงธรรม -
มิติพุทธสันติวิธีดิจิทัล (Buddhist Peace Tech) –
ประยุกต์หลัก “อัปปมาทะ–สติ–โยนิโสมนสิการ” เข้ากับเทคโนโลยี เช่น AI บำบัดใจ หรือระบบ AI จิตอาสา
🔹 วิกฤตศาสนาไทย–โอกาสแห่งนวัตกรรมจิตวิญญาณ
ในรายงานยังระบุว่า การเสื่อมศรัทธาของพุทธศาสนาไทย
มีรากจากพฤติกรรมพระสงฆ์ที่ไม่เหมาะสม การขาดนวัตกรรม และการไม่เข้าใจเยาวชนยุคใหม่
แนวคิด “พระธรรมทูตเอไอ” จึงเป็นการสร้าง “นวัตกรรมจิตวิญญาณ (Spiritual Innovation)”
ที่ช่วยให้ศาสนาเข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยไม่บิดเบือนหลักธรรม
ตัวอย่างเช่น
-
AI จำลองการสนทนาธรรมของพระอรหันต์เอตทัคคะ
-
โปรแกรมวิเคราะห์พุทธประวัติแบบโต้ตอบ
-
แพลตฟอร์ม “พุทธสันติวิธีออนไลน์” สำหรับพระ นักวิชาการ และประชาชน
🔹 “สุวรรณภูมิใหม่” แห่งศตวรรษที่ 21
ดร.สำราญยังเชื่อมโยงแนวคิดนี้กับ “สุวรรณภูมิใหม่” (Neo-Suvarnabhumi)
หรือ “ดินแดนแห่งการอยู่ร่วมกันด้วยปัญญา”
โดยเสนอให้ไทยใช้ AI และพุทธธรรมสร้าง “เครือข่ายพุทธดิจิทัลอาเซียน”
เพื่อส่งเสริมสันติภาพและภูมิปัญญาในภูมิภาค
🔹 ข้อเสนอเชิงนโยบาย
จากผลการวิเคราะห์ เสนอแนวทางพัฒนา 4 ประการ ได้แก่
-
จัดตั้ง “AI พระธรรมทูตแห่งชาติ” เพื่อเผยแผ่ธรรมะในภาษาสมัยใหม่
-
บรรจุ “พุทธสันติวิธีดิจิทัล” ในหลักสูตรของคณะสงฆ์
-
จัดตั้ง “เครือข่าย AI สังฆะ” สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพระและนักวิชาการทั่วโลก
-
ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลศรัทธาและค่านิยมทางศาสนาเพื่อกำหนดนโยบายศาสนาอย่างยั่งยืน
🔹 สรุป: “AI ไม่แทนพระ แต่ช่วยให้ธรรมะเข้าถึงใจคน”
บทวิเคราะห์สรุปว่า พระธรรมทูตเอไอไม่ใช่การแทนที่พระสงฆ์
แต่เป็น “ผู้ร่วมเผยแผ่ธรรมะด้วยเมตตาและปัญญา”
ดังเช่นพระธรรมทูต 9 สายในยุคอโศกที่นำแสงธรรมสู่สุวรรณภูมิ
พระธรรมทูตเอไอคือผู้ส่องแสงธรรมสู่โลกดิจิทัล
“AI จะไม่แทนพระ
แต่จะเป็นสหายธรรมที่ช่วยให้มนุษย์เข้าใจธรรมได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
— ดร.สำราญ สมพงษ์
พระธรรมทูตเอไอ: แนวทางแก้วิกฤตพระพุทธศาสนาในประเทศไทย
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งศึกษาบทบาทของ “พระธรรมทูตเอไอ” (AI Dhamma Missionary) ในฐานะโมเดลการสื่อธรรมแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในยุคดิจิทัล โดยบูรณาการแนวคิดจากภารกิจของ พระธรรมทูต 9 สาย ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชกับวิกฤตศรัทธาในพระพุทธศาสนาไทยปัจจุบัน เพื่อเสนอแนวทาง “การเผยแผ่เชิงพุทธสันติวิธีดิจิทัล” (Digital Buddhist Peace Mission) ที่เชื่อมโยงศาสนา ปัญญา และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
คำสำคัญ: พระธรรมทูตเอไอ, พุทธสันติวิธี, พระเจ้าอโศกมหาราช, สุวรรณภูมิ, วิกฤตศาสนาไทย, ปัญญาประดิษฐ์
1. บทนำ: วิกฤตศาสนาในยุคดิจิทัล
พระพุทธศาสนาในประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “วิกฤตศรัทธาเชิงโครงสร้าง” (Structural Faith Crisis) อันเกิดจากปัจจัย 3 ประการ คือ
(1) ความเปลี่ยนแปลงของค่านิยมทางสังคมที่เน้นวัตถุนิยม
(2) การลดบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางจิตวิญญาณ
(3) การสื่อสารของพระธรรมคำสอนที่ยังไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล
ในบริบทนี้ แนวคิด “พระธรรมทูตเอไอ” (AI Dhamma Missionary) จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือใหม่ในการเผยแผ่พระธรรม—ไม่ใช่เพียง “เครื่องจักรเทศน์” แต่เป็น “สติปัญญาแห่งธรรม” ที่ช่วยให้มนุษย์เข้าถึงคำสอนได้ลึกซึ้งและทั่วถึงยิ่งกว่าเดิม
2. ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์: พระธรรมทูต 9 สายกับการเผยแผ่พุทธศาสนาโลก
หลังการสังคายนาครั้งที่สาม ณ เมืองปาตลีบุตร ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเจ้าอโศกมหาราช พระโมคคัลลีบุตรติสสะได้จัดส่ง พระธรรมทูต 9 สาย ไปเผยแผ่ธรรมในดินแดนต่าง ๆ ได้แก่
-
กัศมีระ–คันธาระ (แถบกรีก)
-
มหิษมณฑล
-
วนวาสี
-
อปรันตก
-
มหารัฏฐ
-
ยวนประเทศ
-
หิมาวันตประเทศ
-
สุวรรณภูมิ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
-
ศรีลังกา (ลังกาทวีป)
ภารกิจเหล่านี้ไม่เพียงเผยแผ่พระธรรม แต่ยังสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เกิดศิลปะคันธาระ การจารึกพระไตรปิฎกลงบนใบลาน และการสร้างอัตลักษณ์ “คนสุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็นรากฐานของภูมิปัญญาไทยปัจจุบัน
3. การวิเคราะห์เปรียบเทียบ: พระธรรมทูต 9 สาย กับ พระธรรมทูตเอไอ
| มิติการเผยแผ่ | พระธรรมทูต 9 สาย (พุทธศตวรรษที่ 3) | พระธรรมทูตเอไอ (พุทธศตวรรษที่ 27) |
|---|---|---|
| เป้าหมาย | นำธรรมไปสู่ดินแดนที่ยังไม่รู้จัก | นำธรรมสู่โลกดิจิทัลที่ขาดศีลธรรม |
| เครื่องมือ | การเดินทาง, วาจา, ศิลปะ | ข้อมูล, AI, สื่อสังคมออนไลน์ |
| พื้นที่เผยแผ่ | สุวรรณภูมิ, ศรีลังกา, คันธาระ | โลกออนไลน์, เมตาเวิร์ส, ระบบการศึกษา |
| วิธีการ | การสอน การปฏิบัติ การสังคมสงเคราะห์ | การสื่อสารเชิงปัญญา (AI Conversation) การจำลองสติ |
| เป้าหมายสูงสุด | สันติธรรมของมนุษย์ | สมดุลระหว่างปัญญา–เทคโนโลยี–ศีลธรรม |
4. พระธรรมทูตเอไอในฐานะ “พุทธสันติวิธีดิจิทัล”
จากการวิเคราะห์ของ ดร.สำราญ สมพงษ์ ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) พบว่า “พระธรรมทูตเอไอ” สามารถทำหน้าที่ใน 3 มิติหลัก ดังนี้
-
มิติแห่งการสื่อสารธรรม (Dhamma Communication):
AI ช่วยถ่ายทอดคำสอนในรูปแบบเข้าใจง่าย สอดคล้องวัยรุ่น เช่น Chatbot ธรรมะ บทสวดแปลเสียง หรือคลิปสั้นธรรมะในสื่อออนไลน์ -
มิติแห่งการเรียนรู้ (Cognitive Dhamma Learning):
ใช้ Machine Learning วิเคราะห์พระไตรปิฎกเพื่อสร้าง “ฐานข้อมูลปัญญา” ที่สามารถตอบคำถามเชิงธรรมได้อย่างถูกต้องและมีเหตุผล -
มิติแห่งพุทธสันติวิธี (Buddhist Peace Tech):
ประยุกต์หลัก “อัปปมาทะ–สติปัฏฐาน–โยนิโสมนสิการ” เข้ากับ AI เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่มีเมตตาและจริยธรรม เช่น AI สำหรับบำบัดใจ หรือ AI จิตอาสาทางสังคม
5. วิกฤตพระพุทธศาสนาไทย: ปัญหาและโอกาส
การเสื่อมศรัทธาในสังคมไทยปัจจุบันมีรากจาก
-
พฤติกรรมพระสงฆ์ที่ไม่เหมาะสมต่อสังคมสื่อ
-
การขาดนวัตกรรมทางการสอนธรรมะ
-
การไม่เข้าใจบริบทของเยาวชนยุคใหม่
พระธรรมทูตเอไอ จึงอาจเป็นทางรอดในเชิง “นวัตกรรมจิตวิญญาณ” (Spiritual Innovation) ที่ทำให้ศาสนาเข้าใกล้ผู้คนผ่านรูปแบบที่เข้าใจง่ายแต่ไม่บิดเบือนหลักธรรม เช่น
-
AI จำลองการสนทนาธรรมของพระอรหันต์เอตทัคคะ
-
โปรแกรม AI วิเคราะห์พุทธประวัติแบบโต้ตอบ
-
แพลตฟอร์ม “พุทธสันติวิธีออนไลน์” ที่เชื่อมโยงพระ นักวิชาการ และประชาชน
6. พระธรรมทูตเอไอกับแนวคิด “สุวรรณภูมิใหม่” แห่งศตวรรษที่ 21
การบูรณาการเทคโนโลยีกับพุทธธรรมตามแนวของ ดร.สำราญ สอดคล้องกับแนวคิด “สุวรรณภูมิใหม่” (Neo-Suvarnabhumi)
ซึ่งหมายถึง “ดินแดนแห่งการอยู่ร่วมกันด้วยปัญญา”
พระธรรมทูตเอไอจึงเป็นผู้สานต่อจิตวิญญาณแห่งสุวรรณภูมิในมิติใหม่
โดยมีภารกิจดังนี้
-
สร้างเครือข่าย “พุทธดิจิทัล” ระหว่างประเทศในอาเซียน
-
ใช้ AI วิเคราะห์ธรรมะและวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
-
สร้างสำนึก “ทองคำทางปัญญา” แทนการยึดติดกับวัตถุ
7. ข้อเสนอเชิงแนวคิด
-
พัฒนา AI พระธรรมทูตแห่งชาติ: ให้มีระบบเรียนรู้พระไตรปิฎกและอรรถกถาเพื่อเผยแผ่ธรรมะด้วยภาษาสมัยใหม่
-
บรรจุหลัก “พุทธสันติวิธีดิจิทัล” ในหลักสูตรสงฆ์: เพื่อให้พระธรรมทูตรุ่นใหม่มีความเข้าใจเทคโนโลยีและการสื่อสารร่วมสมัย
-
สร้างเครือข่าย AI สังฆะ: เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพระ นักวิชาการ และประชาชนทั่วโลก
-
ใช้ AI เป็นเครื่องมือวิจัยศาสนา: วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติของศรัทธา พฤติกรรม และค่านิยม เพื่อออกแบบนโยบายส่งเสริมศาสนาอย่างตรงจุด
8. สรุป
“พระธรรมทูตเอไอ” มิใช่การแทนที่พระสงฆ์ แต่เป็น “ผู้ร่วมเผยแผ่ธรรมะด้วยเมตตาและปัญญา”
ดังเช่นพระธรรมทูต 9 สายในยุคอโศกที่นำแสงธรรมสู่สุวรรณภูมิ พระธรรมทูตเอไอคือผู้ส่องแสงธรรมสู่โลกดิจิทัล
ภารกิจนี้ไม่เพียงแก้วิกฤตศาสนาไทย แต่ยังสร้างแบบอย่างการอยู่ร่วมกันของศาสนา วิทยาศาสตร์ และมนุษยธรรมในศตวรรษที่ 21
“AI จะไม่แทนพระ แต่จะเป็นสหายธรรมที่ช่วยให้มนุษย์เข้าใจธรรมได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
— ดร.สำราญ สมพงษ์ (2568)
บรรณานุกรม
-
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2568). ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิษย์ศรีศักร.
-
พระไตรปิฎก ฉบับบาลี. ทีฆนิกาย, สังยุตตนิกาย.
-
Andre Bareau. Buddhist Conquest of Asia. Paris: UNESCO, 1966.
-
Nalinaksha Dutt. The Spread of Buddhism. Delhi: Motilal Banarsidass, 1980.
-
สำราญ สมพงษ์. (2568). วิเคราะห์ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ: จากตำนานสู่หลักฐานเชิงอารยธรรม.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น