วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"ดร.สำราญ สมพงษ์" ร่วม AI วิเคราะห์ “ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ” : จากตำนานสู่หลักฐานเชิงอารยธรรม



เผยแนวคิดใหม่ สุวรรณภูมิไม่ใช่เพียงดินแดนทองคำในตำนาน แต่คือภูมิปัญญาแห่งการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติ


เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
ดร.สำราญ สมพงษ์ นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี
และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี
ได้ร่วมกับ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการวิเคราะห์เชิงลึกเรื่อง
“ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ : จากตำนานสู่หลักฐานเชิงอารยธรรม”
โดยอ้างอิงข้อมูลจากผลงานทางวิชาการชิ้นสำคัญของ
ศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เรื่อง “ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ”
ซึ่งจัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ศิษย์ศรีศักร

ผลการวิเคราะห์พบว่า แนวคิด “สุวรรณภูมิ” มิได้เป็นเพียงชื่อในตำนานทางศาสนา
แต่เป็น “กรอบคิดทางภูมิวัฒนธรรม” (Cultural Geography)
ที่สะท้อนพัฒนาการของอารยธรรมในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะบริเวณ คอคอดกระ
ซึ่งหลักฐานทางโบราณคดีระบุว่าเป็น “ต้นทางแห่งอารยธรรมสุวรรณภูมิ”
เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง อินเดียโบราณกับเอเชียอาคเนย์ ทั้งในมิติศาสนา การค้า และวัฒนธรรม


📘 จาก “ตำนานทองคำ” สู่ “ภูมิปัญญาแห่งการอยู่ร่วมกัน”

บทวิเคราะห์ระบุว่า “สุวรรณภูมิ” เคยถูกกล่าวถึงในพระไตรปิฎกและจารึกอินเดีย
ในฐานะดินแดนมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและจิตวิญญาณ
ซึ่งในแง่โบราณคดี อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ชี้ว่า
“คอคอดกระ” คือเส้นทางของอารยธรรมและการค้าทางทะเล
ที่เชื่อม “อ่าวเบงกอล–ทะเลจีนใต้” ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 3
หรือยุคพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย

หลักฐานทางโบราณคดี เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือหินขัด
และศิลปกรรมแบบอมราวดีในแถบภาคใต้ของไทย
สะท้อนว่าดินแดนนี้เคยเป็นจุดรวมของการแลกเปลี่ยนทางศาสนาและเศรษฐกิจ
จนก่อเกิด “อัตลักษณ์แห่งสุวรรณภูมิ” ที่ผสมผสานชาติพันธุ์
และวัฒนธรรมจากอินเดีย จีน และท้องถิ่นอุษาคเนย์


🏺 สุวรรณภูมิ : “ทองคำทางปัญญา” แห่งอารยธรรมมนุษย์

ในเชิงวัฒนธรรม ดร.สำราญ วิเคราะห์ต่อว่า
“สุวรรณภูมิ” ควรถูกเข้าใจในฐานะ สัญลักษณ์ของภูมิปัญญาแห่งการอยู่ร่วมกัน
ไม่ใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์หรือทรัพยากร
แต่คือ “ดินแดนแห่งการสังเคราะห์” ที่เติบโตจากความร่วมมือมากกว่าการรุกราน

ตัวอย่างเช่น

  • การรับพุทธศาสนาแบบอมราวดีแต่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น

  • การสร้างเมืองท่าค้าขาย เช่น ตะกั่วป่า–คอคอดกระ

  • การสร้างศิลปกรรมและเครื่องประดับโลหะที่สะท้อนคติ “ทองคำแห่งชีวิต”

ดร.สำราญ กล่าวว่า

“สุวรรณภูมิคือทองคำทางปัญญา มิใช่ทองคำทางวัตถุ
เป็นอารยธรรมที่เติบโตบนคุณธรรม ศาสนา และการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล”


🌏 จากสุวรรณภูมิสู่ภูมิปัญญาไทยร่วมสมัย

การศึกษาดังกล่าวยังชี้ว่า รากของอารยธรรมสุวรรณภูมิ
ได้หลอมรวมและถ่ายทอดสู่ “ภูมิปัญญาไทย” ปัจจุบัน
ทั้งในแง่เศรษฐกิจพอเพียง วัฒนธรรมชุมชน และพุทธสันติวิธี

มิติสุวรรณภูมิ (ตามศรีศักร)ไทยร่วมสมัย
อารยธรรมหลอมรวมพุทธ–พราหมณ์–พื้นถิ่นพุทธเถรวาทแบบจารีตไทย
เศรษฐกิจการค้าทางทะเลเชื่อมโลกตะวันออก–ตะวันตกเศรษฐกิจพอเพียง–สร้างสรรค์
สังคมชุมชนร่วมพึ่งพา เกษตรกรรมผสมผสานสังคมเครือญาติ–ชุมชนยั่งยืน
ปรัชญาสมดุลธรรมชาติ–มนุษย์–ศาสนาพุทธสันติวิธี–ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

💡 เสนอแนวคิด “สุวรรณภูมิใหม่” แห่งศตวรรษที่ 21

จากผลการวิเคราะห์ ดร.สำราญ และระบบ AI ได้สรุปแนวทางเชิงอนาคตไว้ 3 ประการ

  1. สุวรรณภูมิในฐานะมรดกความคิด (Intellectual Heritage)
    — นำมาเป็นกรอบพัฒนาอัตลักษณ์ไทยเชิงอาเซียน

  2. บูรณาการโบราณคดีกับวัฒนธรรมร่วมสมัย
    — ใช้ข้อมูลทางวิชาการเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ต่อรากเหง้าของชาติ

  3. สร้างสำนึกภูมิอารยธรรมในระบบการศึกษา
    — ปลูกฝังเยาวชนให้ภาคภูมิใจในความเป็น “ทายาทแห่งสุวรรณภูมิ”


📚 สรุป

การวิเคราะห์ “ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ” ครั้งนี้
ไม่เพียงเป็นการย้อนมองประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์
แต่ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางภูมิปัญญา
ที่สืบทอดจากอดีตสู่อนาคต

ดร.สำราญกล่าวทิ้งท้ายว่า

“สุวรรณภูมิ คือรากเหง้าทางจิตวิญญาณของเรา
ไม่ใช่เพราะเราเก่ากว่าใคร แต่เพราะเรามีรากที่ลึก
และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่”

วิเคราะห์ “ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ” : จากตำนานสู่หลักฐานเชิงอารยธรรม

ผู้เขียน: ดร.สำราญ สมพงษ์
สาขาวิชา: พุทธสันติวิธีและภูมิปัญญาไทยร่วมสมัย
ปีที่จัดทำ: พ.ศ. 2568


บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งวิเคราะห์แนวคิด “ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ” โดยอาศัยผลงาน ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ ของศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เป็นกรณีศึกษา เพื่อสังเคราะห์พัฒนาการของพื้นที่ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมคาบสมุทรภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะบริเวณคอคอดกระ ที่มีหลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่าเป็น “ต้นทางแห่งอารยธรรมสุวรรณภูมิ” บทความนี้เสนอว่า แนวคิดเรื่อง “สุวรรณภูมิ” มิได้เป็นเพียงชื่อในตำนานทางศาสนา หากแต่เป็นกรอบคิดทางภูมิวัฒนธรรม (Cultural Geography) ที่สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่าง อินเดียโบราณกับเอเชียอาคเนย์ ทั้งในด้านศาสนา การค้า และอัตลักษณ์ของความเป็น “คนสุวรรณภูมิ”


1. บทนำ

แนวคิดเรื่อง “สุวรรณภูมิ” ปรากฏในพระไตรปิฎกและจารึกโบราณของอินเดียในฐานะ “ดินแดนทองคำ” หรือ “Golden Land” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ในทางวิชาการ แนวคิดนี้ได้ถูกตีความและศึกษาซ้ำหลายครั้งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เพื่อค้นหาต้นกำเนิดของอารยธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หนังสือ ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ โดย ศรีศักร วัลลิโภดม ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ “ศิษย์ศรีศักร” เป็นผลงานรวบรวมบทความและงานวิจัยสำคัญในช่วง พ.ศ. 2520–2560 ว่าด้วยพัฒนาการของ “คนก่อนประวัติศาสตร์” และร่องรอยความเชื่อมโยงระหว่าง คาบสมุทรไทยกับโลกอินเดีย จนกระทั่งเกิดเป็นภูมินาม “สุวรรณภูมิ” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 3


2. สุวรรณภูมิในมิติทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เสนอว่า คอคอดกระ คือพื้นที่สำคัญในกระบวนการก่อรูปของสุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็น “ทางผ่านของอารยธรรม” จากฝั่งตะวันตกของอินเดียสู่โลกตะวันออก ผ่านเส้นทางการค้าโบราณที่เชื่อม อ่าวเบงกอล–ทะเลจีนใต้

2.1 ร่องรอยก่อนสุวรรณภูมิ

หลักฐานโบราณคดี เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือหินขัด และร่องรอยการตั้งถิ่นฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณภาคใต้ตอนบนของไทย แสดงให้เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากยุคหินใหม่สู่ยุคโลหะ และต่อเนื่องไปสู่สังคมที่เริ่มมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับต่างแดน

2.2 การเชื่อมโยงกับอินเดีย

อิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (ราวพุทธศตวรรษที่ 3) ได้ส่งผลให้เกิดการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ศิลปกรรมแบบอมราวดี และวัฒนธรรมการค้าทางทะเล ซึ่งเป็นจุดเริ่มของ “การสร้างเครือข่ายอารยธรรม” ระหว่างอินเดียกับสุวรรณภูมิ

2.3 การเกิดขึ้นของอัตลักษณ์สุวรรณภูมิ

เมื่อดินแดนนี้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างอินเดีย–จีน–ชวา พื้นที่คอคอดกระจึงมีบทบาทเสมือน “สะพานแห่งอารยธรรม” ทำให้เกิดการผสมผสานทางชาติพันธุ์ ศิลปกรรม และความเชื่อ จนค่อยๆ ก่อรูปเป็นอัตลักษณ์ใหม่ที่เรียกว่า “คนสุวรรณภูมิ”


3. การตีความเชิงวัฒนธรรม : สุวรรณภูมิในฐานะภูมิปัญญาอารยธรรม

แนวคิด “สุวรรณภูมิ” มิใช่เพียงการกำหนดเขตภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ “ภูมิปัญญาแห่งการอยู่ร่วมกัน” ดังที่ศรีศักร วัลลิโภดม วิเคราะห์ว่า อารยธรรมในสุวรรณภูมิเติบโตบนฐานของ ความร่วมมือมากกว่าการรุกราน

ในแง่นี้ “สุวรรณภูมิ” คือ ดินแดนแห่งการสังเคราะห์ ที่ผสมผสานองค์ความรู้จากอินเดีย จีน และท้องถิ่น เช่น

  • การรับพุทธศาสนาและศิลปะอมราวดีแต่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น

  • การพัฒนาเมืองท่าโบราณอย่างตะกั่วป่า–คอคอดกระ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ

  • การใช้โลหะ เครื่องประดับ และลวดลายศิลป์ที่สะท้อนความคิดเชิงสัญลักษณ์ของ “ทองคำแห่งชีวิต”

ดังนั้น สุวรรณภูมิจึงมิใช่เพียง “ดินแดนทองคำ” ทางวัตถุ แต่คือ “ทองคำทางปัญญา” ที่หลอมรวมคุณค่าของมนุษยชาติ


4. วิเคราะห์เชิงอารยธรรม: จากสุวรรณภูมิสู่ไทยปัจจุบัน

การศึกษา “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ช่วยให้เราเข้าใจรากเหง้าของ “ภูมิปัญญาไทย” ที่เติบโตจากการผสมผสานวัฒนธรรมและศาสนา

มิติสุวรรณภูมิ (ตามศรีศักร)ไทยร่วมสมัย
อารยธรรมหลอมรวมพุทธ–พราหมณ์–พื้นถิ่นศาสนาพุทธแบบเถรวาทที่ประยุกต์กับจารีตไทย
เศรษฐกิจการค้าทางทะเลเชื่อมโลกตะวันออก–ตะวันตกเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สังคมชุมชนร่วมพึ่งพา เกษตรกรรมผสมผสานสังคมเครือญาติ–วัฒนธรรมชุมชน
ปรัชญาความสมดุลระหว่างธรรมชาติ–มนุษย์–ศาสนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและพุทธสันติวิธี

การตีความเช่นนี้เปิดมิติใหม่ของการมอง “ความเป็นไทย” ว่า มิได้เกิดจากการสร้างชาติในสมัยใหม่เท่านั้น แต่มีรากทางอารยธรรมยาวนานกว่า 2,000 ปี


5. ข้อเสนอเชิงแนวคิด

  1. สุวรรณภูมิในฐานะมรดกความคิด (Intellectual Heritage): ควรนำมาเป็นกรอบคิดในการพัฒนา “อัตลักษณ์ไทย” ให้สอดคล้องกับภูมิปัญญาอาเซียน

  2. บูรณาการโบราณคดีกับวัฒนธรรมร่วมสมัย: ใช้ข้อมูลทางโบราณคดีเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ต่อรากเหง้าของชาติ

  3. สร้างสำนึกภูมิอารยธรรม: ส่งเสริมการเรียนรู้ “ประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิ” ในระบบการศึกษา เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


6. สรุป

“สุวรรณภูมิ” เป็นมากกว่าดินแดนในตำนาน หากคือรากฐานของภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนังสือ ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ ของศรีศักร วัลลิโภดม จึงมิได้เป็นเพียงงานวิชาการด้านโบราณคดี แต่คือ “ประตูสู่ความเข้าใจตัวตน” ของเราทุกคนในฐานะ “ทายาทแห่งสุวรรณภูมิ”


บรรณานุกรม

  • ศรีศักร วัลลิโภดม. (2568). ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิษย์ศรีศักร.

  • Glover, I. (1989). Early Trade between India and Southeast Asia. Oxford University Press.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9. (2540). ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. สำนักราชเลขาธิการ.

  • สุลักษณ์ ศิวรักษ์. (2563). ภูมิปัญญาไทยในโลกใหม่. กรุงเทพฯ: เคล็ดไทย.

  • Higham, C. (2014). Early Mainland Southeast Asia. Bangkok: River Books.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ณพลเดช" ชี้คดี "เฉินจื้อ" เปิดโปงอาชญากรรมการเงินข้ามชาติ หนุนไทยยกระดับไซเบอร์เชิงรุก

"ณพลเดช มณีลังกา"  ชี้คดีเฉินจื้อสะท้อนโครงข่ายฟอกเงิน–สแกมเมอร์ข้ามชาติ เสนอไทยยืนบนหลักกฎหมายสากล ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์เชิงรุ...