วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"ซุนตู่"แนะเน้นหลัก"รู้เขา รู้เรา" รุกเพื่อนบ้านประกาศสงครามการค้า




 "เราต้องรู้เขารู้เรา ตามหลักการสงครามของซุนวู แต่วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสงครามที่เป็นการสู้รบด้วยกำลังทหาร แต่เป็นสงครามทางการค้าเมื่อรู้เขารู้เรา ก็ต้องหาความต้องการที่ตรงกันให้ได้ ระหว่างเรากับเพื่อนบ้านและทุกประเทศทั่วโลก 

หลายประเทศมีผู้นำรุ่นใหม่ คณะรัฐมนตรีใหม่ จึงอยากให้ทุกคนได้ติดตามศึกษาแนวคิดใหม่ๆของแต่ละประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแนวคิดประชาธิปไตยตะวันตก รวมถึงประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมโดยขอให้ศึกษารายละเอียดให้ดี สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ยังอยู่ในกรอบไม่ต่างจากของเดิมมากนัก

ทุกกระทรวงต้องมี Big deta เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน โดยต้องมีการแยกประเภทฐานข้อมูลให้มีความชัดเจน ตรงกับความต้องการของประชาชน" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 32 จังหวัด เพื่อมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนในมิติด้านการต่างประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนของไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี รวมถึงรับฟังข้อเสนอของเอกอัครราชทูตไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด  วันที่ 10 ส.ค.2561

ความจริงแนวคิดของซุนวูนั้นมีอยู่ 14 บท แต่เป็นบทที่เขียนรวมอยู่ใน 13 บท คือ รบโดยไม่รบ เป็นการรบแนวสันติ สอดคล้องกับพุทธสันติวิธีหรือตำราพุทธพิชัยสงครามตามแนว “อริยสัจโมเดล” ที่บูรณาการกับหมวดธรรมคือปธาน 4 สอดประสานกับหลักสันติวิธีตะวันตก ที่มุ่งเน้นการเน้นการสร้างสันติภายในเริ่มจากการปริยัติหรือสันติศึกษาภายในด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนกระทั้งเกิดสัมมาทิฐิ ว่า “โลกทั้งผองคือพี่น้องกัน” ก็จะทำให้เป็นนักสันติวิธีแบบวิถีชีวิต (Pacifism)  สามารถยุติปัญหาความขัดแย้ง รุนแรงและสงคราม เกิดสันติภาพภายในแบบไม่มีความขัดแย้งภายใน ก็จะทำให้เกิดพลังทั้ง 5 คือศรัทธา วิริยะ  สติ  สมาธิ  และปัญญา 

การแก้ปัญหาความขัดแยง รุนแรง และสงครามไร้ตัวตนหรือหลบในของชุมชน สังคม ประเทศชาติ และโลกให้เกิดสันติภาพ ด้วยโมเดลต่างๆ โดยเริ่มจากหลัก “4ป.” ในพื้นที่ “บวร” เพื่อให้เกิด “ภาวนา4” ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือต้องมีหลักการ 4 คือความรู้คู่คุณธรรม เมื่อจะนำความรู้ไปใช้ในการสร้างสันติภาพต้องอยู่บนพื้นฐานของเงื่อนไข 3 คือ ประมาณ เหตุผล และภูมิคุ้มกันความเสี่ยง แบบเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะทำให้นักพุทธสันติวิธีสามารถยุติปัญหาความขัดแย้ง รุนแรงและสงครามได้ระดังหนึ่ง แต่การจะทำให้ “อริยสัจโมเดล” คงจะต้องมีการบูรณาการเข้ากับศาสตร์ใหม่ให้ทันกาล

เพราะ"พระพุทธเจ้าตรัสว่า  สิ่งใดมีค่ามากกว่ากันระหว่างน้ำกับชีวิตของคนความเกลียดหยุดได้ด้วยความรักเท่านั้น  อาวุธไม่สามารถยุติความเกลียดชังได้ นอกจากความเมตตาเท่านั้นถึงสามารถยุติ  ความเกลียดชัง สงครามเกิดจากใจของมนุษย์มิใช่เกิดจากอาวุธ  สันติภาพที่เกิดจากอาวุธหรือสงครามจะเป็นสันติภาพที่ไม่ยั่งยืน   มีคนกล่าวว่า...ถ้าเกิดสงครามครั้งที่ 3  สงครามครั้งที่ 4 ไม่รู้จะใช้อะไรเป็นอาวุธแล้ว เพราะมันทำร้ายกันตั้งแต่สงครามครั้งที่ 3 แล้ว จนไม่เหลืออะไรให้ทำร้ายกัน  ศาสนาพุทธเป็นสิ่งเดียวกันกับวิทยาศาสตร์ เป็นปรัชญาของชีวิต สามารถพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ฉะนั้น  ประเทศศรีลังกาจะขอเป็นเจ้าภาพจัดวิสาขบูชาโลกครั้งต่อไป" Dr.Wijeyadasa  Rajapakshe รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงพระพุทธศาสนา ประเทศศรีลังกา กล่าวในการปาฐกถาพิเศษในการประชุมชาวพุทธนานาชาติเริ่มขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.2559  ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก (International Council for the Day of Vesak) ประจำปี 2559 
          



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Satipaṭṭhāna Sutta: The Power of Mindfulness for Global Peace in the Age of Artificial Intelligence

  Amid the rapid transformation of the digital era and the extraordinary growth of Artificial Intelligence (AI), experts in peace studies an...