วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

บทเจริญพระพุทธมนต์เชิงพุทธธรรม! "ดร.สำราญ สมพงษ์" ร่วมกับ AI วิเคราะห์ชี้แนวทางสร้างสันติภาพโลกอย่างยั่งยืน

 
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 — ดร.สำราญ สมพงษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี ได้เปิดเผยผลงานวิชาการล่าสุด ภายใต้หัวข้อ “วิเคราะห์บทเจริญพระพุทธมนต์ตามหลักธรรมในพระไตรปิฎกเพื่อสร้างสันติภาพโลก” (An Analysis of Buddhist Chanting Based on Doctrines in the Tipitaka for World Peace) ซึ่งจัดทำขึ้นร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการตีความหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในมิติการสร้างสันติภาพระดับโลก

🔹 ชี้ “พระพุทธมนต์” เป็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณสู่สันติภาพ

ดร.สำราญ อธิบายว่า บทความดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบทเจริญพระพุทธมนต์กับการสร้างสันติภาพโลก โดยชี้ให้เห็นว่าการสวดมนต์มิใช่เพียงพิธีกรรม แต่เป็น “กระบวนการบ่มเพาะคุณธรรมภายใน” (Inner Peace) ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพภายนอก (Outer Peace)

การวิเคราะห์เน้นบทสวดที่ส่งเสริมหลัก เมตตา กรุณา อหิงสา และขันติ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ทั้งในระดับบุคคล สังคม และนานาชาติ โดยผลการศึกษาสรุปว่า “พระพุทธมนต์คือภาวนาธรรม” ที่สามารถปรับใช้เป็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณเพื่อสันติภาพโลกได้จริง

🔹 ย้ำแนวคิด “สันติภายในสู่สันติภายนอก”

ในบทนำของงานวิจัย ดร.สำราญได้อธิบายว่า สันติภาพโลกไม่อาจบรรลุได้หากปราศจาก “สันติภายในใจมนุษย์” พระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาแห่งสันติที่มุ่งดับทุกข์และพัฒนาจิตใจ จึงเสนอแนวทางที่ลึกซึ้งผ่านบทเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งเป็นทั้งการภาวนาและการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งเมตตาให้แก่ผู้สวด

🔹 วิเคราะห์หลักธรรมในพระไตรปิฎกเพื่อสร้างสันติ

ผลงานวิชาการดังกล่าวได้ใช้หลักพุทธธรรมในพระไตรปิฎกเป็นกรอบแนวคิดสำคัญ ได้แก่

  • อหิงสา (Ahimsa): การไม่เบียดเบียน เป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ

  • เมตตา–กรุณา (Metta–Karuna): การปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุขและพ้นทุกข์

  • ขันติ (Khanti): ความอดทน อดกลั้น และการให้อภัยซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจอันดี

ดร.สำราญยังชี้ให้เห็นพลังของ “พระพุทธมนต์” ที่มีทั้งผลทางจิตวิทยาและผลทางการสั่นสะเทือนของเสียง (Acoustic Effect) ซึ่งช่วยให้จิตใจสงบ ลดความฟุ้งซ่าน และสร้างบรรยากาศแห่งสันติ

🔹 เจาะบทสวดสำคัญสะท้อนสันติภาพโลก

ผลงานได้วิเคราะห์ บทสวดหลัก 4 บท ที่สะท้อนแนวคิดสันติ ได้แก่

  1. เมตตาสูตร (Metta Sutta) — ส่งเสริมการแผ่เมตตาอย่างไม่มีประมาณ

  2. ขันธปริตร (Khandha Paritta) — สอนการไม่เบียดเบียนสัตว์ มีนัยแห่งการอยู่ร่วมกับสรรพสิ่ง

  3. อภยปริตร (Abhaya Paritta) — การประกาศสัจจะเพื่อขจัดความกลัว อันเป็นรากของสงคราม

  4. โพชฌังคปริตร (Bojjhanga Paritta) — การภาวนาเพื่อความสงบของกายและใจ ซึ่งนำไปสู่สันติในตนเองและสังคม

🔹 เสนอให้บูรณาการพระพุทธมนต์ในเวทีสันติภาพโลก

ในส่วนของข้อเสนอแนะ ดร.สำราญได้เสนอแนวทาง 3 ประการ ได้แก่

  1. ส่งเสริมการเจริญพระพุทธมนต์ในฐานะ “กิจกรรมทางจิตวิญญาณเพื่อสันติภาพ” (Spiritual Practice for Peace) ในเวทีโลก

  2. จัดทำการศึกษาเชิงประจักษ์ (Empirical Study) เพื่อยืนยันผลของการสวดมนต์ต่อการลดความเครียดและความก้าวร้าวในสังคม

  3. บูรณาการพระพุทธมนต์ในหลักสูตร สันติศึกษา (Peace Education) เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแห่งเมตตาในระบบการศึกษา

🔹 บทสรุป: สันติภาพโลกเริ่มจากใจ

ดร.สำราญทิ้งท้ายว่า “สันติภาพโลกไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากจิตใจมนุษย์ยังเต็มไปด้วยความโกรธและความกลัว การเจริญพระพุทธมนต์คือการภาวนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน (Transformative Change) ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพที่แท้จริง”


🪷 หมายเหตุ: งานวิชาการดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง ดร.สำราญ สมพงษ์ และระบบ AI ด้านการวิเคราะห์พุทธธรรม เพื่อใช้เป็นต้นแบบการบูรณาการเทคโนโลยีและพระพุทธศาสนาในการส่งเสริมสันติภาพโลก

วิเคราะห์บทเจริญพระพุทธมนต์ตามหลักธรรมในพระไตรปิฎกเพื่อสร้างสันติภาพโลก

(An Analysis of Buddhist Chanting Based on Doctrines in the Tipitaka for World Peace)

บทคัดย่อ (Abstract)

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบทเจริญพระพุทธมนต์กับการสร้างสันติภาพโลก โดยอาศัยการตีความตามหลักธรรมสำคัญในพระไตรปิฎก บทเจริญพระพุทธมนต์มิใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นกระบวนการบ่มเพาะคุณธรรมทางจิตใจ (Inner Peace) ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพภายนอก (Outer Peace) การวิเคราะห์เน้นบทสวดที่ส่งเสริมหลักเมตตา กรุณา อหิงสา และขันติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ทั้งในระดับบุคคล สังคม และระดับโลก ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า พระพุทธมนต์เป็น “ภาวนาธรรม” ที่สามารถนำมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณเพื่อสันติภาพอย่างยั่งยืน


1. บทนำ (Introduction)

สันติภาพโลก (World Peace) เป็นอุดมการณ์สูงสุดของมนุษยชาติ ท่ามกลางกระแสความขัดแย้ง ความรุนแรง และความแตกแยกในศตวรรษปัจจุบัน การแสวงหาวิถีทางสู่สันติภาพจึงมิอาจจำกัดอยู่เพียงในมิติการเมืองหรือเศรษฐกิจ หากต้องหันกลับมาพิจารณามิติทางจิตวิญญาณที่เป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

พระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาแห่งสันติที่มุ่งดับทุกข์และพัฒนาจิตใจ มีแนวทางการสร้างสันติภาพที่ลึกซึ้งและเป็นระบบ บทเจริญพระพุทธมนต์ (Paritta Chanting) เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติที่สืบทอดมาแต่โบราณ ซึ่งมักถูกเข้าใจในมิติพิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล ทว่าในเชิงเนื้อหาและกระบวนการภาวนา บทพระพุทธมนต์เป็นเครื่องมือสำคัญในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสันติในจิตใจของผู้สวด

บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์สารัตถะของบทเจริญพระพุทธมนต์ตามหลักธรรมในพระไตรปิฎก เพื่อชี้ให้เห็นว่า “การเจริญพระพุทธมนต์คือการปฏิบัติธรรม” ที่สามารถนำไปสู่การสร้างสันติภาพภายในและภายนอกอย่างยั่งยืน


2. กรอบแนวคิดและหลักการทางพุทธธรรม (Conceptual Framework)

2.1 หลักการสันติภาพในพระไตรปิฎก

แนวคิดสันติภาพในพระพุทธศาสนาเริ่มจาก “สันติภายใน” (Inner Peace) ซึ่งเกิดจากจิตใจที่สงบ ปราศจากกิเลส โลภะ โทสะ และโมหะ เมื่อบุคคลเข้าถึงสันติภายใน ย่อมสามารถขยายสันติออกไปสู่สังคมและโลกได้

หลักธรรมสำคัญในพระไตรปิฎกที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพ ได้แก่

  • อหิงสา (Ahimsa) — การไม่เบียดเบียนทั้งทางกาย วาจา และใจ ปรากฏในศีล 5 และหลักกรรม เป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำร้ายกัน

  • เมตตา–กรุณา (Metta–Karuna) — การปรารถนาให้สรรพสัตว์เป็นสุขและพ้นทุกข์ (พรหมวิหาร 4) เป็นพลังทางจิตที่ขจัดความเกลียดชัง

  • ขันติ (Khanti) — ความอดทน อดกลั้นต่อความยากลำบากและความขัดแย้ง เป็นคุณธรรมสำคัญที่นำไปสู่การประนีประนอมและความเข้าใจ

2.2 พระพุทธมนต์กับพุทธานุภาพ (The Power of Chanting)

พระพุทธมนต์เป็นการรำลึกถึงพระคุณพระรัตนตรัย และเป็น “การเปล่งสัจจะวาจา” ตามหลักธรรมอันเป็นกุศล ซึ่งส่งผลในสองมิติหลัก ได้แก่

  1. ด้านจิตวิทยา (Psychological Effect) — การสวดมนต์ช่วยสร้างสมาธิ ลดความฟุ้งซ่าน และก่อให้เกิดสภาวะจิตที่สงบเย็น เป็นการบ่มเพาะสันติภายใน

  2. ด้านพลังสั่นสะเทือน (Vibrational/Acoustic Effect) — การเปล่งเสียงแห่งธรรมที่สอดคล้องกับพลังเมตตาและสัจจะ ย่อมส่งอิทธิพลเชิงพลังงานต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ร่วมสวด เป็นการสร้าง “พลังสันติ” ในระดับสังคม


3. การวิเคราะห์บทเจริญพระพุทธมนต์ที่สำคัญ (Analysis of Key Chants)

บทสวด (Sutta)หลักธรรมที่เกี่ยวข้องการสร้างสันติภาพโลก
เมตตาสูตร (Metta Sutta)พรหมวิหาร 4 (เมตตา–กรุณา)การแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์โดยไม่มีประมาณ เป็นการละอัตตาและขจัดเส้นแบ่งของ “เรา–เขา” ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง
ขันธปริตร (Khandha Paritta)อหิงสา (ไม่เบียดเบียน)การระลึกถึงสัตว์มีพิษโดยไม่เบียดเบียน สื่อถึงการอยู่ร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตอย่างเคารพและสันติ
อภยปริตร (Abhaya Paritta)พุทธานุภาพ–สัจจะวาจาการประกาศสัจจะธรรมเพื่อขจัดความกลัว (อภัย) ซึ่งเป็นรากเหง้าของความเกลียดชังและสงคราม
โพชฌังคปริตร (Bojjhanga Paritta)โพชฌงค์ 7 (องค์แห่งการตรัสรู้)ช่วยบำบัดทุกข์ทางกายและใจ ทำให้จิตสงบมั่นคง พร้อมสร้างสันติภาพทั้งในตนเองและผู้อื่น

บทสวดเหล่านี้สะท้อนการปฏิบัติธรรมผ่าน “วจีกัมมัฏฐาน” คือการภาวนาด้วยเสียงและเจตนาแห่งธรรม ซึ่งช่วยปลูกฝังสติ สมาธิ และปัญญา อันเป็นสามองค์ประกอบของสันติภายในที่นำไปสู่สันติภาพโลกได้


4. บทสรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendation)

การเจริญพระพุทธมนต์มิได้จำกัดอยู่ที่พิธีกรรม หากแต่เป็นกระบวนการภาวนาที่หล่อหลอมจิตใจให้ละวางความเห็นแก่ตัว และขยายความเมตตาออกไปอย่างไร้ขอบเขต บทสวดอย่างเมตตาสูตรแสดงให้เห็นว่าการภาวนาเพื่อสันติในใจ คือการวางรากฐานสันติในโลก

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ:

  1. ส่งเสริมการเจริญพระพุทธมนต์ในฐานะ “กิจกรรมทางจิตวิญญาณเพื่อสันติภาพ” (Spiritual Practice for Peace) ในเวทีโลก เช่น เวทีศาสนสัมพันธ์หรือการประชุมสันติภาพระหว่างประเทศ

  2. ศึกษาผลเชิงประจักษ์ (Empirical Study) ถึงผลของการสวดมนต์ต่อระดับความเครียด ความก้าวร้าว และพฤติกรรมสันติในสังคม เพื่อยืนยันคุณค่าของพระพุทธมนต์ในเชิงวิทยาศาสตร์จิตใจ

  3. บูรณาการพระพุทธมนต์ในกระบวนการสันติศึกษา (Peace Education) เพื่อปลูกฝังสันติภายในในระบบการศึกษา

โดยสรุป บทเจริญพระพุทธมนต์คือวิถีแห่งการแปรเปลี่ยนภายใน (Transformative Change) ตามหลักพระไตรปิฎก ที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสันติให้ผลิบานในจิตใจของมวลมนุษย์ และขยายไปสู่สังคมและโลกอย่างยั่งยืน


บรรณานุกรม (References)

  • พระไตรปิฎก ฉบับหลวง. (๒๕๓๙). กรุงเทพมหานคร: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

  • พุทธทาสภิกขุ. (๒๕๔๕). ธรรมะกับสันติภาพ. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.

  • สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (๒๕๕๐). พุทธธรรม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.

  • King, S. R. (2009). Buddhism and the Path to World Peace. Journal of Buddhist Ethics, 16(1), 1–25.

  • Queen, C. S., & King, S. R. (Eds.). (1996). Engaged Buddhism: Buddhist Liberation Movements in Asia. State University of New York Press.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ดร.มหานิยมร่วมสืบสาน บุญเบิกฟ้าเดือน 3 วัดสุทธานิวาสสกลนคร ย้ำไม่ทิ้งรากเหง้าอีสาน

ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคโอกาสใหม่ พร้อมครอบครัวและทีมงาน ร่วมงานประเพณีบุญเดือน 3 หรือบุญเบิกฟ้า ณ วัดสุทธานิวาส บ้านแ...