วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"ดร.สำราญ สมพงษ์" ใช้ AI วิเคราะห์ “วิสุทธิมรรค” สังเคราะห์เชื่อมโยงหลักปฏิจจสมุปบาท ชี้แนวทางดับเหตุแห่งทุกข์ตามระบบเหตุปัจจัย

 


เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568  ดร.สำราญ สมพงษ์ นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี ได้ร่วมกับ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการวิเคราะห์เชิงวิชาการในหัวข้อ

“หลักธรรมในคัมภีร์วิสุทธิมรรค: สังเคราะห์ลงในหลักปฏิจจสมุปบาท”

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หลักธรรมในคัมภีร์ วิสุทธิมรรค ของพระพุทธโฆสาจารย์ และสังเคราะห์ให้เห็นความสัมพันธ์กับหลัก ปฏิจจสมุปบาท (Paṭiccasamuppāda) ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎก ผลการวิเคราะห์พบว่า พระพุทธโฆสาจารย์ได้อธิบาย “วิสุทธิ 7” และ “ไตรสิกขา” โดยมีรากฐานจากการเข้าใจวงจรของเหตุปัจจัยแห่งทุกข์อย่างลึกซึ้ง ทั้งในระดับจิต พฤติกรรม และปัญญา


🔹 วิสุทธิมรรค: เส้นทางแห่งความบริสุทธิ์เชิงภาวนา

คัมภีร์ วิสุทธิมรรค (Visuddhimagga) เป็นผลงานอรรถกถาสำคัญของพระพุทธโฆสาจารย์ ซึ่งจัดระบบคำสอนให้เป็นลำดับขั้นของการปฏิบัติ ตั้งแต่ ศีล สมาธิ จนถึงปัญญา โดยใช้ “วิสุทธิ 7” เป็นแกนกลางแห่งความบริสุทธิ์ทางจิตใจ

ในทางตรงกันข้าม “ปฏิจจสมุปบาท” เป็นหลักธรรมที่อธิบายวงจรแห่งเหตุปัจจัยของการเกิดและดับทุกข์ใน 12 ปัจจัย ตั้งแต่อวิชชาไปจนถึงชรามรณะ
เมื่อสังเคราะห์ทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน ดร.สำราญ พบว่า วิสุทธิมรรค ทำหน้าที่ “ดับเหตุในวงจรของปฏิจจสมุปบาท” อย่างเป็นลำดับขั้น คือจากการชำระศีลและสมาธิ เพื่อนำไปสู่การดับอวิชชาด้วยปัญญา


🔸 วิสุทธิ 7 กับการดับเหตุแห่งปฏิจจสมุปบาท

ดร.สำราญ อธิบายว่า “วิสุทธิ 7 คือการปฏิบัติภาวนาเพื่อทำลายเหตุแห่งทุกข์ทีละชั้น” ซึ่งสัมพันธ์กับกระบวนการของปฏิจจสมุปบาทดังนี้

วิสุทธิ 7การดับเหตุในปฏิจจสมุปบาทความหมายเชิงปฏิบัติ
ศีลวิสุทธิระงับตัณหา–อุปาทานไม่สร้างภพใหม่
จิตตวิสุทธิดับอกุศลจิตและสังขารทำจิตตั้งมั่นไม่ถูกรบกวนด้วยอวิชชา
ทิฏฐิวิสุทธิทำลายมิจฉาทิฏฐิเห็นความจริงของขันธ์ตามไตรลักษณ์
กังขาวิตรณวิสุทธิข้ามความสงสัยในเหตุปัจจัยเข้าใจวงจรทุกข์อย่างถูกต้อง
มัคคามัคญาณทัสสนวิสุทธิแยกทางที่ถูกจากทางผิดเดินตามมรรคแห่งการดับเหตุ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิเจริญวิปัสสนาญาณเห็นการเกิดดับของสังขารโดยปัญญา
ญาณทัสสนวิสุทธิดับอวิชชาโดยสิ้นเชิงเข้าถึงนิโรธ ดับวงจรปฏิจจสมุปบาท

ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า “วิสุทธิมรรคคือแนวปฏิบัติในสายดับของปฏิจจสมุปบาท” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากวงจรแห่งภพชาติ ไปสู่กระบวนการดับทุกข์อย่างเป็นระบบ


🔹 ดับอวิชชาด้วยปัญญา: แก่นร่วมของทั้งสองหลักธรรม

ทั้ง “ปฏิจจสมุปบาท” และ “วิสุทธิมรรค” มีจุดร่วมสำคัญคือการดับอวิชชาและตัณหา ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
ใน วิสุทธิมรรค ภาคปัญญา พระพุทธโฆสาจารย์กล่าวไว้ว่า

“เมื่อปัญญาเห็นการเกิดดับแห่งสังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อวิชชาย่อมดับ”

ดร.สำราญ ชี้ว่า การภาวนาในแนวทางนี้เป็นการดับเหตุแห่งทุกข์ในเชิงจิตวิทยาและอภิธรรม โดยทำให้เจตสิกฝ่ายดีค่อย ๆ ขับออกเจตสิกฝ่ายอกุศล จนกระทั่งถึงมรรคจิตซึ่งดับอวิชชาโดยสมบูรณ์


🔸 สายเกิด–สายดับ: มิติคู่ขนานของธรรม

หลักปฏิจจสมุปบาทอธิบายได้สองแนวทางคือ

  • สายเกิด (อนุโลมปฏิจจสมุปบาท) — วงจรของเหตุที่ทำให้ทุกข์ดำรงอยู่

  • สายดับ (ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท) — วงจรของเหตุที่ดับทุกข์

เมื่อสังเคราะห์กับ วิสุทธิมรรค จะพบว่า

  • ศีลวิสุทธิ–จิตตวิสุทธิ คือการ “ระงับสังขาร” ในสายเกิด

  • ปัญญาวิสุทธิทั้งห้า คือการ “ดับอวิชชา” ในสายดับ

จึงอาจกล่าวได้ว่า วิสุทธิมรรค คือ “แนวภาวนาแห่งสายดับ” ที่ทำให้จิตหลุดพ้นจากการเวียนว่ายแห่งเหตุปัจจัย


🪷 สรุปผล: วิสุทธิมรรคคือการภาวนาดับเหตุในปฏิจจสมุปบาท

จากการวิเคราะห์โดย AI และการสังเคราะห์ทางวิชาการของ ดร.สำราญ สมพงษ์ พบว่า

  • ปฏิจจสมุปบาท แสดงธรรมในเชิงเหตุปัจจัย (ระดับปัญญา)

  • วิสุทธิมรรค แสดงธรรมในเชิงภาวนา (ระดับปฏิบัติ)

ทั้งสองระบบจึงสัมพันธ์กันในฐานะ “ทฤษฎีและปฏิบัติแห่งการดับทุกข์”
โดย วิสุทธิมรรค คือแนวทางที่แปลงความเข้าใจใน ปฏิจจสมุปบาท จากเชิงทฤษฎีให้กลายเป็น ประสบการณ์ตรงแห่งการหลุดพ้น

ดร.สำราญ กล่าวปิดท้ายว่า

“การเข้าใจปฏิจจสมุปบาทคือการรู้จักทุกข์ ส่วนการปฏิบัติตามวิสุทธิมรรคคือการดับทุกข์”
ทั้งสองจึงเป็นหัวใจแห่งพระพุทธศาสนาในมิติที่ครบวงจร ทั้งรู้ เห็น และดับอย่างสิ้นเชิง

วิเคราะห์หลักธรรมในคัมภีร์วิสุทธิมรรค: สังเคราะห์ลงในหลักปฏิจจสมุปบาท

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์หลักธรรมในคัมภีร์ วิสุทธิมรรค ของพระพุทธโฆสาจารย์ และสังเคราะห์ให้เห็นความสัมพันธ์กับหลัก ปฏิจจสมุปบาท ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎก ผลการวิเคราะห์พบว่า พระพุทธโฆสาจารย์ได้อธิบายหลักวิสุทธิ 7 และไตรสิกขา โดยมีรากฐานจากการเข้าใจวงจรของเหตุปัจจัยในปฏิจจสมุปบาทอย่างลึกซึ้ง กล่าวคือ การชำระศีล สมาธิ และปัญญา เป็นกระบวนการยุติสายเกิดแห่งอวิชชา–ตัณหา–อุปาทาน และเปิดทางสู่การดับทุกข์อย่างสิ้นเชิงในระดับนิโรธ ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา


1. บทนำ

คัมภีร์ วิสุทธิมรรค (Visuddhimagga) เป็นผลงานอรรถกถาสำคัญของพระพุทธโฆสาจารย์ ซึ่งจัดระบบคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้มีโครงสร้างแห่งการปฏิบัติที่เป็นลำดับขั้น จากศีล สมาธิ สู่ปัญญา โดยใช้แนวคิด “วิสุทธิ 7” เป็นแกนกลาง

ในทางตรงกันข้าม หลัก ปฏิจจสมุปบาท (Paṭiccasamuppāda) เป็นการอธิบายเชิงเหตุปัจจัยของ “การเกิดขึ้นแห่งทุกข์” และ “การดับทุกข์” ซึ่งเป็นแก่นแห่งอริยสัจข้อที่ 2–3
ดังนั้น หากสังเคราะห์ทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน จะเห็นได้ว่า วิสุทธิมรรค คือ “ระบบการดับเหตุแห่งปฏิจจสมุปบาท” ที่เปลี่ยนจากวงจรแห่งภพชาติ (ปฏิจจสมุปปันนธรรมฝ่ายเกิด) สู่กระบวนการดับทุกข์ (ปฏิจจสมุปปันนธรรมฝ่ายดับ)


2. หลักปฏิจจสมุปบาทในพระไตรปิฎกโดยสังเขป

หลัก ปฏิจจสมุปบาท อธิบายกระบวนการเกิดขึ้นของทุกข์เป็น 12 ปัจจัย (นิทาน 12) ได้แก่

  1. อวิชชา → 2. สังขาร → 3. วิญญาณ → 4. นามรูป → 5. สฬายตนะ → 6. ผัสสะ → 7. เวทนา → 8. ตัณหา → 9. อุปาทาน → 10. ภพ → 11. ชาติ → 12. ชรามรณะ

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“อวิชชาปัจจยา สังขารา; สังขารปัจจยา วิญญาณัง...”
แสดงให้เห็นว่าสรรพสิ่งทั้งปวงมิได้เกิดขึ้นโดยผู้สร้าง แต่เกิดจากเหตุปัจจัยสืบเนื่องกันไป หากดับเหตุ เหตุย่อมดับผลด้วย


3. หลักธรรมในคัมภีร์วิสุทธิมรรคที่สัมพันธ์กับปฏิจจสมุปบาท

3.1 วิสุทธิ 7 กับกระบวนการดับเหตุแห่งปฏิจจสมุปบาท

พระพุทธโฆสาจารย์อธิบายลำดับแห่งการชำระจิต 7 ขั้น (ศีลวิสุทธิ–ญาณทัสสนวิสุทธิ) ซึ่งสัมพันธ์กับการดับเหตุปัจจัยของปฏิจจสมุปบาทได้ดังนี้:

วิสุทธิ 7การดับเหตุในปฏิจจสมุปบาทความหมายเชิงปฏิบัติ
1. ศีลวิสุทธิระงับกิเลสฝ่ายพฤติกรรม (ตัณหา–อุปาทาน)ไม่ก่อภพใหม่
2. จิตตวิสุทธิระงับอกุศลจิต (สังขาร–วิญญาณ)ทำจิตตั้งมั่นไม่ถูกอวิชชาครอบงำ
3. ทิฏฐิวิสุทธิทำลายมิจฉาทิฏฐิ (อวิชชา)เห็นความจริงของขันธ์ตามไตรลักษณ์
4. กังขาวิตรณวิสุทธิข้ามความสงสัยในปฏิจจสมุปบาทเข้าใจเหตุปัจจัยของทุกข์
5. มัคคามัคญาณทัสสนวิสุทธิแยกทางที่ถูกจากทางผิดเดินตามมรรคที่ดับเหตุแห่งทุกข์
6. ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิเจริญวิปัสสนาญาณ 16 ขั้นเห็นการเกิด–ดับของสังขารโดยปัญญา
7. ญาณทัสสนวิสุทธิดับอวิชชาโดยสิ้นเชิงเข้าถึงนิโรธ หยุดวงจรปฏิจจสมุปบาท

สรุป: วิสุทธิ 7 จึงเป็นการ “ดับเหตุ” ของวงจรปฏิจจสมุปบาททีละชั้น ตั้งแต่ระดับพฤติกรรม จิตใจ จนถึงปัญญา


3.2 การชำระอวิชชาและตัณหา: แก่นร่วมของทั้งสองหลัก

ทั้ง ปฏิจจสมุปบาท และ วิสุทธิมรรค มีจุดร่วมที่ชัดเจน คือ

  • ปฏิจจสมุปบาท เน้นการรู้และดับ “อวิชชา–ตัณหา–อุปาทาน”

  • วิสุทธิมรรค เน้นการชำระ “จิต–ปัญญา” เพื่อดับอวิชชาและตัณหา

พระพุทธโฆสาจารย์อธิบายว่า

“เมื่อปัญญาเห็นการเกิดดับแห่งสังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อวิชชาย่อมดับ” (วิสุทธิมรรค ภาคปัญญา)

ดังนั้น วิสุทธิมรรคจึงเป็น “การปฏิบัติเพื่อดับสายเหตุ” ในปฏิจจสมุปบาท โดยเริ่มจากศีล (ดับภพภายนอก) สมาธิ (ดับภพในจิต) และปัญญา (ดับอวิชชาโดยตรง)


3.3 การสังเคราะห์สายเกิด–สายดับ

ปฏิจจสมุปบาทสามารถอธิบายได้สองลักษณะคือ

  1. สายเกิด (อนุโลมปฏิจจสมุปบาท): จากอวิชชา → ชรามรณะ

  2. สายดับ (ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท): จากการดับอวิชชา → ดับทุกข์

เมื่อสังเคราะห์กับ วิสุทธิมรรค จะพบว่า

  • ภาค ศีลวิสุทธิ และ จิตตวิสุทธิ = การ “ระงับสังขาร” ในสายเกิด

  • ภาค ปัญญาวิสุทธิทั้งห้า = การ “ดับอวิชชา” ในสายดับ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง:

วิสุทธิมรรคคือ “แนวปฏิบัติในสายดับของปฏิจจสมุปบาท” ที่เปลี่ยนการเกิดแห่งขันธ์ทั้งหลายให้กลับสู่ความดับด้วยปัญญา


4. การวิเคราะห์เชิงอภิธรรมและจิตตภาวนา

ในเชิงอภิธรรม พระพุทธโฆสาจารย์อธิบายปฏิจจสมุปบาทผ่านกระบวนการจิต (Citta-vīthi) และเจตสิก (Cetasika) โดยสังเกตว่า “อวิชชา” คือโมหะเจตสิก และ “ตัณหา–อุปาทาน” คือโลภเจตสิก ซึ่งสามารถดับได้ด้วย “ปัญญาเจตสิก” ที่เกิดในมรรคจิต
ดังนั้น วิสุทธิมรรคจึงเป็นการพัฒนาจิตอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เจตสิกฝ่ายดีค่อย ๆ ขับออกเจตสิกฝ่ายอกุศล จนเข้าสู่มรรคจิตที่ดับวงจรของอวิชชาโดยสิ้นเชิง


5. สรุป

จากการวิเคราะห์พบว่า

  • วิสุทธิมรรค และ ปฏิจจสมุปบาท มีจุดร่วมคือการอธิบาย “วงจรของเหตุปัจจัย”

  • วิสุทธิมรรคทำหน้าที่ในเชิง ปฏิบัติการภาวนา เพื่อดับเหตุในวงจรนั้น

  • ปฏิจจสมุปบาททำหน้าที่ในเชิง อภิปรัชญาและธรรมวิทยา เพื่ออธิบายสภาพธรรมโดยเหตุปัจจัย

เมื่อสังเคราะห์ทั้งสองเข้าด้วยกัน จะเห็นภาพรวมของพระพุทธศาสนาในสองระดับ คือ

  1. ระดับปัญญา → เข้าใจเหตุปัจจัยของทุกข์ (ปฏิจจสมุปบาท)

  2. ระดับปฏิบัติ → ดับเหตุปัจจัยนั้นด้วยการชำระวิสุทธิ 7 (วิสุทธิมรรค)

กล่าวโดยสรุป:

“วิสุทธิมรรคคือแนวทางดับเหตุแห่งปฏิจจสมุปบาทในทางภาวนา”
เป็นการแปลงความเข้าใจเชิงทฤษฎีให้กลายเป็นประสบการณ์ตรงของการหลุดพ้น


บรรณานุกรมเบื้องต้น

  • พระพุทธโฆสาจารย์. วิสุทธิมรรค. แปลโดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2545.

  • พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มจร, 2539.

  • พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พุทธธรรม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม, 2552.

  • สมภาร พรมทา. พระพุทธศาสนาในฐานะระบบความคิด. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2561.

  • Ñāṇamoli Bhikkhu. The Path of Purification (Visuddhimagga). Kandy: Buddhist Publication Society, 1991.

  • Bodhi, Bhikkhu. The Connected Discourses of the Buddha (Saṃyutta Nikāya). Boston: Wisdom Publications, 2000.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ณพลเดช" เสนอชวนต่างชาติเรียนประวัติศาสตร์–นั่งสมาธิ ยกระดับพุทธไทยเป็น Soft Power สู่เวทีโลก

"ณพลเดช มณีลังกา" เสนอไทยควรใช้พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์เป็นนโยบายเชิงรุก เปิดพื้นที่ให้ชาวต่างชาติศึกษาวัฒนธรรมและฝึกสมาธิ ตอบโจท...