วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เพลง: ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ

 เพลง: ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ

แนวเพลง: Modern Rock / Alternative Protest Song
จังหวะ: ช้า-กลาง (Mid-tempo)

คีย์หลัก: Am (เพื่อให้โทนของเพลงรู้สึกหนักแน่นและขัดแย้ง)


[Verse 1]
ตะโกนบอกว่ารัก “สิทธิ” ของเรา
แต่ลมปากเจ้ากลับซ่อนไว้ด้วยเหล็กเงา
สาบานว่าอธิปไตยเป็นของประชาชน
แต่แว่วเสียงปืนจากปลายไมค์นั้นสั่นจนใจป่น

[Pre-Chorus]
ถ้อยคำคล้ายฝัน แต่นัยกลับเฉือนลึก
วาทกรรมปลุกเร้าเหมือนควันคลุมศีลธรรม

[Chorus]
ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ
แสร้งยกมือให้เสรี แต่ใจอยากกดข่มทุกทาง
เรียกร้องให้มากู้ชาติ
คือเสียงที่ซ่อนคมดาบในอุ้งมือที่อ้าง "ประชา"
โอ้… เจ็บปวดจนยากจะทน


[Verse 2]
พวกเจ้าชังระบบรัฐสภา
แต่ขี่หลัง “กฎหมาย” มาข่มให้ยอมจำนน
ใช้ศาสน์ ใช้ชาติ ใช้ความมั่นคงเป็นโล่
เพื่อบังภาพโหดของคำสั่งที่ปลุกเร้าให้ปืนโชว์

[Pre-Chorus]
กล่าวหาว่าคนอื่นไร้ศีลธรรม
ทั้งที่เงาของตัวเจ้า… ยืนอยู่ข้างอำนาจดิบดิบดำ

[Chorus]
ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ
ชูธงเสรีเพื่อหาทางล้มล้างกติกา
เสี้ยมคำหวานให้ประชาชนโกรธ
เพื่อเปิดประตูให้ “อำนาจพิเศษ” เดินเข้ามา
โอ้… ประชาธิปไตยกำลังปางตาย


[Bridge] (โซโล่กีตาร์ หรือ spoken word ใส่วาทกรรมจริง)
"ถึงเวลาต้องล้างบางรัฐสภา"
"ให้เข้ามาคืนความสงบ"
คือคำพูดที่อ้างว่าเพื่อเรา
แต่คือจุดเริ่มต้นของเงามืดครั้งใหม่


[Final Chorus]
ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ
เหมือนบทละครที่กลับหัวกลับหาง
ถ้ายังไม่เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน
เราจะวนอยู่ในฝันร้ายแห่งรัฐประหาร
โอ้… ประชาธิปไตยคือศพกลางเวที


[Outro]
ประชาชน...คือเจ้าของอำนาจ
ไม่ใช่คำขู่จากเสียงในสนาม

การชุมนุมทางการเมือง มีการปราศรัยที่สื่อสารถึงความไม่พอใจต่อรัฐบาล  โดยมีถ้อยคำบางส่วนที่สื่อความหมายคล้ายเป็นการเรียกร้องให้เกิด “การปฏิวัติรัฐประหาร” เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง อันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยที่กลุ่มนี้อ้างว่าให้การสนับสนุน

การแสดงออกทางคำพูดที่แสดงลักษณะย้อนแย้งระหว่างการอ้างความเป็นประชาธิปไตยกับเนื้อหาเชิงอำนาจนิยม ซึ่งสะท้อนลักษณะของสิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยแบบเผด็จการ” หรือ “authoritarian populism”

1. ประชาธิปไตย: คำอ้างที่กลวงเปล่า?

ปราศรัย ผู้พูดหลายคนได้ใช้ถ้อยคำที่ย้ำถึง “สิทธิของประชาชน” และ “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มเดียวกันกลับกล่าวถึง “ความจำเป็นต้องล้มล้างระบบรัฐสภา” และ “ให้ทหารเข้ามากอบกู้ประเทศ” ซึ่งขัดแย้งโดยตรงกับหลักการสำคัญของประชาธิปไตยที่เน้นการสืบทอดอำนาจผ่านกลไกรัฐสภาและการเลือกตั้ง

กรณีนี้จึงสะท้อนถึงการใช้ภาษาทางการเมืองแบบ selective ที่หยิบยืมถ้อยคำจากประชาธิปไตยมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมทางอารมณ์ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ยอมรับกระบวนการประชาธิปไตยที่แท้จริง เช่น การถ่วงดุลอำนาจ การรับฟังเสียงต่าง และการเคารพเสียงข้างมาก

2. วาทกรรมย้อนแย้ง: “ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ”

วาทกรรมของกลุ่มพลังแผ่นดินแสดงลักษณะของ “authoritarian populism” กล่าวคือ การอ้างตนเป็นเสียงแท้ของประชาชน (“the real people”) โดยอ้างความชอบธรรมเหนือระบอบที่มีอยู่ พร้อมโจมตี “ชนชั้นนำในรัฐสภา” ว่าไร้ศีลธรรมและไม่รับใช้ประชาชน ทั้งนี้เพื่อเปิดช่องให้มี “ผู้กอบกู้ชาติ” เข้ามาฟื้นฟูระบบ ซึ่งในบริบทของไทยหมายถึง “กองทัพ”

การเรียกร้องดังกล่าวถือเป็นการปลุกเร้าให้ประชาชนเห็นชอบกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจนอกระบบ โดยอาศัยภาษาชาติ ศาสนา ความมั่นคง เป็นเครื่องมือในการสร้างความกลัวและความเกลียดชังต่อระบบรัฐสภาและนักการเมือง

3. ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพประชาธิปไตย

แม้ว่าการชุมนุมจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย แต่เนื้อหาของการปราศรัยที่โน้มน้าวให้เกิดการใช้กำลังและการรัฐประหาร เป็นสิ่งที่อันตรายต่อโครงสร้างทางสถาบันประชาธิปไตย โดยเฉพาะในประเทศที่เคยผ่านรัฐประหารหลายครั้งเช่นประเทศไทย

การสร้างวาทกรรมให้รัฐประหารกลายเป็น "ทางออกทางการเมือง" ทำให้ความปกติของระบอบประชาธิปไตยถูกบิดเบือน และเปิดโอกาสให้กองกำลังนอกระบบสามารถอ้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจได้ง่ายขึ้นในอนาคต

บทสรุป

นสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประชาธิปไตยไทย ที่ยังไม่สามารถสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ในหมู่ประชาชนว่าประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงการอ้างสิทธิ แต่คือการยอมรับกระบวนการและกติกา การใช้วาทกรรมแบบ “ปากรักประชาธิปไตย แต่หัวใจเผด็จการ” เป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว]


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เลือกตั้ง 2569: ปะทะสองยุทธศาสตร์ใหญ่ “ยกเครื่องประเทศไทย” เพื่อไทย vs “ปฏิรูปโครงสร้าง” พรรคประชาชน ใต้เงากับดักวงจรรัฐประหาร

เลือกตั้ง 2569: ปะทะสองยุทธศาสตร์ใหญ่ “ยกเครื่องประเทศไทย” เพื่อไทย vs “ปฏิรูปโครงสร้าง” พรรคประชาชน ใต้เงากับดักวงจรรัฐประหาร การเลือกตั้ง...