เพลง: จากดินสู่ดวงดาว (From Clay to Cosmos)"
แนวเพลง: Pop Inspirational | ท่อนฮุกทรงพลัง สื่อถึงการเดินทางของ Soft Power ไทยจากรากสู่โลก
[Verse 1]
เริ่มจากฝีมือในหมู่บ้าน
จากสองมือชาวบ้านเดินตามฝัน
ถักทอศิลป์บนผืนผ้า
ร้อยวิญญาณจากวันวานสู่วันใหม่
[Pre-Chorus]
ไม่ใช่เพียงของฝาก แต่คือหัวใจ
ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือเรื่องราวไทย
[Chorus]
จากดินสู่ดวงดาว เราสร้างด้วยใจ
จากรากสู่ฟ้าไกล ไม่หวั่นอะไร
เมื่อศิลป์กับศรัทธามาเจอกัน
แสงแห่งไทยจะนำพาไปไกลกว่าวันนี้
เราคือ Soft Power ที่โลกรู้จักดี
[Verse 2]
เปลี่ยนครัวเรือนให้เป็นพลัง
รวมทุกฝันไว้ในชื่อ ThaiWORKS
วัฒนธรรมไม่ใช่ของเก่า
แต่เป็นอนาคตของเราทั้งชาติ
[Pre-Chorus]
บทเพลงนี้คือบ้าน เสียงหวานคือไทย
เราคือใครให้โลกรู้ได้ ด้วยหัวใจ
[Chorus]
จากดินสู่ดวงดาว เราสร้างด้วยใจ
จากรากสู่ฟ้าไกล ไม่หวั่นอะไร
เมื่อศิลป์กับศรัทธามาเจอกัน
แสงแห่งไทยจะนำพาไปไกลกว่าวันนี้
เราคือ Soft Power ที่โลกรู้จักดี
[Bridge]
หนึ่งครอบครัว หนึ่งพลังสร้างสรรค์
ต่อเส้นทางด้วยฝันที่ร่วมกัน
จาก OTOP สู่โลกแห่งพลัง
วัฒนธรรมคือคำตอบในวันพรุ่งนี้
[Final Chorus]
จากดินสู่ดวงดาว เราเขียนเรื่องใหม่
ให้ศิลป์ไทยเปล่งประกายอยู่บนฟ้าไกล
เมื่อหัวใจของคนไทยรวมเป็นหนึ่ง
โลกจะเห็นว่าเรานั้นยิ่งใหญ่ด้วยวิญญาณนี้
Soft Power ไทย สู่จักรวาลนิรันดร์นี้
"ทักษิณ" เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ “Crafting the Future” บนเวที SPLASH 2025 ดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ขึ้นเวที Visionary Stage ในงาน SPLASH – Soft Power Forum 2025 ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond” เสนอแนวคิดการพัฒนา Soft Power ไทยอย่างเป็นระบบ โดยเน้นย้ำบทบาททุนวัฒนธรรมในการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ผ่านการต่อยอดจากโครงการ OTOP สู่แพลตฟอร์มใหม่ “ThaiWORKS” ที่เชื่อมโยงชุมชน เทคโนโลยี และตลาดโลก ในวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ดร.ทักษิณระบุว่า ไทยมี “ทุนวัฒนธรรม” ที่หลากหลายและลึกซึ้ง แต่ยังขาดกลไกสนับสนุนเชิงระบบ วิสัยทัศน์ “Crafting the Future” จึงเสนอการพัฒนารูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับครัวเรือนถึงเวทีโลก โดยมีโครงการ “One Family One Soft Power (OFOS)” เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อผลักดันให้ทุกครอบครัวสามารถเป็นผู้ผลิตพลังสร้างสรรค์ได้จริง
ภายในงาน SPLASH 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการแสดงนวัตกรรม Soft Power ไทยใน 14 อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ดนตรี แฟชั่น การท่องเที่ยว และกีฬา พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ นิทรรศการเทคโนโลยี “Multisensory Experiences” พื้นที่ THACCA Pavilion ที่รวบรวมยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ และการจับคู่ธุรกิจผ่าน Glocal Networking
เวที Visionary Stage ยังได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Thailand Rising” และนายเศรษฐา ทวีสิน ร่วมเสวนากับนักกีฬาระดับโลกในหัวข้อ “Rethinking Thai Sports in a Disruptive Era”
งาน SPLASH 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นการรวมพลังภาครัฐ เอกชน ชุมชน และเครือข่ายนานาชาติในการยกระดับ Soft Power ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยลงทะเบียนล่วงหน้าที่เว็บไซต์ splash.thacca.go.th
อย่างไรก็ตามได้วิเคราะห์วิสัยทัศน์ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond” ของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกล่าวในเวที SPLASH – Soft Power Forum 2025 คาดว่าจะเน้นย้ำพลังของทุนวัฒนธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในระยะยาว โดยจะนำเสนอว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าวมิใช่เพียงการสานต่อความสำเร็จของโครงการ OTOP ในอดีต แต่เป็นการยกระดับทุนทางวัฒนธรรมไปสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความคิดใหม่ ผ่านการออกแบบเชิงนโยบาย (policy design) ที่ตั้งอยู่บนหลักการนวัฒนธรรม (cultural innovation) และการจัดการองค์รวม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก
1. บทนำ: Soft Power กับบริบทแห่งนวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย
คำว่า "นวัฒนธรรม" (neoculture) อธิบายถึงพลวัตทางวัฒนธรรมในยุคดิจิทัลที่มุ่งสร้างคุณค่าใหม่บนรากฐานของทุนเดิม การจัดงาน SPLASH – Soft Power Forum 2025 ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐไทยในการบูรณาการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้ากับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และการทูตวัฒนธรรม โดยเวที Visionary Stage ในวันที่ 9 กรกฎาคม ได้เปิดพื้นที่ให้ ดร. ทักษิณ ชินวัตร นำเสนอวิสัยทัศน์เชิงระบบในการขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมของไทยในทศวรรษหน้า ผ่านแนวคิด "Crafting the Future"
2. วิสัยทัศน์ “Crafting the Future”: การเชื่อมต่อจาก OTOP สู่ ThaiWORKS
วิสัยทัศน์ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond” สะท้อนกระบวนทัศน์ใหม่ของการใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ประการ:
ต่อยอดทุนวัฒนธรรมผ่านการพัฒนาเชิงระบบ (Systemic Scaling)
จากโครงการ OTOP ที่เน้น “ชุมชนผลิต รัฐสนับสนุน ตลาดนำ” สู่ ThaiWORKS ซึ่งเน้นการเสริมขีดความสามารถของทุนมนุษย์ในทุกครัวเรือน (“One Family One Soft Power”) โดยมุ่งสู่การจัดการห่วงโซ่คุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
การออกแบบเชิงนวัตกรรมวัฒนธรรม (Cultural Design Thinking)
การใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสานเทคโนโลยี (เช่น Multisensory Experiences, Masterclass, Glocal Networking) ทำให้ทุนวัฒนธรรมไม่เพียงรักษาไว้ แต่สามารถ "สร้างสรรค์ซ้ำ" (re-create) ให้เหมาะสมกับโลกยุคใหม่
Soft Power เชิงกลยุทธ์ในเวทีโลก (Strategic Soft Power)
การนำ 14 อุตสาหกรรมวัฒนธรรมไทยไปเชื่อมโยงกับตลาดโลก ไม่ใช่เพียงการ “ส่งออกวัฒนธรรม” แบบดั้งเดิม แต่เป็นการ “แปรรูปวัฒนธรรม” (cultural transformation) เป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ชาติอย่างยั่งยืน
3. นวัฒนธรรมในแนวคิดดร. ทักษิณ: การผสาน “ทุนวัฒนธรรม” กับ “ทุนโครงสร้าง”
การนำเสนอของ ดร. ทักษิณ มิได้หยุดอยู่ที่ระดับชุมชน แต่เสนอ “กลไกนโยบาย” ที่ประสานงานกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาสังคม ตัวอย่างเช่น:
THACCA Pavilion เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อการออกแบบกลยุทธ์แบรนด์ไทย
Glo-Cal Networking เชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นกับนักลงทุนโลก
OFOS (One Family One Soft Power) เปลี่ยนมิติ “บ้าน” ให้กลายเป็นหน่วยเศรษฐกิจวัฒนธรรม
สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า วิสัยทัศน์ของเขามีลักษณะ “นโยบายบูรณาการ” (integrated policy) ที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมี Soft Power เป็น “กลไกคานงัด” สำหรับประเทศไทย
4. วิเคราะห์ในกรอบนโยบาย Soft Power 4.0
หากใช้กรอบ “Soft Power 4.0” ซึ่งหมายถึงการประยุกต์ใช้พลังวัฒนธรรมในยุคดิจิทัลที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน (people-driven) การสร้างคุณค่าใหม่ (value creation) และความยั่งยืน (sustainability) จะพบว่า:
องค์ประกอบ การสะท้อนใน “Crafting the Future”
People-Driven OFOS, ThaiWORKS, การอบรม Masterclass
Value Creation การแปรรูปทุนวัฒนธรรมเป็นสินค้า-บริการ
Global Mindset Visionary Stage, Glo-Cal Networking
Sustainability การใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีจริยธรรม
5. บทสรุป
วิสัยทัศน์ “Crafting the Future” ของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวอย่างของการออกแบบนโยบายทางวัฒนธรรมที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และทุนชุมชน เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบโจทย์ Soft Power ไทยในโลกหลังโควิดและการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ บทเรียนที่สำคัญคือ การพัฒนาวัฒนธรรมไม่ควรเป็นเพียงเรื่องของการอนุรักษ์ แต่ต้องเป็น “ทุน” ที่พร้อมเคลื่อนไหวในเวทีโลก และมีศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น